Penguin No Invest's avatar
Penguin No Invest
npub1ka5k...2u4x
don't rush, just save - การลงทุนมีความเสี่ยง แต่การเก็บออมเสี่ยงน้อยกว่า ผู้เก็บออมไม่ต้องศึกษาข้อมูลในการเก็บออมก่อนตัดสินใจเก็บออม
image จากโพสต์ ศิลปะการเงินของชนชั้นกลาง: อยู่ให้มั่นคง ใช้ให้สุขสมดุล “ฉันเห็นเพื่อน ๆ รอบตัวเป็นอยู่สองแบบ แบบแรก: พวกประหยัดจนแข็งตาย แบบที่สอง: พวกใช้ชีวิตเหมือนเจ้าชาย แต่เงินเดือนเหมือนทาส” โพสต์นี้พูดถึงการใช้เงินที่ไม่สมดุล อย่างแรกคือใช้มากเกินไป และอย่างที่สองคือเก็บมากเกินไป เราจะมาพูดถึงเคสที่ 1 กัน ว่าเก็บเงินแบบไหน ที่เรียกว่ามากเกินไปจนไม่ได้ใช้ชีวิต แล้วคำว่าใช้ชีวิตนี้มันดูจากอะไรและมุมมองของใครกันแน่ ส่วนเคสที่ 2 “การเก็บออมที่น้อยเกินไป” โดยเฉพาะถ้าชอบใช้ชีวิตหรูหราเกินตัวจนไม่มีเหลือเก็บ ใคร ๆ ก็รู้ได้ทันทีว่าผลกระทบของมันเป็นอย่างไร เคสที่ 1 คนที่เก็บออมมากเกินไป ”ชีวิตพวกนี้คือการนั่งนับเหรียญทุกวัน เหมือนนักโทษในเรือนจำที่สร้างขึ้นเอง เงินเต็มบัญชี แต่ห้ามแตะ ต้องกอดแน่น ๆ เหมือนสมบัติจะหาย ทั้งที่จริง ๆ มันกำลังขโมยความสุขของตัวเองไปทีละวัน สุดท้ายพอถึงวันที่อยากใช้…ก็ต้องใช้มันจ่ายค่ารักษาอาการ Burn Out ในโรงพยาบาลแทนอยู่ดี” “ถ้าคุณเก็บทุกบาทแบบหุ่นยนต์ คุณจะตายก่อนจะได้ใช้มัน” เป็นความจริงที่มีบางคนเก็บหนักจนเป็นอาการทางจิต แต่คงจะมีน้อยมากที่ “เก็บมากจนแข็งตาย” เพราะโดยปกติคนที่เก็บเงินนั้นขอแยกง่าย ๆ เป็น 3 แบบ 1. คนที่อดทน อดเปรี้ยวไว้กินหวาน คือคนที่ยอมเก็บความสุขในวันนี้ เพื่อไปมีความสุขในวันหน้าแทน หรือเก็บเพื่ออนาคต ไม่ว่าจะไปลงทุน ทำธุรกิจ เที่ยว ใช้ชีวิตอะไรก็ว่าไป 2. คนที่มีความสุขง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้เงินเยอะ พวกนี้ไลฟ์สไตล์ไม่หรูหรา เที่ยวไม่บ่อย กินไม่แพง คนพวกนี้ใช้เงินเยอะไม่ได้ พอใช้เงินไม่เยอะ ก็เลยมีเงินเก็บ 3. คนที่เก็บอย่างเดียว ไม่สนอะไรทั้งนั้น ไม่สนว่าชีวิตจะทุกข์แค่ไหน มีเงินเก็บเยอะแต่ไม่ใช้ ถ้าหนักมากก็อาจหยิบยืมคนอื่น สร้างภาระให้คนอื่นทั้ง ๆ ที่ตนเองก็มีแต่ไม่ช่วยเหลือตนเอง . ซึ่งบทความที่บอกว่า “เก็บมากจนแข็งตาย” คงหมายถึงคนแบบที่ 3 นี่แหละ เพราะมันดูสุดโต่งจนเกินไป . เพราะแบบที่ 1 และ 2 นั้น เป็นเรื่องปกติที่คนจะเก็บเงินเพื่ออนาคต ซึ่งใครจะมาตัดสินหรอว่าการใช้ชีวิตแบบไหนคือไม่ได้ใช้ชีวิต ก็ถ้าชีวิตของเขามันมีความสุขง่าย ๆ อ่านหนังสือ นอนอยู่บ้าน ทำอาหารเอง เล่นกันหมาแมว เล่นเกมกับเพื่อน แบบนี้เรียกว่าใช้ชีวิตไหม…..