DDC Enterprise บริษัทอาหารพร้อมทานสัญชาติฮ่องกงที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ได้เริ่มต้นแผนสะสม Bitcoin จำนวน 5,000 BTC ภายใน 3 ปี โดยเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2025 บริษัทได้ซื้อ Bitcoin จำนวน 21 BTC เป็นครั้งแรก ด้วยมูลค่าประมาณ 2.28 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแลกกับหุ้น Class A จำนวน 254,333 หุ้น และมีแผนจะซื้อเพิ่มอีก 79 BTC ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เพื่อให้มียอดสะสมรวม 100 BTC ในระยะสั้น
เป้าหมายระยะกลางของ DDC คือการซื้อ Bitcoin 500 BTC ภายใน 6 เดือนแรก และสะสมให้ครบ 5,000 BTC ภายใน 3 ปี ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จ จะทำให้ DDC เป็นหนึ่งในบริษัทที่ถือ Bitcoin มากที่สุดในโลก รองจากบริษัทญี่ปุ่น Metaplanet ที่ถือ 7,800 BTC
ผลกระทบต่อตลาดคริปโตคือ การที่บริษัทไม่ใช่สายเทคโนโลยีแต่สนใจเข้ามาสะสม Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองสะท้อนถึงความเชื่อมั่นใน Bitcoin ว่าเป็นสินทรัพย์เก็บมูลค่าระยะยาว อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นของ DDC กลับลดลงกว่า 12% หลังประกาศแผนนี้ แสดงให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนในระยะสั้น แม้ตลาดคริปโตโดยรวมจะมีการยอมรับ Bitcoin จากภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น
สรุปคือ DDC Enterprise กำลังเดินหน้าสู่การเป็นบริษัทที่ใช้ Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำรองหลักในระยะยาว โดยเริ่มต้นด้วยการซื้อ 21 BTC เมื่อ 23 พ.ค. 2025 และมีแผนสะสมต่อเนื่องอีก 3 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อความนิยมและการยอมรับ Bitcoin ในภาคธุรกิจมากขึ้น แม้จะมีแรงกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น
วันที่ข่าว: 23 พฤษภาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
coinforce
npub147ya...ev5f
no second best #bitcoin #btc #money
นบทสัมภาษณ์ระหว่าง Anthony Pompliano (Pomp) กับ Jordi Visser นักลงทุนสาย Macro ที่มีประสบการณ์ใน Wall Street กว่า 30 ปี โดยเนื้อหาหลักพูดถึงแนวโน้มของ Bitcoin, ภาวะเศรษฐกิจโลก, ผลกระทบของ AI, หนี้สาธารณะ, ตลาดพันธบัตร และกลยุทธ์ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับ Bitcoin
ประเด็นสำคัญที่พูดถึง
1. อะไรที่ขับเคลื่อนราคา Bitcoin ให้สูงขึ้น?
• Jordi มองว่าการขึ้นของ Bitcoin ยังไม่ใช่ “short squeeze” ที่แท้จริง แต่เกิดจากการที่องค์กรและนักลงทุนทั่วโลกเริ่มกระจายความเสี่ยงออกจากสินทรัพย์ที่ผูกกับระบบการเงินดั้งเดิม (fiat) มาเป็น Bitcoin มากขึ้น
• เขาเชื่อว่า “short squeeze” ที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาว (long-term rates) ปรับตัวสูงขึ้น และสิ่งนี้จะเป็นตัวเร่งให้ราคา Bitcoin พุ่งแรงแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
2. ความสัมพันธ์ของ Bitcoin กับสภาพคล่องโลก, หนี้, และพันธบัตร
• ระบบการเงินโลกกำลังเผชิญปัญหาหนี้และสภาพคล่อง โดยรัฐบาลทั่วโลกโดยเฉพาะสหรัฐฯ มีหนี้ระยะยาวสูงมาก
• เมื่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาวสูงขึ้น จะกดดันสินทรัพย์ระยะยาว เช่น หุ้นเทคโนโลยี, อสังหาริมทรัพย์, Private Equity ฯลฯ
• Bitcoin กลายเป็นสินทรัพย์ที่อยู่นอกระบบ (outside the system) และมีสภาพคล่องสูง จึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น
3. ผลกระทบของ AI ต่อเศรษฐกิจและตลาด
