ตลาดคริปโตฯ ระทึก! HTX ถูกโจมตี DDoS ล่มชั่วคราว
ตลาดคริปโตเคอเรนซี่ทั่วโลกระทึก เมื่อ HTX แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ยักษ์ใหญ่ของไทย ถูกโจมตีแบบกระจายการปฏิเสธการให้บริการ (DDoS) ส่งผลให้เว็บไซต์ล่มชั่วคราวในช่วงเช้าของวันที่ 20 มกราคม 2567
DDoS เป็นการโจมตีทางไซเบอร์ที่มุ่งเป้าไปที่การทำให้เว็บไซต์หรือบริการออนไลน์หยุดทำงาน โดยผู้โจมตีจะส่งปริมาณการเข้าชมจำนวนมากไปยังเว็บไซต์เป้าหมาย ซึ่งทำให้เว็บไซต์ไม่สามารถรองรับปริมาณการเข้าชมได้ทันและล่มในที่สุด
HTX เป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ที่เพิ่งเปลี่ยนชื่อมาจาก Huobi Thailand ก่อตั้งขึ้นในปี 2561 และเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
จากการโจมตี DDoS ครั้งนี้ ส่งผลให้ผู้ใช้ HTX ไม่สามารถเข้าใช้งานเว็บไซต์และแอปพลิเคชันมือถือได้ชั่วคราว โดยเว็บไซต์ล่มเป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะสามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
HTX ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษผู้ใช้สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าข้อมูลของผู้ใช้ทั้งหมดปลอดภัย
เหตุการณ์นี้ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยสำหรับตลาดคริปโตเคอเรนซี่ทั่วโลก เนื่องจากแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่เป็นเป้าหมายหลักของผู้โจมตีไซเบอร์ ผู้ใช้คริปโตเคอเรนซี่จึงควรระมัดระวังและติดตามข่าวสารเกี่ยวกับความปลอดภัยในโลกไซเบอร์อย่างใกล้ชิด
#Siamstr #Buddyroom #Cryptocurrency #DDoS #HuobiThailand #HTX
goldpassport
bitcoin@siamstr.com
npub1c75z...n3y5
มุ่งมั่นที่จะนำเสนอข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีและ cryptocurrency ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเข้าใจง่าย
ต้องการช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจและเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างเท่าเทียม
กราฟ Log Regression ของ Bitcoin ชี้เป้าราคาเป้าหมาย 29,625 ดอลลาร์
กราฟ Log Regression ของ Bitcoin แสดงให้เห็นว่าราคากำลังฟอร์มตัวเป็นจุดสูงสุดชั่วคราวในบริเวณสีขาว ซึ่งคล้ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 โดยครั้งนั้น เมื่อราคาทดสอบ Layer 3 ที่ระดับ 26,000 ดอลลาร์ กราฟก็ชี้เป้าไปที่ระดับ 34,000 ดอลลาร์ และในที่สุดก็ทะลุไปได้จริง
ล่าสุด กราฟ Log Regression แสดงให้เห็นว่า Layer 4 ได้พุ่งทะลุขึ้นไปถึงบริเวณวงกลมสีส้ม ซึ่งคล้ายกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ดังนั้น แนวโน้มถัดไปของราคา Bitcoin น่าจะปรับตัวลดลงมาสู่ระดับ Layer 3 ที่ประมาณ 29,625 ดอลลาร์
กราฟ Log Regression นี้เคยมีความแม่นยำในการคาดการณ์จุดสูงสุดของรอบขาขึ้นก่อนหน้า ดังนั้น จึง值得นักลงทุนให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม กราฟนี้เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการคาดการณ์ราคา Bitcoin และควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ ประกอบการตัดสินใจ
#Bitcoin #LogRegression #Siamstr
https://image.nostr.build/e6c7db751587f284efb42b4200ee93a1a799c7d661524f080203f1b611f44d92.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=1080x556&blurhash=i2Ss50EjD%25xuoz%3FH.9%3D%7B%25h4T%7EW%3Fw%251%25gxvt6tSMxMf%7EqOr4nNZE1M_IqnN%5EkcZ00Dj%24%2B%23--%3D%24f-%3D%25N9s8_%3Dg%5E%2C-pxto%7DSw&x=732f5714bff6c2015ee8b461832a384b3a1d7a13ec41129bec6dafdffe7acace
กองทุนยักษ์ใหญ่สหรัฐฯ ทุ่มเงินกว่า 4.02 พันล้านดอลลาร์ ซื้อ Bitcoin
กองทุนยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ 5 แห่ง ได้แก่ BlackRock, Fidelity, Bitwise, ARK 21Shares และ Invesco Galaxy รายงานการไหลเข้าสุทธิรวม (net inflows) ของ Bitcoin ทั้งสิ้น 4.02 พันล้านดอลลาร์ คิดเป็น 88.5% ของมูลค่าการไหลเข้าสุทธิทั้งหมดของ Bitcoin ทั่วโลกเมื่อวานนี้ (19 มกราคม 2567)
BlackRock ยังคงเป็นผู้นำในการซื้อ Bitcoin โดยมีมูลค่าการไหลเข้าสุทธิอยู่ที่ 1.23 พันล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย Fidelity ที่ 1.06 พันล้านดอลลาร์ Bitwise ที่ 393 ล้านดอลลาร์ ARK 21Shares ที่ 319 ล้านดอลลาร์ และ Invesco Galaxy ที่ 194 ล้านดอลลาร์
การไหลเข้าสุทธิของ Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบันและรายย่อยทั่วโลก
#Bitcoin #Investment #Blockchain #Cryptocurrency #Siamstr
https://image.nostr.build/3b8e9f5e698c280d4a08c5b64515391b31800eab864b40632ee8f982e42193c5.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=1080x1518&blurhash=%5EAAvUt%7EB5R5S5SNH1jNe-A-A%24%25ofJCN%7Bxtwbsls%3A%7Cq%241J.E%2BEkS42bI%3A%23k%24%25s9WB%3DKIpI%3B%24%25t5ocNZ-TxaENS5j%5BXTX8xEr%3DRkWY-BRkI%3Axas-bF&x=44081adda8c0b583e27b2773c69812190cb77217c3f85e28eec4c4719ddc2ed4
CDC ActionZone ส่งสัญญาณเตือนนักเทรดไทยเตรียมรับมือตลาดขาลง
ราคา Bitcoin ได้ร่วงลงมาอยู่ในระดับราคา 41,000 ดอลลาร์เมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งถือเป็นการปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2023 ที่ผ่านมา โดยนักเทรดไทยบางส่วนเริ่มกังวลกับทิศทางของตลาดคริปโตเคอเรนซี่ เนื่องจาก CDC ActionZone ตัวชี้วัดเขียว-แดงขวัญใจนักเทรดไทยได้ส่งสัญญาณเตือนถึงแนวโน้มขาลง
CDC ActionZone เป็น Indicator ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่นักเทรดไทย เนื่องจากใช้งานง่ายและสามารถให้สัญญาณเตือนได้อย่างชัดเจน โดย Indicator นี้จะใช้เส้นค่าเฉลี่ย EMA 12 และ 26 ในการหาแนวโน้มของราคา Bitcoin โดยหากเส้นค่าเฉลี่ย EMA 12 อยู่ต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 26 แสดงว่าราคา Bitcoin อยู่ในแนวโน้มขาลง ซึ่งสอดคล้องกับสัญญาณเตือนที่ CDC ActionZone ส่งออกมาในปัจจุบัน
นักเทรดไทยควรระมัดระวังการลงทุนในตลาดคริปโตเคอเรนซี่ในช่วงนี้ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะตลาดหมี (Bear Market) ซึ่งอาจส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักเทรดยังสามารถพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบการตัดสินใจลงทุน เช่น ปัจจัยพื้นฐานของ Bitcoin สถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลก และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
#CDCActionZone #Bitcoin #Cryptocurrency #BearMarket #Siamstr
Blockchain เทคโนโลยีแห่งอนาคตในการเก็บข้อมูลสำคัญ
เทคโนโลยี Blockchain กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการการเงินและเทคโนโลยีดิจิทัล เนื่องจากมีคุณสมบัติเด่นในด้านความโปร่งใส ความปลอดภัย และความไม่สามารถแก้ไขข้อมูลได้ ทำให้ Blockchain กลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการเก็บข้อมูลสำคัญต่าง ๆ
ล่าสุด โปรเจค Polygon ID และ DFINITY foundation ได้เริ่มพัฒนาการใช้งานเครือข่าย Blockchain ในการเก็บข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือแม้กระทั่งข้อมูลประกันสุขภาพ
