ย้อนหลังครับ ⬅️
#Siamstr
งาน #THBW2024
อาจารย์พิริยะ Vs คุณ CK
TATUN
tatun22@siamstr.com
npub13q3p...9cs9
🔺 Don't trust, Verify 🔻
เรามักมองข้ามความเป็นจริง และถูกชักจูงด้วยความผันผวน ความตื่นเต้น หรือแม้กระทั่งการหลอกลวง
บางคนมองข้าม ATH รอบนี้ไปแล้ว บางคนมองไปถึงว่า ขาลงรอบที่จะถึงนี้มีปัจจัยอะไรบ้าง? แต่แน่แท้ล่ะ เราได้แต่วิเคราะห์และเดากันไปเรื่อยๆ
ความจริงมันช้า
ราคา คือหนึ่งในปัจจัยที่น่าตื่นเต้นสำหรับบิตคอยน์ หากเข้าใจแล้ว บิตคอยน์ไม่มีคำว่าดอย ถ้าเราเข้าใจสมการ
BTC / BTC ไม่มีคำว่า ดอย ในทุกช่วงเวลา เพราะมันคือ 1:1 เสมอ (หากกฎยังเช่นเดิม)
GM #Siamstr
ดอยของ BTC คือ BTC / (Fiat + ความโลภ)
เมื่อเราตัดความโลภออกได้ คุณจะเหลือ BTC / Fiat เพียงเพื่อแค่แลกเปลี่ยน Fiat เป็นสิ่งที่ดีกว่า หรือ แลกเปลี่ยน BTC เป็น Fiat เพื่อใช้กับตลาดแลกเปลี่ยนทั่วไป ณ ช่วงเวลาปัจจุบัน
เราไม่มีทางรู้อนาคตว่าจะเป็นอย่างไร ที่เราสามารถทำได้คือ ป้องกันและลดความเสี่ยงด้วยความรู้ ความสามารถที่เรามี
Study Bitcoin
Don't trust, verify ✨✌️
ป ป ป ป แปด!
GM S s s s #Siamstr


การเงิน ดนตรี และ Dream Theater 🤘
----------------------
รายได้หลักของน้า John และ Dream Theater มาจากไหน?
“ วง Dream Theater ของเราไม่ได้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์เลย ถึงแม้เราจะมีเพลงอย่าง Pull Me Under ที่ขึ้นชาร์ทวิทยุและกลายเป็นเพลงดังของเรา แต่นอกจากเพลงนี้แล้วเราไม่สามารถพึ่งพารายได้จากยอดขายอัลบั้มได้เลย
เราสร้างอาชีพของพวกเราโดยวางแผนว่าเราจะอยู่ได้ด้วยการทัวร์และการแสดงคอนเสิร์ต เราเลยเริ่มทัวร์ตั้งแต่เริ่มแรก เราคือวงที่จะเดินทางไปเพื่อสร้างแฟนๆจากทั่วโลกขึ้นมา
เราไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่นักจากการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลของอุตสาหกรรมดนตรี เพราะเราวางแผนแบบนี้ไว้แต่แรก
วงของเรานั้นเน้นทัวร์เป็นหลัก และรายได้ของเรามาจากการทัวร์และการขาย Merchandise เราไม่เหมือนกับวงป๊อปที่ขายอัลบั้มได้หลายล้านชุด และสามารถแสดงโชว์ปีละไม่กี่โชว์ได้
เราเล่นกันปีละ 150 โชว์ เราเดินทางไปทั่วโลก นั่นคือวิธีหาเงินของเรา และมันเป็นแบบนั้นมาตลอด ”
John Petrucci มือกีตาร์ของวงได้เล่าถึงโมเดลการทำเงินของ Dream Theater
----------------------
“ ผมอยากแนะนำว่า แม้คุณจะเล่นดนตรีเก่งมากแค่ไหน แต่โอกาสที่จะทำเงินจากดนตรีเพียวๆนั้นยากมากๆ คุณควรจะหาหลายๆช่องทางในการหาเงินด้วย อย่าพึ่งพาดนตรีเพียงอย่างเดียว มันจะช่วยให้ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น
ถ้าใครซักคนมีความสามารถที่จะหาเงินในช่องทางอื่นๆได้นอกเหนือจากการพึ่งพาดนตรี...