• AI ช่วยเพิ่มปริมาณธุรกรรมและการใช้โทเคนในระบบคริปโต ทำให้เงินไหลเข้าสู่ระบบนี้มากขึ้น
• AI ยังเป็นปัจจัยที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบการเงินโลก
4. แนวโน้มการเกิด “Upside Collapse” ของ Bitcoin
• Jordi เชื่อว่าในปีนี้จะเกิดเหตุการณ์ที่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นแรงมากในช่วงเวลาสั้น ๆ (อาจขึ้น 10,000–30,000 ดอลลาร์ใน 1 สัปดาห์) เพราะมีคนจำนวนมากขายออปชั่นฝั่ง Call เพื่อรับ Yield หากราคา Bitcoin ทะลุจุดที่ขายไว้ คนเหล่านี้จะต้องรีบซื้อคืน (short squeeze) ทำให้ราคาพุ่งแรง
• เขาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ GameStop และตลาด Nickel ที่เคยเกิด short squeeze มาก่อน
5. กลยุทธ์ของรัฐบาลสหรัฐฯ และแนวโน้มมาตรการควบคุมเงินทุน
• มีโอกาสที่รัฐบาลจะออกมาตรการควบคุมเงินทุน (capital controls) หรืออัดฉีดสภาพคล่อง (QE) เพื่อพยุงตลาดพันธบัตร
• ระบบการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ คนจะมองหาสินทรัพย์นอกระบบ เช่น ทองคำและ Bitcoin
6. ปัจจัยเสริมอื่น ๆ
• การที่บุคคลสำคัญใน Wall Street ออกมาสนับสนุน Bitcoin จะยิ่งสร้างกระแสและแรงซื้อในตลาด
• การถือ Bitcoin กระจายอยู่ทั่วโลก ไม่ได้อยู่แค่ในสหรัฐฯ
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
โรเบิร์ต คิโยซากิ ผู้เขียนหนังสือ “Rich Dad Poor Dad” โพสต์เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2025 ว่า Bitcoin ทำให้การสะสมความมั่งคั่งง่ายขึ้นกว่าที่เคย โดยเหลือ Bitcoin ที่ยังขุดได้เพียง 1-2 ล้านเหรียญเท่านั้น และแม้การถือครองเพียง 0.01 Bitcoin ก็สามารถสร้างผลกำไรได้มากในอีก 2 ปีข้างหน้า เขายังกล่าวว่าราคาของ Bitcoin จะเข้าสู่ช่วงที่ Raoul Pal เรียกว่า “banana zone” ซึ่งหมายถึงช่วงราคาที่มีโอกาสเติบโตสูง.
วันที่ข่าว: 26 พฤษภาคม 2025
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
รัฐบาลปากีสถานได้จัดสรรไฟฟ้าส่วนเกินจำนวน 2,000 เมกะวัตต์สำหรับการทำเหมืองบิทคอยน์และศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในเฟสแรกของโครงการระดับชาติ เพื่อใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าส่วนเกิน สร้างงานเทคโนโลยีขั้นสูง และดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยโครงการนี้นำโดย Pakistan Crypto Council (PCC) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง.
วันที่ข่าว: 25 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: Economic Times, Reuters, Cointelegraph, Mettis Global News
URL:
•
• https://www.reuters.com/sustainability/boards-policy-regulation/pakistan-allocates-2000-megawatts-electricity-bitcoin-mining-ai-data-centres-2025-05-25/
•
• 
The Economic Times
Pakistan allocates 2,000 megawatts of electricity to bitcoin mining, AI data centres
Pakistan plans to allocate 2,000 MW of electricity for bitcoin mining and AI data centers in its first phase, aiming to monetize surplus electricit...
Cointelegraph
Pakistan allocates 2,000MW power for Bitcoin mining and AI centers
Pakistan reserves 2,000MW of surplus power for Bitcoin mining and AI centers, offering tax incentives to lure global investors and support its digi...

Govt allocates 2,000 MW in first phase for Bitcoin mining, AI data centers 
Govt allocates 2,000 MW In first phase for Bitcoin mining, AI data centers...