นาย Sebastain R. Cabrera รองประธานของโปรเจค Polygon ID ได้ออกมาพูดในงาน Blockchain 2 Government Conference โดยได้กล่าวว่า ปัจจุบันโปรเจค Polygon ID กำลังพัฒนาระบบเก็บข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ บนเครือข่าย Blockchain โดยระบบดังกล่าวจะให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกเข้ารหัสและกระจายเก็บไว้บนเครือข่าย Blockchain ทำให้ยากต่อการถูกเข้าถึงหรือแก้ไขข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
นอกจากโปรเจค Polygon ID และ DFINITY foundation แล้ว ยังมีอีกหลายองค์กรที่กำลังพัฒนาการใช้งาน Blockchain ในการเก็บข้อมูลสำคัญต่าง ๆ เช่น รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพัฒนาระบบเก็บข้อมูลทะเบียนราษฎรบนเครือข่าย Blockchain และรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพัฒนาระบบเก็บข้อมูลสุขภาพบนเครือข่าย Blockchain
การพัฒนาการใช้งาน Blockchain ในการเก็บข้อมูลสำคัญต่าง ๆ กำลังมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นในอนาคต เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถตอบโจทย์ความต้องการในด้านความปลอดภัยและความโปร่งใสได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลสำคัญต่าง ๆ
#blockchain #blockchaintechnology #datasecurity #dataprivacy #government #polygonid #dfinityfoundation
ผู้นำวงการ Tokenization ฟันธง! Bitcoin ETF เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
Tokenization คือกระบวนการแปลงสินทรัพย์ทางกายภาพหรือสินทรัพย์ทางการเงินให้เป็นโทเค็นดิจิทัล การทำ Tokenization สามารถนำไปสู่ประโยชน์มากมาย เช่น เพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความปลอดภัย
ล่าสุด ผู้นำวงการ Tokenization ต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Bitcoin ETF ที่ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐอเมริกา โดย Jeremy Allaire CEO Circle กล่าวว่า Bitcoin ETF เป็น "จุดเปลี่ยน" สำหรับการทำ Tokenization ทั่วทั้งภาคการเงินทั้งหมด Larry Fink CEO BlackRock กล่าวว่า Bitcoin ETF เป็นหนึ่งใน "ก้าวสำคัญ" ไปสู่การทำ Tokenization อย่างแพร่หลาย และ Brad Garlinghouse CEO Ripple กล่าวว่า Blockchain ไม่สามารถ "เจริญเติบโต" ได้หากยังคงอยู่ในเครือข่ายปิด (Closed Network)
ความคิดเห็นของผู้นำวงการ Tokenization เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ Bitcoin ETF ในการขับเคลื่อนการทำ Tokenization ไปสู่วงกว้างมากขึ้น Bitcoin ETF จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างง่ายดายและปลอดภัยยิ่งขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Tokenization มากยิ่งขึ้น
#Tokenization #BitcoinETF #Blockchain #Siamstr
MantaNetwork โดนตั้งข้อสงสัยว่าอาจแอบฟอกเงินผ่าน Bithumb
MantaNetwork ได้มีซื้อขายบน Bithumb ซึ่งเป็นกระดานเทรดคริปโตเคอเรนซีชั้นนำของเกาหลีใต้
ภายใน 5 นาทีหลังจากเปิดการซื้อขาย Manta Korea BD ได้ขาย Manta 2 ล้านเหรียญ (มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท) แปลงเป็น Ethereum 2,094.7 ETH และโอนออกไปยังที่อยู่กระเป๋าส่วนตัว
การกระทำดังกล่าวทำให้เกิดข้อสงสัยว่า MantaNetwork อาจแอบฟอกเงินผ่าน Bithumb
ข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้น:
* Manta Korea BD ขาย Manta จำนวนมากภายในเวลาอันสั้น อาจเป็นการล้างราคา (wash trading) เพื่อทำให้ราคา Manta ลดลง
* Manta Korea BD โอน Manta ออกไปยังที่อยู่กระเป๋าส่วนตัว อาจเป็นการโอนไปยังผู้กระทำผิดทางการเงิน
การตรวจสอบข้อเท็จจริง:
Bithumb ได้ออกมาชี้แจงว่า Manta Korea BD เป็นตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตจาก MantaNetwork ในการซื้อขาย Manta บน Bithumb