หรือต้องออกไปเที่ยว ไปต่างประเทศ ต้องไปสัมมนา ต้องไปถ่ายรูปกินอาหารหรู ๆ ต้องเช็คอินลง IG ตลอด ผมว่าสุดท้ายแล้วไลฟ์สไตล์ของใครมันไม่สำคัญเท่ากับคำว่า “เราพอใจเปล่า” ถ้าพอใจมันก็จบ อยากเที่ยวก็ไป แต่ยอมรับว่าเงินเก็บจะน้อยลง ถ้าชั่งใจแล้วว่าประสบการณ์ที่จะได้มันคุ้มกว่าก็จัดไป แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าจะไปเที่ยวดีไหม บางทีการเก็บเงินไว้ก่อนก็ไม่ใช่เรื่องแย่ เราอาจรอมั่นใจก่อน รอทริปที่อยากไปจริง ๆ แล้วค่อยไปก็ยังได้ ไม่จำเป็นต้องไปบ่อยเพียงเพราะกลัวคำว่า “ใช้ชีวิตไม่คุ้ม” คุ้มไม่คุ้ม มันก็เป็นเพียงแค่คำที่มนุษย์มันสร้างขึ้นมาใช้กันเอง ถ้ามันคุ้มของคุณมันก็คือคุ้ม ไม่ว่าใครจะมองยังไงก็ตาม ชีวิตบางคนก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย การต้องฝืนพยายามทำตัวให้โลกจดจำอาจจะเป็นทุกข์ซะมากกว่า “ความมั่งคั่งที่แท้จริง ไม่ใช่การมีเงินมากที่สุด แต่คือการมีชีวิตที่มั่นคงพอ และยังอยากตื่นมาใช้ชีวิตทุกเช้าในแบบที่คุณชอบมันจริงๆสักที” แบบไหนที่เรียกว่ามั่นคงพอ มันก็คงไม่มีคำตอบหรอก บางคนมีเยอะก็ไม่ได้รู้สึกว่าพอ บางคนที่มีน้อยอาจจะรู้สึกพอได้ ผมว่า Key คือคำว่าอยากตื่นมาใช้ชีวิตทุกเช้านี้แหละ วันนี้เราเหนื่อยกันไปเพื่ออะไร เพื่อให้วันนึงเราตื่นมาแล้วรู้สึกว่ามีความสุขตั้งแต่ตื่นนอน (อิสรภาพ) น่าจะเป็นชีวิตที่ดีไม่เลวเลย ทีนี้ก็คงต้องทบทวนกันเอาเองว่า พอ ของเราเองมันอยู่ที่ตรงไหน และเราทุกคนต่างก็ “เก็บ” และ “ใช้” เพื่อเป้าหมายนั้นนั่นแหละ don’t rush, just save #siamstr #เก็บออม #penguinnoinvest
"ให้น้อยลง" แม่มักจะพูดประโยคนี้ขึ้นมาเสมอ หลังจากกลับมาบ้าน และแกะห่อกับข้าวที่ซื้อมาจากตลาด image ผมได้ยินแรก ๆ ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนัก แต่เวลาผ่านไป ผมก็ได้ยินแม่พูดเรื่อย ๆ . และไม่ใช่แค่ร้านเดียว แต่ไม่ว่าร้านไหนๆ ก็ดูจะให้น้อยลงสำหรับแม่ คำว่า "ให้น้อยลง" กลายเป็นเหมือนบทสวดที่เราจะท่องทุกครั้งก่อนทานอาหาร ผมก็มักจะบอกว่า "มันก็เป็นแบบนี้ทุกร้านนั่นแหละ" โดยที่ผมไม่เคยสังเกตเลยว่าแม่ค้าให้น้อยลงจริงหรือไม่ . "มันน้อยลงยังไง" "นี่ไง เมื่อก่อนให้หมู 4 ชิ้น เดี๋ยวนี้ให้ 3 ชิ้น" "ขนาดเท่าเดิมมั้ย" "ไม่ หมูมันบางลง เมื่อก่อนหนากว่านี้ ดูสิเดี๋ยวนี้หั่นซะบางเฉียบ" . แต่ความจริงคือ แม่เป็นสิ่งมีชีวิตที่รับรู้ทุกความผิดปกติได้อย่างเหลือเชื่อ ส่วนผมเป็นคนประเภทที่ หากมีอะไรสักอย่างเปลี่ยนไปก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเปลี่ยนไป . เราก็ได้แต่ตั้งคำถามว่า ทำไมร้านถึงทำแบบนี้ ลดคุณภาพสินค้าของตัวเองล่ะ เขาไม่รู้หรอว่าทำแบบนี้ลูกค้าจะหายไป แต่จะหนีไปไหนก็เจอแต่ของราคาแพง ถ้าไม่แพงก็คุณถาพด้อยลง หนีไปร้านไหนก็ไม่พ้น เป็นชะตาที่มิอาจเลี่ยง . ตอนหลังถึงได้รู้ว่ามันคือผลกระทบจากเงินเฟ้อ ถ้าแม่ค้าเพิ่มราคา เดี๋ยวคนก็ไม่ซื้อ เลยต้องลดคุณภาพสินค้าเพื่อให้ขายราคาเดิมได้ . และนั่นคือบทเรียนที่แม่สอนผมเรื่องเศรษฐศาสตร์โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ จาก "ให้น้อยลง" กลายเป็นความจริงที่ทำให้เราตระหนักว่าเงินที่อยู่ในกระเป๋าของเรานั้น มีอำนาจในการซื้อลดลงไปทุกวัน ทุกวัน don't rush, just save - penguin no invest #siamstr #penguinnoinvest #เงินเฟ้อ
ความหลงผิดในเรื่อง "High Risk High Return" . "High Risk High Return" ที่ได้ยินกันบ่อย ๆ นั้น เรามักหยิบยกมาพูดกรอกหูตัวเองเวลาเราต้องการทำอะไรที่อยากได้ผลลัพธ์เร็ว ๆ . ความจริงแล้วเราคิดถึงแค่ ผลตอบแทนที่สูง (High Return) และ ต้องได้ผลตอบแทนอย่างเร็ว (Fast Return) โดยที่ไม่ได้สนใจความเสี่ยง (Risk) เลยแม้แต่นิดเดียว . สำหรับบางคน "High Risk High Return" เป็นแค่คำบอกตัวเองว่า "อย่าไปคิดเยอะเลย เสี่ยงให้มากเข้าไว้ เดี๋ยวผลตอบแทนก็มากตามเอง" ความจริงแล้วนั่นคือการพูดกับตัวเองว่า "ฉันต้องการ High and Fast Return ส่วน Risk เป็นเรื่องไร้สาระ ไม่ต้องสนใจ" . ทางที่ปลอดภัยและมั่นคงอย่าง "Low Risk High Return" เช่น การลงทุนกับความรู้และพัฒนาทักษะที่เราถนัด กลับถูกมองข้าม แม้มันดูเป็นทางที่ดี แต่มักถูกมองข้ามเพราะได้เงินช้าเกินไป - เรื่องที่ใคร ๆ ก็รู้กลายเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ เพราะผลลัพธ์มันช้า สมัยนี้ใครมันจะไปรอ อยากได้อะไรต้องรีบไปหมด จะให้รอรวยไม่เอาหรอก สู้เอาเวลาไปผลาญเงินเล่นสบายใจกว่าเยอะ . "ทำยังไงก็ได้ให้ได้เงินมากและเร็วที่สุด" ซึ่งความคิดนี้มันก็ไม่ได้ผิด สำหรับคนที่ทำได้จริงก็ต้องยอมรับว่าเขาเก่งมาก แต่สำหรับเรา ๆ ที่ไม่ได้เก่ง เส้นทางที่ปลอดภัยกว่านั้นมีอยู่ตลอด แต่กลับไม่สนใจ . ทำในสิ่งที่คุณถนัดและทำมันให้ดี คือการสร้างเส้นทาง "Low Risk High Return" ให้กับตัวเอง อย่าไปทำอะไรที่เสี่ยงสูงแต่สุดท้ายได้ผลตอบแทนต่ำและไม่ใช่สำหรับคุณ don't rush, just save - penguin no invest #siamstr image