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตกลงเลื่อนการบังคับใช้ภาษีนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโรป (EU) ที่อัตรา 50% ออกไปเป็นวันที่ 9 กรกฎาคม 2025 แทนเดิมที่จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มิถุนายน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเจรจาต่อรองเพิ่มเติมกับสหภาพยุโรป โดยการตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากการสนทนาระหว่างทรัมป์กับ Ursula von der Leyen ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งต้องการเวลามากขึ้นเพื่อหาข้อตกลงที่เหมาะสม
การเลื่อนภาษีศุลกากรนี้ช่วยลดแรงกดดันทางเศรษฐกิจและความกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นและคริปโตในระยะสั้น เนื่องจากความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าและภาษีสูงส่งผลให้ความเชื่อมั่นลดลงและเกิดการไหลออกของเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงเช่น Bitcoin และ altcoins อย่างไรก็ตาม การเลื่อนเวลาครั้งนี้อาจช่วยฟื้นฟูความเชื่อมั่นและกระตุ้นการฟื้นตัวของราคาคริปโตในระยะสั้นได้ โดยตลาดคริปโตมีความไวต่อสัญญาณเศรษฐกิจมหภาคและความเชื่อมั่นของนักลงทุนอย่างมาก
วันที่ข่าว: 25 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: CNBC, Washington Post, NBC News, BeInCrypto, MGR Online
URL:
•
• https://www.washingtonpost.com/business/2025/05/25/donald-trump-trade-tariffs-european-union/e6ac0036-39ba-11f0-912d-d5f4792db3e4_story.html
•
• https://th.beincrypto.com/how-trumps-liberation-day-tariff-impact-crypto-market/
•
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce

CNBC
Trump delays 50% tariffs on EU to July 9
President of the European Commission Ursula Von der Leyen said that she had a "good call" with Trump, but needed until July 9 to "reach a good deal."

NBC News
Trump delays 50% tariffs on E.U. to July 9
President Donald Trump’s post came after European Commission President Ursula Von der Leyen said she had a “good call” with him but needed un...
ทรัมป์สั่งขึ้นภาษีนำเข้า!! ส่งแรงกระแทกตลาดคริปโต ฉุดราคาบิทคอยน์ร่วง
ราคาบิทคอยน์ ร่วงลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ 92,460 ดอลลาร์ ซึ่...
รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สก็อตต์ เบสเซนต์ กล่าวเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2025 ว่าสหรัฐฯ กำลัง “ไปใหญ่” กับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมองเห็นโอกาสความต้องการพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ สูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ในระยะสั้น พร้อมเน้นว่าสหรัฐฯ ควรเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำของสินทรัพย์ดิจิทัลโลก และกำลังผลักดันกรอบกฎหมายที่ชัดเจนเพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้อย่างยั่งยืน
วันที่ข่าว: 23 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: Bloomberg, LinkedIn, The Block
URL:
• Bloomberg: https://www.bloomberg.com/news/videos/2025-05-23/bessent-on-trade-bonds-tax-bill-wall-street-week-video
• LinkedIn:
• The Block: https://www.theblock.co/post/353482/treasury-secretary-scott-bessent-says-us-should-be-the-premier-destination-for-digital-assets
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
LinkedIn
US Treasury Sec. Scott Bessent on digital assets | Harvey L. posted on the topic | LinkedIn
💥 US Treasury Sec. Scott Bessent says: "We are going BIG on digital assets." because in the short-term there "could be up to $2 Trillion demand ...
James Wynn นักเทรด Bitcoin รายใหญ่ (BTC whale) ยังคงถือสถานะ Long Bitcoin มูลค่าประมาณ 1.26 พันล้านดอลลาร์ โดยมีราคาสำหรับการถูกบังคับปิดสถานะ (liquidation price) อยู่ที่ 105,179 ดอลลาร์ต่อ BTC ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้เลเวอเรจ 40 เท่า และมีจำนวน Bitcoin ทั้งหมดประมาณ 11,588 BTC การเคลื่อนไหวนี้แสดงถึงความมั่นใจในแนวโน้มขาขึ้นของ Bitcoin แม้จะมีความเสี่ยงจากการปิดสถานะหากราคาตกลงต่ำกว่าระดับดังกล่าว.