Bithumb ระบุว่า Manta Korea BD ได้ขาย Manta 2 ล้านเหรียญเพื่อชำระหนี้ให้กับนักลงทุนรายใหญ่รายหนึ่ง
MantaNetwork ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้
Kaleo นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง ไม่เชื่อว่า Ethereum (ETH) จะเสียตำแหน่งผู้นำ Layer-1 ในเร็วๆ นี้
Kaleo บอกกับผู้ติดตาม 615,900 คนของเขาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า ETH ยังคงมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอื่นๆ ในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและการใช้งานจริง
"ETH ยังคงเป็นแพลตฟอร์ม smart contract ที่ดีที่สุดในโลก" Kaleo กล่าว "มีการพัฒนา DeFi, NFT และ Metaverse อย่างต่อเนื่องบน ETH"
Kaleo ยังชี้ให้เห็นว่า ETH ยังคงมีอุปทานจำกัด ซึ่งทำให้เป็นสินทรัพย์ที่มีค่าสำหรับนักลงทุน
"ETH มีอุปทานจำกัดเพียง 18 ล้านเหรียญ" Kaleo กล่าว "สิ่งนี้ทำให้ ETH เป็นสินทรัพย์ที่หายากและมีค่า"
แน่นอนว่าการคาดการณ์ของ Kaleo เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวเท่านั้น และอนาคตของ ETH ยังคงไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยต่างๆ ที่ Kaleo กล่าวถึง แสดงให้เห็นว่า ETH ยังคงมีศักยภาพที่จะรักษาตำแหน่งผู้นำ Layer-1 ไว้ได้ในระยะยาว
#Ethereum #Layer1 #Siamstr
Bitcoin ETFs ทะยานแซง Silver ETFs ขึ้นเป็นสินทรัพย์โภคภัณฑ์ ETF อันดับสองของโลก
เพียงหนึ่งสัปดาห์หลังการอนุมัติ ETF Bitcoin ของสหรัฐอเมริกา Bitcoin ETFs มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (AUM) ทะยานแซง Silver ETFs ขึ้นเป็นสินทรัพย์โภคภัณฑ์ ETF อันดับสองของโลก
ณ วันที่ 18 มกราคม 2567 AUM ของ Bitcoin ETFs อยู่ที่ 27.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่า AUM ของ Silver ETFs ที่ 11.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
การทะยานขึ้นของ Bitcoin ETFs สะท้อนถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนใน Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์การลงทุน
ปัจจัยสำคัญที่หนุนการเพิ่มขึ้นของ AUM Bitcoin ETFs ได้แก่
การอนุมัติ ETF Bitcoin ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมคริปโตเคอเรนซี
ภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น Bitcoin
การยอมรับ Bitcoin จากสถาบันการเงินและนักลงทุนรายใหญ่
#Bitcoin #ETF #Silver #Siamstr
ปริมาณ Bitcoin คงเหลือบนกระดานเทรดลดลงต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก Glassnode พบว่า ปริมาณ Bitcoin คงเหลืออยู่บนกระดานเทรดทั่วโลกได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดย ณ วันที่ 19 มกราคม 2567 เหลือเพียง 3,656,103 BTC หรือคิดเป็น 12.6% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมด
ปริมาณ Bitcoin คงเหลือบนกระดานเทรดได้ลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคม 2560 โดยในช่วงเดือนมกราคม 2567 ลดลงจากระดับ 3,860,000 BTC ในเดือนธันวาคม 2566 ถึง 104,000 BTC
การลดลงของปริมาณ Bitcoin คงเหลือบนกระดานเทรดถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับตลาดคริปโต เนื่องจากแสดงให้เห็นว่านักลงทุนกำลังถือครอง Bitcoin ไว้ในมือมากขึ้น แทนที่จะฝากไว้บนกระดานเทรด
การลดลงของปริมาณ Bitcoin คงเหลือบนกระดานเทรดอาจเกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น
นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในราคา Bitcoin มากขึ้น จึงถือครอง Bitcoin ไว้ในมือมากขึ้น