คุณจะมีทั้ง “เงิน” และ “เวลา” ที่จะสนุกกับ “ดนตรี” ได้ (มากยิ่งขึ้น)
มันเศร้านะที่ผมต้องพูดแบบนี้ เพราะทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ทุกวันนี้ทุกคนที่รักดนตรี กลับต้องพบความยากลำบากในการหาเลี้ยงตัวเองด้วยดนตรี และทุกอย่างมันยากขึ้นเรื่อยๆ ”
Jordan Rudess มือคีย์บอร์ดของ Dream Theater ได้กล่าวเสริมกับเรื่องนี้
----------------------
ข้อมูลจาก f : Peter Sow
#Siamstr #Music
#DreamTheater
----------------------
รายได้หลักของน้า John และ Dream Theater มาจากไหน?
“ วง Dream Theater ของเราไม่ได้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์เลย ถึงแม้เราจะมีเพลงอย่าง Pull Me Under ที่ขึ้นชาร์ทวิทยุและกลายเป็นเพลงดังของเรา แต่นอกจากเพลงนี้แล้วเราไม่สามารถพึ่งพารายได้จากยอดขายอัลบั้มได้เลย
เราสร้างอาชีพของพวกเราโดยวางแผนว่าเราจะอยู่ได้ด้วยการทัวร์และการแสดงคอนเสิร์ต เราเลยเริ่มทัวร์ตั้งแต่เริ่มแรก เราคือวงที่จะเดินทางไปเพื่อสร้างแฟนๆจากทั่วโลกขึ้นมา
เราไม่ได้รับผลกระทบเท่าไหร่นักจากการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลของอุตสาหกรรมดนตรี เพราะเราวางแผนแบบนี้ไว้แต่แรก
วงของเรานั้นเน้นทัวร์เป็นหลัก และรายได้ของเรามาจากการทัวร์และการขาย Merchandise เราไม่เหมือนกับวงป๊อปที่ขายอัลบั้มได้หลายล้านชุด และสามารถแสดงโชว์ปีละไม่กี่โชว์ได้
เราเล่นกันปีละ 150 โชว์ เราเดินทางไปทั่วโลก นั่นคือวิธีหาเงินของเรา และมันเป็นแบบนั้นมาตลอด ”
John Petrucci มือกีตาร์ของวงได้เล่าถึงโมเดลการทำเงินของ Dream Theater
----------------------
“ ผมอยากแนะนำว่า แม้คุณจะเล่นดนตรีเก่งมากแค่ไหน แต่โอกาสที่จะทำเงินจากดนตรีเพียวๆนั้นยากมากๆ คุณควรจะหาหลายๆช่องทางในการหาเงินด้วย อย่าพึ่งพาดนตรีเพียงอย่างเดียว มันจะช่วยให้ดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น
ถ้าใครซักคนมีความสามารถที่จะหาเงินในช่องทางอื่นๆได้นอกเหนือจากการพึ่งพาดนตรี...
คุณจะมีทั้ง “เงิน” และ “เวลา” ที่จะสนุกกับ “ดนตรี” ได้ (มากยิ่งขึ้น)
มันเศร้านะที่ผมต้องพูดแบบนี้ เพราะทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่า ทุกวันนี้ทุกคนที่รักดนตรี กลับต้องพบความยากลำบากในการหาเลี้ยงตัวเองด้วยดนตรี และทุกอย่างมันยากขึ้นเรื่อยๆ ”
Jordan Rudess มือคีย์บอร์ดของ Dream Theater ได้กล่าวเสริมกับเรื่องนี้
----------------------
ข้อมูลจาก f : Peter Sow
#Siamstr #Music
#DreamTheater1 btc = 1 usd 10 usd 100 usd 1,000 usd 10,000 usd 100,000 usd 1,000,000 usd ...