วันที่ข่าว: 24 พฤษภาคม 2025
แหล่งข้อมูล: Bitget News
URL: https://www.bitget.com/news/detail/12560604775353
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
กฎหมายสเตเบิลคอยน์ฉบับใหม่ของฮ่องกงได้ผ่านการอนุมัติแล้ว โดยกฎหมายนี้กำหนดให้ผู้ที่ออกสเตเบิลคอยน์ที่อ้างอิงกับเงินตรา (fiat-backed stablecoins) ต้องขอใบอนุญาตจากธนาคารกลางฮ่องกง (HKMA) และปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการบริหารสินทรัพย์สำรองและการแยกเงินของลูกค้า เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินและส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินในภูมิภาค
ภายใต้กฎหมายนี้ HSBC ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มชำระเงินบนบล็อกเชนในฮ่องกง ซึ่งใช้การฝากเงินแบบโทเคน (tokenized deposits) ทำให้ลูกค้าธุรกิจสามารถชำระเงินด้วยดอลลาร์สหรัฐและดอลลาร์ฮ่องกงแบบเรียลไทม์ ลดต้นทุนและเวลาการทำธุรกรรม HSBC ได้ร่วมมือกับ Ant International ในการทดสอบระบบนี้ และมีแผนขยายบริการไปยังประเทศอื่นในเอเชียและยุโรปในครึ่งปีหลังของปีนี้
กฎหมายนี้จะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นคงให้กับตลาดสเตเบิลคอยน์ในฮ่องกง ส่งเสริมให้สถาบันการเงินรายใหญ่เข้ามามีบทบาทในตลาดคริปโตมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงจากการใช้สเตเบิลคอยน์ที่ไม่มีการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด นอกจากนี้ การเปิดตัวแพลตฟอร์มชำระเงินบนบล็อกเชนของ HSBC ยังเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยส่งเสริมนวัตกรรมทางการเงินและการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในระบบการเงินแบบดั้งเดิม ทำให้การชำระเงินข้ามพรมแดนรวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ริคาร์โด ซาลินาส (Ricardo Salinas) มหาเศรษฐีอันดับ 3 ของเม็กซิโก เตรียมปล่อยหนังสือดิจิทัลเรื่อง “The Bitcoin Enlightenment” ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2025 หนังสือเล่มนี้จะเล่าถึงความผิดพลาดทางการเงินของมนุษยชาติและผลกระทบร้ายแรง โดยซาลินาสจะชี้ให้เห็นว่าทำไมเงินเฟียตถึงเป็นการหลอกลวง และ Bitcoin คือทางเลือกที่ให้ความมั่นคงทางการเงินและความเป็นอิสระทางการเงินผ่านความขาดแคลนของมัน.
การที่ซาลินาสซึ่งเป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและมั่งคั่งในเม็กซิโกออกมาเผยแพร่ความรู้และสนับสนุน Bitcoin อย่างเป็นทางการนี้ อาจช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและการยอมรับ Bitcoin ในวงกว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดละตินอเมริกา ซึ่งอาจกระตุ้นให้มีการลงทุนและการใช้งานคริปโตเพิ่มขึ้น รวมถึงส่งเสริมแนวคิดเรื่องความเป็นอิสระทางการเงินและการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลแทนเงินเฟียตในอนาคต
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สหภาพยุโรป (EU) ได้เปิดการสอบสวนด้านการแข่งขันทางการค้าใหม่กับบริษัท Visa และ Mastercard เกี่ยวกับโครงสร้างค่าธรรมเนียมการใช้บัตรเครดิตและเดบิตที่มีความซับซ้อนและไม่โปร่งใส โดยมีการร้องเรียนจากกลุ่มผู้ค้าปลีกใหญ่ในยุโรปที่รวมตัวกันใน EuroCommerce และสมาคมอื่น ๆ ว่าค่าธรรมเนียมเหล่านี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ค้าปลีก ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจยุโรปโดยรวม
การสอบสวนครั้งนี้อาจทำให้ Visa และ Mastercard ถูกปรับเงินสูงสุดถึง 10% ของรายได้ทั่วโลก ถ้าพบว่ามีการละเมิดกฎการแข่งขันทางการค้า นอกจากนี้ ผู้ค้าคาดว่าการขึ้นค่าธรรมเนียมที่ไม่มีความโปร่งใสจะทำให้กลุ่มผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็กเสียเปรียบ และกระตุ้นให้ EU สนใจพัฒนาเงินดิจิทัลของตัวเอง (Digital Euro) เพื่อลดการพึ่งพาระบบบัตรเครดิตของบริษัทสหรัฐฯ