นักลงทุนกำลังย้าย Bitcoin ออกจากกระดานเทรดเพื่อนำไปใช้งานหรือเก็บรักษาไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม การลดลงของปริมาณ Bitcoin คงเหลือบนกระดานเทรดอาจไม่ใช่สัญญาณที่ดีสำหรับนักลงทุนทุกคน เนื่องจากอาจทำให้ราคา Bitcoin ปรับตัวสูงขึ้นและทำให้นักลงทุนที่ถือครอง Bitcoin อยู่ในมือขาดทุนได้
#Bitcoin #Exchange #Supply #Siamstr
Golden Cross ของ Bitcoin เกิดขึ้นแล้วบนกราฟ Week! นักวิเคราะห์เตือนควรระมัดระวัง
เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2567 เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบง่าย (SMA) ราย 50 สัปดาห์ของ Bitcoin ตัดขึ้นเหนือเส้น SMA ราย 200 สัปดาห์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่บ่งชี้ว่าราคาสินทรัพย์มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางคนเตือนว่านักลงทุนควรระมัดระวัง เนื่องจาก Golden Cross นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นกว่า 70% ในช่วงระยะเวลา 4 เดือน และราคาซื้อขาย ณ ปัจจุบันเหนือระดับ 40,000 ดอลลาร์
"Golden Cross นี้อาจบ่งชี้ว่าตลาดกำลังเข้าสู่ขาขึ้น" PlanB นักวิเคราะห์ชื่อดังกล่าว "แต่สิ่งสำคัญคือต้องจำไว้ว่า Golden Cross มักมาช้าไปหลังจากการเริ่มต้นของขาขึ้นแล้ว"
นักวิเคราะห์อีกรายกล่าวว่า Golden Cross นี้อาจไม่ใช่สัญญาณบ่งชี้ที่แข็งแกร่งเท่ากับในอดีต เนื่องจากตลาดคริปโตมีสภาพคล่องมากขึ้นและมีการเทรดอย่างกว้างขวางมากขึ้น
"ในอดีต Golden Cross เป็นสัญญาณที่เชื่อถือได้มาก" Michael van de Poppe นักวิเคราะห์คริปโตกล่าว "แต่ในปัจจุบันตลาดคริปโตมีสภาพคล่องมากขึ้นและมีการเทรดอย่างกว้างขวางมากขึ้น ดังนั้น Golden Cross จึงอาจไม่ใช่สัญญาณที่แข็งแกร่งเท่าที่เคยเป็นมา"
ท้ายที่สุดแล้ว นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยอื่นๆ นอกเหนือจาก Golden Cross ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนใน Bitcoin เช่น สภาพเศรษฐกิจ นโยบายการเงิน และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์
#Bitcoin #GoldenCross #TechnicalAnalysis #Siamstr
DMT-NAT: โทเค็น Non-Arbitrary ใหม่บน Bitcoin
DMT-NAT เป็นโทเค็น Non-Arbitrary โทเค็นแรกบนเครือข่าย Bitcoin (หากนับ bitmap ว่าเป็นโทเค็น Non-Arbitrary ที่สอง)
โทเค็น DMT-NAT ทำงานโดยให้ผู้ใช้สามารถ "mint" โทเค็นได้โดยการสร้าง "NAT mint inscription" และระบุบล็อกที่จะอ้างอิง
จากนั้นดัชนี (indexer) จะดูจำนวน bits ที่อยู่ในบล็อกนั้นเมื่อถูกขุด และเครดิตโทเค็น Snat ให้กับกระเป๋าเงินของผู้ใช้ตามจำนวนนั้น
จำนวน bits ในแต่ละบล็อกจะแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 350 ล้านถึง 450 ล้าน bits (หรือ $NAT)
นอกจากนี้ยังมีความสับสนเกี่ยวกับจำนวนผู้ถือ Snat หากดูที่ @ordinalswallet จะแสดงยอดคงเหลือของผู้ถือ แต่นั่นเป็นเพียงจำนวนคนที่ถือ "transfer inscriptions"
หากไปที่เว็บไซต์ดัชนีจริง legacy.trac.network/tap.html คุณสามารถค้นหา DMT-NAT และดูว่ามีจำนวนผู้ถือ $nat จริงกี่คน ซึ่งปัจจุบันมีมากกว่า 12,000 คน
Mattyverse เน้นย้ำว่า DMT-NAT ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ bitmap เลย และ natmap นั้นไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงชื่อเครื่องมือการมองเห็นเท่านั้น
#Bitcoin #DMT #NAT #Siamstr
https://image.nostr.build/f68a3070573c365f9ffa591fe173b224a21789ffa07906731f590a9f2433ddcb.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=442x1920&blurhash=%3FPQvwRM%7B%7Eqf64nof%25Mf6t7ay4nkC%7Eqjs00j%5B_3fQ&x=ccfa1e750887c8f616921529562a3f234720380e337f55a1ba9efcdb79b68f4c
Nostr คนเลิกเล่น หรือปิดการมองเห็น #siamstr
