หลายปีมานี้เราเสียความมั่นใจไปกับงานเขียนเพราะคำวิจารณ์ของบก. ในขณะที่นักอ่านหลายหมื่นคนชื่นชอบผลงานเรื่องนั้น แต่เราผู้ที่สร้างมันขึ้นมากลับเกลียดจนไม่อยากจะโยนทิ้ง
เรารู้ ‘คำวิจารณ์‘ เป็นเรื่องปกติ เรารับได้นะ เวลานักอ่านหรือใคร ๆ ต่างเข้าคอมเมนท์ แต่กับบก. ท่านนี้ เขาไม่โปรโมทงานเรา เขาบอกว่างานเราทำเขา ’ขาดทุน งานเราขายไม่ได้’ ทั้ง ๆ ที่เพิ่งขายวันแรก และใช่หลังจากนั้นเราไม่ส่งงานให้เขาอีกเลย
คำว่างานขายไม่ได้แม่งแปะอยู่ตรงหน้าผากเรามาตลอดหลายปี เราเสียความมั่นใจ ไม่กล้าเขียน ไม่กล้าลงมือทำ ไม่กล้าทำตัวสุดโต่งอยู่ในกรอบ เขียนแต่งานที่สังคมยอมเสียเงินซื้อ มันเจ็บปวด สภาพเราเหมือนเต่าหดหัวอยู่ในกระดองไปวัน ๆ บางครั้งก็ถามตัวเองว่า ’เชี่ย เราเหมาะแล้วเหรอที่จะเป็นนักเขียน‘
จนกระทั่งเมื่อวาน นักอ่านคนนึงส่งสิ่งนี้มาให้เรา เราแบบนิ่งอยู่พักนึง เรามองชั้นหนังสือเห็นนามปากกาของตัวเอง มองโต๊ะคอมพ์ที่มีโน๊ตแปะเดดไลน์ ตอนนั้นเราถามตัวเองซ้ำ ๆ ‘คนอย่างกูเป็นไอดอลให้ชาวบ้านได้จริง ๆ เหรอ เชี่ย เจ๋งเกิน’ โซ่ที่ล่ามคอเราไว้ค่อย ๆ คลายออก มันยังไม่หลุดเสียทีเดียวแต่ตอนนี้เราหายใจโล่งขึ้นประมาณนึง
ขอบคุณนะคะ
#siamstr