การเพิ่มความเข้มงวดด้านกฎระเบียบและการตรวจสอบค่าธรรมเนียมของ Visa และ Mastercard อาจเปิดโอกาสให้เทคโนโลยีบล็อกเชนและคริปโตเคอร์เรนซีเข้ามามีบทบาทในระบบชำระเงินมากขึ้น เนื่องจากคริปโตมักถูกมองว่าเป็นระบบการชำระเงินที่โปร่งใส ลดค่าใช้จ่ายการทำธุรกรรม และไม่มีตัวกลางแบบดั้งเดิมที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูง อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน การเกิดกฎระเบียบใหม่ ๆ จากรัฐอาจส่งผลให้คริปโตต้องปรับตัวในเรื่องความโปร่งใสและความปลอดภัยมากขึ้นเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ คาดว่าในอนาคตเราจะเห็นการแข่งขันที่มากขึ้นระหว่างระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิมกับเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ ๆ ที่พยายามเสนอทางเลือกที่ดีกว่าและโปร่งใสกว่า
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
ผลกระทบของภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ต่อราคาผู้บริโภค
Commerce Secretary Howard Lutnick อ้างว่าภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ สร้างรายได้ประมาณ 30 พันล้านดอลลาร์ต่อเดือน และส่วนใหญ่ต้นทุนเหล่านี้ไม่ได้ถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคโดยตรง โดยเขายกตัวอย่างจากรายงานผลกำไรของ Amazon ที่ไม่ได้แสดงผลกระทบด้านราคาหรือความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นต่างออกไป โดยรายงานจาก Federal Reserve Bank of Atlanta และ J.P. Morgan พบว่าภาษีศุลกากรจะทำให้ราคาสินค้านำเข้าและราคาขายปลีกในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นประมาณ 0.8% ถึง 1.6% ซึ่งภาษีส่วนใหญ่จะตกอยู่กับผู้บริโภคในรูปแบบราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าที่นำเข้าจากแคนาดา เม็กซิโก และจีน รวมถึงอาจมีผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้าง เช่น ความวุ่นวายในห่วงโซ่อุปทานและแรงกดดันเงินเฟ้อ
แหล่งที่มา
• Federal Reserve Bank of Atlanta research on tariff price impacts
• J.P. Morgan economists’ analysis of import price pass-through
• Statements by Commerce Secretary Howard Lutnick
• Various economic reports on US tariffs and consumer prices
URL ตัวอย่าง (เพื่ออ้างอิงข้อมูลเพิ่มเติม)
• Federal Reserve Bank of Atlanta - Tariff Price Impacts
• J.P. Morgan Market Intel
• News coverage on Lutnick’s tariff claims and economic analysis (example)
https://www.reuters.com/business/us-tariffs-consumer-prices-impact-2025-04
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สรุปสถานการณ์ดอลลาร์สหรัฐฯ ปี 2025
ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ปรับตัวลงอย่างมากในปี 2025 โดยลดลงมากกว่า 7% ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งถือเป็นการลดลงที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2023 การอ่อนค่าของดอลลาร์ครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยสำคัญ รวมถึงนโยบายภาษีนำเข้าที่เข้มงวดของประธานาธิบดีทรัมป์ ความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณที่ขยายตัว และการสูญเสียความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อนโยบายของสหรัฐฯ
ผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้า
ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ประกาศนโยบายภาษีนำเข้าที่รุนแรง โดยคุกคามที่จะเก็บภาษี 50% จากสินค้าสหภาพยุโรปเริ่ม 1 มิถุนายน และภาษี 25% จาก iPhone ของ Apple ที่ไม่ได้ผลิตในสหรัฐฯ การประกาศนโยบายเหล่านี้ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.8% ในวันศุกร์ และลดลง 1.9% ในสัปดาห์นั้น ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน
การแข็งค่าของสกุลเงิน G10
การอ่อนค่าของดอลลาร์ได้สร้างโอกาสให้กับสกุลเงินกลุ่ม G10 หลายตัว โดยเฉพาะปอนด์อังกฤษที่กลายเป็นหนึ่งในสกุลเงิน G10 ที่แข็งแกร่งที่สุดในช่วงต้นปี 2025 นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าปอนด์จะซื้อขายเหนือระดับ 1.35 ต่อดอลลาร์ภายในสิ้นปีและเข้าใกล้ระดับ 1.45 ในปี 2026
สกุลเงินอื่นๆ ที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น ได้แก่:
- เยนญี่ปุ่นที่แข็งค่าประมาณ 6% เทียบกับดอลลาร์
- โครนาสวีเดนที่แข็งค่าประมาณ 9%
- ยูโรที่มีการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2009
บทสรุป
การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2025 สะท้อนถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบายการค้าที่เข้มงวด ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนหันไปลงทุนในสกุลเงินอื่นๆ แทน การเปลี่ยนแปลงนี้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในพลวัตของตลาดเงินตราโลก
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สรุปสถานการณ์ตลาดหุ้นและนโยบายภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2025
ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2025 ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดตัวด้วยการปรับตัวลงอย่างรุนแรง เนื่องจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาแถลงขู่จะเก็บภาษีศุลกากร (tariffs) ครั้งใหญ่ ตั้งแต่ 25% กับ iPhone ของ Apple หากไม่ย้ายการผลิตกลับมาภายในประเทศ และขู่เก็บภาษี 50% กับสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งสร้างความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่อาจขยายตัว
• ดัชนีดาวโจนส์ร่วงกว่า 436 จุด (1.04%)
• S&P 500 ลดลง 67 จุด (1.15%)
• Nasdaq ลดลง 300 จุด (1.59%) ซึ่งเป็นการปรับตัวลงมากที่สุด
• ดัชนีความผันผวน VIX พุ่งขึ้นกว่า 18.5% แสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลของนักลงทุน
หุ้น Apple ร่วงลงกว่า 3.8% หลังคำขู่ภาษี ส่วนหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Microsoft, Nvidia, Amazon และ Meta ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน นอกจากนี้ หุ้น Ross Stores และ Deckers Brands ก็ปรับตัวลดลงอย่างหนักเพราะความไม่แน่นอนในนโยบายการค้า
ในแง่ของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ทรัมป์ระบุว่า สหภาพยุโรปเป็นกลุ่มที่เอาเปรียบสหรัฐฯ ทางการค้าผ่านการตั้งภาษีและอุปสรรคหลายอย่าง ทำให้สหรัฐฯ จ่อจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกประเภท 50% เริ่มตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2025 เว้นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในสหรัฐฯ เท่านั้น ขณะที่จีนก็มีความเสี่ยงตอบโต้ด้วยมาตรการจำกัดส่งออกวัตถุดิบสำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ Apple ใช้ในการผลิต iPhone
โดยสรุป สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับคู่ค้าสำคัญอย่าง EU และจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและตลาดหุ้นในวงกว้าง
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
สรุปแนวโน้ม bitcoin
ล่าสุดราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 111,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยราคาขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ประมาณ 111,875 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ก่อนจะทรงตัวที่ราว 111,300 ดอลลาร์ สาเหตุหลักมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นจากความคืบหน้าด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ และความสนใจจากนักลงทุนสถาบัน รวมถึงการสนับสนุนจากอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีแผนจัดงานเลี้ยงสำหรับกลุ่มนักลงทุนคริปโตและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน
นอกจากนี้ ธนาคารใหญ่ในสหรัฐฯ กำลังศึกษาการพัฒนาสตีเบิลคอยน์เพื่อแข่งขันในตลาดคริปโต และตลาดโดยรวมยังคงมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แม้ราคาบิตคอยน์จะลดลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดแต่ยังคงอยู่ในระดับแข็งแกร่งกว่า 108,000 ดอลลาร์
ประเด็นสำคัญอื่น ๆ ได้แก่
• การโจมตีแฮ็กเงินดิจิทัลมูลค่ากว่า 223 ล้านดอลลาร์ที่แพลตฟอร์ม Sui ทำให้โทเคนในระบบลดลงอย่างมาก
• บริษัท AI ในสิงคโปร์กลับมาซื้อบิตคอยน์เพิ่ม หลังศาลสหรัฐฯ ยกเลิกคำสั่งห้าม
• BlackRock เปิดตัวผลิตภัณฑ์ Bitcoin ในยุโรป และ Trump Media ร่วมมือกับ Crypto.com เปิดตัว ETFs ด้านคริปโต
สรุปคือ บิตคอยน์ยังคงได้รับความสนใจสูงและมีแนวโน้มราคาขึ้นต่อเนื่องจากปัจจัยบวกทั้งด้านกฎระเบียบและการสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ รวมถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโต
แหล่งข้อมูล:
• CoinDesk, 23 พ.ค. 2025
• Bitcoin.com News, 23 พ.ค. 2025
• CNBC, 22 พ.ค. 2025
• Yahoo Finance, 23 พ.ค. 2025
• Investing.com, 23 พ.ค. 2025
• Reuters, 25 มี.ค. 2025
• NBC News, 22 พ.ค. 2025
Kraken เปิดตัวบริการ xStocks สินทรัพย์หุ้นสหรัฐฯ แบบโทเคนบนบล็อกเชน Solana
Kraken กำลังเปิดตัวบริการใหม่ชื่อว่า xStocks ที่จะอนุญาตให้ลูกค้านอกสหรัฐฯ สามารถซื้อขายหุ้นสหรัฐฯ ที่ได้รับการโทเคนไนซ์แล้ว เช่น หุ้น Apple, Tesla และ Nvidia ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ผ่านบล็อกเชน Solana ซึ่งมีจุดเด่นดังนี้
• หุ้นเหล่านี้จะถูกแปลงเป็นโทเคน SPL บนเครือข่าย Solana ทำให้สามารถใช้ร่วมกับกระเป๋าเงินดิจิทัลและแอป DeFi ต่าง ๆ ได้
• นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นได้ตลอดเวลา แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดอยู่ ลดข้อจำกัดเรื่องเวลาและเขตภูมิศาสตร์
• โทเคนแต่ละใบจะมีสินทรัพย์สำรอง 1:1 กับหุ้นจริงที่ Backed Finance ถือครอง ทำให้ราคาสินทรัพย์เสมือนหุ้นจริงในตลาด
• การเทรด 24/7 ช่วยให้นักลงทุนมีความยืดหยุ่น สามารถตอบสนองข่าวสำคัญและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกเวลาทำการตลาดแบบเดิมได้ทันที
• การใช้บล็อกเชน Solana ช่วยให้การซื้อขายรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าระบบการซื้อขายหุ้นปกติ
การเปิดตัวนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปิดโอกาสให้นักลงทุนทั่วโลกเข้าถึงหุ้นสหรัฐฯ อย่างเสรีและทันสมัยมากขึ้น
แหล่งข้อมูล
• Kraken Official Announcement
• Solana Foundation Statement
• ข่าวและวิเคราะห์ตลาดจากสำนักข่าวการเงิน
URL :
https://www.kraken.com/xstocks
https://solana.com/news/kraken-xstocks-launch
#siamstr #btc #bitcoin #coinforce
Bitcoin ได้ทำสถิติราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 111,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงวันที่ 22 พฤษภาคม 2025 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับวันครบรอบ 15 ปี Bitcoin Pizza Day ที่ถือเป็นธุรกรรม Bitcoin ครั้งแรกในโลกจริงๆ โดย Bitcoin ราคาปรับตัวขึ้นถึง 33% ในรอบเดือนที่ผ่านมา จากแรงสนับสนุนหลักๆ ได้แก่ ความต้องการจากสถาบันผ่านกองทุน ETF ที่ทำสถิติการไหลเข้าทุนมากกว่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม, การ Halving ครั้งล่าสุดที่ลดปริมาณเหรียญใหม่ลงครึ่งหนึ่ง, ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ และมูลค่าตลาด Bitcoin ที่ทะลุ 2.21 ล้านล้านดอลลาร์