Jamie Dimon ย้ำ Bitcoin เป็น "หินเลี้ยงสัตว์" (pet rock) ไม่มีประโยชน์จริง
Jamie Dimon ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JPMorgan ซึ่งเป็นนักวิจารณ์คริปโตมาอย่างยาวนาน กำลังวิพากษ์วิจารณ์ Bitcoin (BTC) อีกครั้งว่าเป็น "หินเลี้ยงสัตว์" ในบทสัมภาษณ์ใหม่กับ CNBC Squawk Box จาก World Economic Forum ใน Davos ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
Dimon โต้แย้งว่าไม่มีกรณีการใช้งานจริงสำหรับ Bitcoin นอกเหนือจากวัตถุประสงค์ที่ผิดกฎหมาย เช่น การฟอกเงินและการค้ายาเสพติด
"ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงใช้เวลากับมัน" Dimon กล่าว "มันไร้ค่า มันเหมือนกับหินเลี้ยงสัตว์"
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Dimon วิจารณ์ Bitcoin เขาเคยเรียกมันว่าเป็น "ฟองสบู่" และ "หลอกลวง"
ความคิดเห็นของ Dimon สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองแบบอนุรักษ์นิยมของธนาคารหลายแห่งเกี่ยวกับคริปโต ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพิ่งเตือนว่าคริปโตเป็น "ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น"
อย่างไรก็ตาม คริปโตก็มีผู้สนับสนุนที่กระตือรือร้นเช่นกัน พวกเขาเชื่อว่า Bitcoin สามารถเป็นรูปแบบการชำระเงินที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
#Bitcoin #JPMorgan #JamieDimon #Siamstr
$BTC
นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดังเตือน Bitcoin อาจเตรียมปรับฐานครั้งใหญ่
Jason Pizzino นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง เตือนว่า Bitcoin (BTC) กำลังส่งสัญญาณทางเทคนิคที่คล้ายกับที่ปรากฏก่อนการเคลื่อนไหวปรับฐานครั้งใหญ่ของราชาคริปโตในปี 2559 และ 2562
Pizzino บอกกับผู้ติดตาม 94,700 คนของเขาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า BTC respect the Gann 50% retracement ของคลื่นขาขึ้นล่าสุด ซึ่งเกิดขึ้นที่ระดับ 38,000 ดอลลาร์
"BTC กำลังทดสอบแนวรับที่สำคัญอีกครั้ง" Pizzino กล่าว "หากทะลุผ่านแนวรับนี้ อาจเป็นสัญญาณว่าการปรับฐานครั้งใหญ่กำลังจะเกิดขึ้น"
Pizzino ยังชี้ให้เห็นว่า BTC กำลังซื้อขายต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเคลื่อนที่ 200 วัน (MA) ซึ่งถือเป็นแนวต้านที่สำคัญสำหรับนักลงทุนจำนวนมาก
"BTC กำลังซื้อขายต่ำกว่า MA200 อีกครั้ง" Pizzino กล่าว "สิ่งนี้มักเป็นสัญญาณว่าตลาดอยู่ในภาวะ bear market"
แน่นอนว่าการเตือนของ Pizzino เป็นเพียงการคาดเดาเท่านั้น และราคา Bitcoin อาจมีการเคลื่อนไหวในทิศทางใดก็ได้ อย่างไรก็ตาม สัญญาณทางเทคนิคเหล่านี้ควรเป็นสัญญาณเตือนสำหรับนักลงทุนที่สนใจที่จะซื้อขาย BTC
#Bitcoin #TechnicalAnalysis #Siamstr
ฮ่องกงมีแนวโน้มอนุมัติ ETF Bitcoin และคริปโตแบบ Spot เร็วๆ นี้
ตามรายงานของสื่อหลายสำนัก หน่วยงานกำกับดูแลของฮ่องกงมีแนวโน้มที่จะอนุมัติ ETF Bitcoin และคริปโตแบบ Spot เร็วๆ นี้
รายงานระบุว่า คณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (SFC) และธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) ได้เสร็จสิ้นการทบทวนข้อกำหนดสำหรับ ETF Bitcoin และคริปโตแบบ Spot และกำลังเตรียมที่จะอนุมัติผลิตภัณฑ์เหล่านี้
การอนุมัติ ETF Bitcoin และคริปโตแบบ Spot ของฮ่องกงถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมคริปโตเคอเรนซีในเอเชีย
ETF Bitcoin และคริปโตแบบ Spot จะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึง Bitcoin และคริปโตเคอเรนซีอื่นๆ ได้อย่างง่ายดายและสะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลเหล่านี้เพิ่มขึ้น
#Bitcoin #ETF #Crypto #HongKong #SFC #HKMA #Siamstr