"ขนาดคนรวยยังไม่เก็บออม แล้วทำไมเราต้องเก็บ?" คนรวยไม่เก็บออมเงินสด เพราะพวกเขารู้ว่าเงินจะเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ จากภาวะเงินเฟ้อ พวกเขาจึงเลือกที่จะลงทุน . ส่วนคนที่ยังไม่รวยจำเป็นต้องเก็บออม ไม่ใช่เพื่อทำให้รวยในทันที แต่เพื่อไม่ให้จน และเพื่อเป็นต้นทุนก้อนแรกที่จะไปสู่ชีวิตที่ดีกว่าในอนาคต . การออมคือบันไดขั้นแรกที่สำคัญสุดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เราจน และเป็นโอกาสในการสร้างความรวยในอนาคต . การที่คนรวยไม่เก็บออม ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เขารวย แต่การที่คนไม่รวยไม่เก็บออม นั่นแหละคือสาเหตุที่ทำให้จน #penguinnoinvest #siamstr image
image ในอดีต เงินที่ใช้กันมีค่าเท่ากับทองจริงๆ แต่วันนี้เงินที่ใช้กันมันเป็นแค่กระดาษที่เอาไปแลกเป็นทองได้ แต่ปัญหาคือกระดาษที้เราใช้ มันแลกทองได้น้อยลง และซื้อของได้น้อยลงในทุก ๆ ปี CPI หรือมาตรวัดเงินเฟ้อ ไม่ได้สะท้อนความจริง เพราะมาตรวัดนี้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามใจ ก็คือเขาอยากจะบอกว่าปีนี้เงินเฟ้อกี่เปอร์เซ็นก็ทำได้ เราจึงต้องดูเอาเองว่าเงินมันเฟ้อเท่าไร ดูง่าย ๆ ว่าข้าวของทุกอย่างในชีวิตประจำวันแพงขึ้นเกือบ 10% ทุกปี หาเงินยังไงก็ไม่ทัน (ถ้าของไม่ได้แพงขึ้นก็ลองดูสิว่าคุณภาพมันลดลงเพื่อให้ขายได้ในราคาเดิมรึเปล่า) เงินที่เราเหนื่อยหามาแทบตาย เก็บไปก็ซื้อของได้น้อยลงในทุกปี จะเก็บไปทำไม นี่แหละ พอเงินมันมีค่าลดลง เงินที่เสื่อมค่านำไปสู่ความคิดในการเริ่มลงทุน เพราะอยากได้ผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อ แน่นอนว่าการเก็บออมมันแพ้เงินเฟ้อ แต่มันทำให้เราหลีกเลี่ยงหายนะจากความผิดพลาดในการลงทุนของเราได้ อยากลงทุนไม่ใช่เรื่องผิด แต่ต้องเริ่มจากพื้นฐานที่น่าเบื่อสุด ๆ อย่างการออมซะก่อน
image สวัสดีครับชาว nostr พอดีเพิ่งได้มีโอกาสใช้ nostr เลยอยากทำเนื้อหาเล็กๆน้อยๆไว้เป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ตั้งใจเก็บออม ส่วนตัวไม่มีความสามารถในการลงทุนเท่าใดนัก จะชื่นชอบในการเก็บออมมากกว่า และเชื่อว่าคงมีหลายคนที่กำลังพยายามเก็บออมอยู่เช่นกัน มาร่วมบันทึกการเก็บออมไปด้วยกันครับ - don’t rush, just save #siamstr
image แด่ "ผู้ที่กำลังเก็บออม" อย่างเคร่งครัด ไม่ว่าตั้งใจเก็บออมเพื่ออะไรก็ตาม ขอให้คุณไปถึงเป้าหมายในสักวัน เราไม่ได้จำเป็นต้องรีบรวย เรารอรวยได้ เพียงแต่เราเดินไปทีละก้าว ทีละก้าว อย่างช้า ๆ เพียงเท่านั้น อยู่กับปัจจุบัน บรรจงสะสมไปเรื่อย ๆ มาร่วมบันทึกการเก็บออมของพวกเราไปด้วยกันเถอะ #siamstr