ในส่วนของกองทุน ETF สถาบันต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock มีเงินไหลเข้ามากเป็นอันดับหนึ่งถึง 530.6 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว ซึ่งมากกว่าปริมาณ Bitcoin ที่ถูกขุดได้ในวันนั้นถึง 10 เท่า โดยในเดือนพฤษภาคมนี้กองทุน ETF Bitcoin ทั้งหมดมีเงินไหลเข้ามากกว่า 3.6 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุน ETF Ethereum ก็ได้รับเงินลงทุนมากถึง 108.58 ล้านดอลลาร์ในเดือนเดียวกัน
บริษัท Strategy (เดิมชื่อ MicroStrategy) กลายเป็นผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกด้วยมูลค่ากว่า 50 พันล้านดอลลาร์ โดยถือครอง Bitcoin กว่า 553,555 เหรียญ ด้วยราคาเฉลี่ยซื้ออยู่ที่ 68,459 ดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้แผน “21/21 Plan” ที่จะลงทุน Bitcoin มูลค่า 42 พันล้านดอลลาร์ใน 3 ปีผ่านการระดมทุนด้วยหนี้และหุ้นพร้อมกัน ส่งผลให้มูลค่ากิจการของ Strategy อยู่ที่ประมาณ 100 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเกือบเท่ากับสองเท่าของมูลค่าหลักทรัพย์ Bitcoin ที่บริษัทถือครอง
แหล่งข้อมูล
• Bloomberg, May 22, 2025
• Reuters, May 23, 2025
• BlackRock iShares Bitcoin Trust Reports, May 2025
• Strategy (MicroStrategy) Investor Relations, April 2025
URLs
• https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-05-22/bitcoin-hits-record-111000-on-strong-institutional-demand
• https://www.reuters.com/technology/bitcoin-surges-past-111000-mark-2025-05-23
• https://www.blackrock.com/itshares/bitcoin-trust/
• https://investors.strategy.com/bitcoin-holdings-2025
ทรัมป์ขู่อาจเก็บภาษี 25% กับ iPhone ที่ผลิตนอกสหรัฐฯ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนว่าอาจจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอย่าง iPhone ที่ผลิตนอกสหรัฐฯ เช่น ในอินเดีย หรือประเทศอื่น ๆ สูงถึง 25% เพื่อกดดันบริษัทอย่างแอปเปิลให้ย้ายฐานการผลิตกลับมาในสหรัฐฯ โดยหลังคำเตือนนี้ หุ้นของแอปเปิลร่วงลงประมาณ 2% ในการซื้อขายก่อนตลาดเปิด
แม้จะมีแรงกดดันจากนโยบายนี้ แอปเปิลยังคงขยายฐานการผลิตในอินเดียอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทผู้ผลิตหลักอย่าง Foxconn ลงทุนมากกว่าพันล้านดอลลาร์เพื่อสร้างโรงงานและที่พักคนงานในอินเดีย เป้าหมายเพื่อเพิ่มสัดส่วนการผลิต iPhone ในอินเดียให้ถึงประมาณ 25-32% ภายในปี 2025-2026 เพื่อกระจายความเสี่ยงและลดพึ่งพาการผลิตในจีน
นโยบาย “Make America Great Again” (MAGA) ของทรัมป์มุ่งเน้นการนำการผลิตกลับสหรัฐฯ ผ่านการเก็บภาษีนำเข้าและลดข้อจำกัดต่าง ๆ แต่ก็มีเสียงวิจารณ์ว่าอาจทำให้ราคาสินค้าในสหรัฐฯ สูงขึ้น และสร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดโลก
ในกรณีภาษี 25% หากบังคับใช้จริง คาดว่าจะส่งผลให้ราคาขาย iPhone ในสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นมาก เช่น รุ่นท็อปอาจเพิ่มขึ้นจาก $1,599 เป็นเกือบ $2,300 ส่งผลกระทบต่อลูกค้าและห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงทำให้การนำเข้าสินค้าจากจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
แหล่งข้อมูล
• CNBC: https://www.cnbc.com/2025/05/22/trump-threatens-25percent-tariffs-on-non-us-made-iphones.html
• Reuters: https://www.reuters.com/technology/apple-expand-iphone-production-india-foxconn-investment-2025-05-20/
• Bloomberg: https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-05-21/trump-maga-manufacturing-policy-economic-impact-iphone-tariffs
• The Verge: https://www.theverge.com/2025/05/23/apple-india-manufacturing-growth-wsj-report