Binance Thai เปิดบริการอย่างเป็นทางการ : วิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดคริปโตไทย
Binance Thai หรือค่ายเหลือง ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Binance แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตเคอเรนซียักษ์ใหญ่ของโลก ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดคริปโตไทยมีผู้เล่นรายใหญ่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งราย
การเปิดตัวของ Binance Thai มาพร้อมกับฟีเจอร์และสิทธิประโยชน์ที่หลากหลาย เมื่อเทียบกับผู้เล่นรายอื่นๆ ในตลาดไทย ดังนี้
ค่าธรรมเนียมการเทรด Alt ที่คู่ USDT อยู่ที่ 0.2% เมื่อเทียบกับค่ายเขียวที่อยู่ที่ 0.6% ถือว่าถูกกว่าถึง 60%
การเทรดออกเป็นบาทมีสามคู่ BTC ETH USDT ค่าธรรมเนียม 0% หมายความว่า ผู้ที่เทรดเมืองนอกอยู่ก็สามารถมาออกเป็นเงินบาทที่นี้แบบไม่เสียค่าธรรมเนียมได้เลย
การแยก Global - TH ด้วยการแยก tab ถือว่าสะดวกกว่าการแยกด้วย URL
ผลกระทบต่อตลาดคริปโตไทย
การเปิดตัวของ Binance Thai คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตไทยในหลายด้าน ดังนี้
การแข่งขันในตลาดจะเข้มข้นขึ้น ค่าธรรมเนียมการเทรด Alt ที่ต่ำกว่าค่ายเขียวถึง 60% ของ Binance Thai คาดว่าจะดึงดูดผู้ใช้จากค่ายเขียวให้มาเทรดบน Binance Thai มากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดคริปโตไทยเข้มข้นขึ้น
การ P2P กันเองจะลดลง การเทรดออกเป็นบาทที่ Binance Thai ไม่มีค่าธรรมเนียม หมายความว่า ผู้ที่เทรดเมืองนอกอยู่สามารถมาออกเป็นเงินบาทที่นี้แบบไม่เสียค่าธรรมเนียมได้เลย ส่งผลให้การ P2P กันเองเพื่อแลกเงินบาทจะลดลง เนื่องจากไม่คุ้มค่าที่จะเสียค่าธรรมเนียม
ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์เต็มๆ ผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น ในรูปแบบของค่าธรรมเนียมที่ถูกลงและสิทธิประโยชน์ที่หลากหลายมากขึ้น
บทสรุป
การเปิดตัวของ Binance Thai ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับตลาดคริปโตไทย คาดว่าจะส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเข้มข้นขึ้น และผู้บริโภคจะได้ประโยชน์เต็มๆ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลบางประการที่ควรติดตามอย่างใกล้ชิด
Celsius เตรียมชำระหนี้? โอน Ethereum มูลค่ากว่า 125 ล้านดอลลาร์เข้ากระดานเทรด
ข่าวใหญ่สำหรับวงการคริปโต: Celsius แพลตฟอร์มปล่อยกู้สินทรัพย์ดิจิทัล เคลื่อนย้าย Ethereum (ETH) มูลค่ากว่า 125 ล้านดอลลาร์ไปยังกระดานเทรดสกุลเงินดิจิทัล
สัญญาณเริ่มต้นชำระหนี้: การโอน ETH 95.5 ล้านดอลลาร์ไปยัง Coinbase และ 29.7 ล้านดอลลาร์ไปยัง FalconX ระหว่างวันที่ 8-12 มกราคม ตามรายงานของ Arkham Intelligence ชี้ให้เห็นว่า Celsius อาจกำลังเตรียมการชำระหนี้ให้กับผู้ให้กู้
สถานการณ์ Celsius: Celsius เคยเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางการเงินในปี 2023 จนต้องระงับการฝากและถอนเงินชั่วคราว ส่งผลให้ผู้ใช้จำนวนมากกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของเงินลงทุน
อนาคตไม่แน่นอน: แม้การโอน ETH จะเป็นสัญญาณที่ดี แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า Celsius จะสามารถชำระหนี้ได้ทั้งหมดหรือไม่ สถานการณ์ของ Celsius ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
ติดตามความคืบหน้า: ผู้ใช้ Celsius และผู้สนใจวงการคริปโตควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อดูว่า Celsius จะสามารถกลับมาดำเนินงานได้ตามปกติหรือไม่
#Celsius #Crypto #ETH #Repayment #Siamstr
Telegram เผยโฉม Mini Apps ดึงสายตรงสู่โลก Web3 สะเทือนวงการคริปโต!
Telegram แพลตฟอร์มแชทสุดฮิตไม่หยุดพัฒนา ล่าสุดส่งอาวุธลับอย่าง Mini Apps เข้ามาเขย่าวงการคริปโต เปิดโอกาสให้ธุรกิจสายบล็อกเชนสร้างแอพฯ ใช้งานภายในแพลตฟอร์มได้โดยตรง
Mini Apps คืออะไร?
Mini Apps คือแอพพลิเคชั่นขนาดเล็กที่ใช้งานได้ภายใน Telegram โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแยกต่างหาก ธุรกิจคริปโตสามารถสร้าง Mini Apps สำหรับฟังก์ชันต่างๆ เช่น:
ซื้อขายเหรียญคริปโต
ติดตามข่าวสารวงการบล็อกเชน
จัดการกระเป๋าเงินดิจิทัล
เล่นเกมบล็อกเชน
เชื่อมต่อกับ DApps
ทำไม Telegram ถึงสำคัญ?
Telegram มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 500 ล้านคน และเป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ที่สนใจเทคโนโลยีและคริปโตเคอเรนซี การเปิดตัว Mini Apps จึงถือเป็นโอกาสทองสำหรับธุรกิจคริปโตในการเข้าถึงผู้ใช้จำนวนมหาศาล
ผลกระทบต่อวงการคริปโต:
เพิ่มความสะดวก: Mini Apps ทำให้การใช้งานคริปโตง่ายขึ้น ไม่ต้องเปลี่ยนแพลตฟอร์มไปมา
ดึงดูดผู้ใช้ใหม่: ผู้ใช้ Telegram สามารถเข้าสู่โลกคริปโตได้ง่ายขึ้นผ่าน Mini Apps
เสริมสร้างระบบนิเวศ: Mini Apps ช่วยเชื่อมต่อผู้ใช้กับบริการคริปโตต่างๆ ได้อย่างราบรื่น
อนาคตของ Mini Apps:
การเปิดตัว Mini Apps ถือเป็นก้าวสำคัญของ Telegram ในการก้าวเข้าสู่โลก Web3 คาดว่าจะมีธุรกิจคริปโตจำนวนมากเข้ามาพัฒนา Mini Apps ของตัวเองในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้ระบบนิเวศ Telegram กลายเป็นศูนย์กลางของการใช้งานคริปโตที่ครอบคลุมและสะดวกยิ่งขึ้น
#Web3 #Cryptocurrency #TelegramMiniApps #Innovation
JPMorgan Chase ปฏิเสธชดเชยลูกค้า หลังโดนแฮ็กเงิน
ยักษ์ใหญ่ธนาคาร JPMorgan Chase ปฏิเสธที่จะชดเชยให้กับลูกค้ารายหนึ่ง หลังพบว่าลูกค้ารายดังกล่าวถูกแฮ็กเงินออกจากบัญชีธนาคารไปหลายพันดอลลาร์
บีทซี่ ริช ชาวโคโลราโด เล่าว่าเธอได้รับข้อความทาง SMS เมื่อเดือนที่แล้ว โดยข้อความดังกล่าวขอให้เธออนุมัติธุรกรรมมูลค่า 1,700 ดอลลาร์จากบัญชี JPMorgan Chase ของเธอ
ริช เชื่อว่าข้อความดังกล่าวเป็นข้อความปลอม แต่เธอก็คลิกลิงก์ในข้อความโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งทำให้เธอถูกหลอกให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเธอ
หลังจากนั้น เงินจำนวน 1,700 ดอลลาร์ก็ถูกโอนออกจากบัญชีธนาคารของริช เธอจึงติดต่อกับ JPMorgan Chase เพื่อขอชดเชย แต่ธนาคารปฏิเสธคำขอของเธอ
“ฉันรู้สึกโกรธและผิดหวังมาก” ริชกล่าว “ฉันเป็นลูกค้าของ JPMorgan Chase มาหลายปี และฉันไม่เคยมีปัญหาอะไรมาก่อน”
JPMorgan Chase ระบุว่า ธนาคารได้ตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และพบว่าริชไม่ได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของธนาคาร
“เราเข้าใจว่าลูกค้าของเราอาจรู้สึกผิดหวังเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น” JPMorgan Chase กล่าวในแถลงการณ์ “แต่เราจำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของเราเพื่อปกป้องลูกค้าของเรา”
#JPMorganChase #Scam #Banking #Siamstr