-----------------------
usd : ยิ่งนับวัน คุณก็ยิ่งเปลี่ยนไป รู้ตัวบ้างมั้ย? 😡
btc : ฉันน่ะหรอที่เปลี่ยนไป? คุณดูสภาพตัวของคุณซะก่อนสิ ชิส์! 😤
บทสั้น เคอเรนซี่การละคร 😄💬
-----------------------
GM #Siamstr ⛅🌿
มา! เมื่อวานผมถึงบ้านอาบน้ำ โน๊ตเล็กๆน้อยๆ แล้วนอนเลย 💤
โน๊ตนี้จัดเต็มจากงาน Session ของ อาจารย์พิริยะ Vs คุณ CK ครับผม 🔥
---------------------------
ทำไมปี 2008 รัฐอุ้มธนาคารที่กำลังจะล้มตาย เพียงเพราะธนาคารเหล่านี้ลงทุนกับสิ่งห่วยๆ ลงทุนแบบห่วยๆ แต่มันใหญ่เกินไป ใหญ่เกินกว่ารัฐจะยอมให้ล้มได้ Too Big to Fail จึงเกิดการพิมพ์เงินอัดฉีดอย่างมหาศาล
ใช่ วิกฤตผ่านมาได้เพราะการพิมพ์เงิน เพื่ออัดฉีดจากรัฐ แต่ไม่มีธนาคารหรือคนใหญ่คนโตคนไหนออกมารับผิดชอบสักคน
การพิมพ์เงินอัดฉีด กลับกลายเป็นเงินเฟ้อ เงินเฟ้อเล่นงานทุกคน ทุกระดับ ทุกชนชั้น แต่ชนชั้นที่อยู่ใกล้แหล่งพิมพ์เงิน หรือมีอำนาจในการสั่งการ เขามีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยก่อน ก่อนที่กลไกเงินเฟ้อจะส่งผล
และปี 2008 Satoshi Nakamoto ก็ได้ปล่อย Whitepaper ของ Bitcoin ออกมา โดยที่บล็อกที่ 0 ในปี 2009 ก็คือ บล็อกแรกของ Bitcoin ที่ถูกตั้งชื่อไว้ว่า Genesis Block ได้ฝังข้อความไว้ว่า...
“The Times 03/Jan/2009 Chancellor on brink of second bailout for banks”
เพื่อเป็นการย้ำเตือนว่า... จากเหตุการณ์ในอดีต แสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถมีเงินที่ดีได้อีกแล้ว เราไม่เห็นด้วยกับระบบการเงินแบบนี้ แต่ตอนนี้พวกเราเริ่มมีความหวังแล้ว
- มันยังคงมี 1 = 1 เท่าเดิม นี่ไม่ใช่คำปลอมใจ แต่มันคือเรื่องจริงของไท้บรรทัดที่ยืดหดไม่ได้
- มันยังคง Having ทุกๆ 210,000 บล็อก หรือ ราวๆ 4 ปี จนกว่าจะขุดครบจำนวน 21m ตามโค้ด
- ค่า Difficulty ของ Bitcoin ยังคงทำงาน เพิ่ม-ลดความยากในการขุดทุกๆ 2,016 บล็อก และปิดบล็อกประมาณ 10 นาที โดยเฉลี่ย
กลับมาดูเงิน Fiat เรามองเห็นอนาคตได้ไกลขนาดไหน เราต้องรอให้กลุ่มคนบางกลุ่มมาตัดสินเศษฐกิจที่มีผลกระทบไปทั่วโลก มันคือไม้บรรทัดที่ยืดหดได้ ค่าไม่แน่ไม่นอน เอาไปวัด เอาไปคำนวณ ถ้าเอาไปใช้สร้างบ้าน โครงสร้างคงพังทั้งหมด มันไม่แฟร์เลย
หากสมมุตมีสนามบินที่กำล้งจะเจ๊ง ระหว่างให้รัฐพิมพ์เงินเพื่อมาอุ้มสนามบิน กับ ปล่อยให้มันเจ๊งไป จะเลือกแบบไหน? ในแง่มุม Free market ปล่อยให้มันเป็นไป เป็นไปตามนั้น คนเป็นหมื่นอาจตกงาน สนามบินต้องถูกปิด ใช่! แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบ ในเมื่อคนยังมีชีวิต คนจะดิ้นรนหางานใหม่ทำ อาจเกิดเป็นบริษัทใหม่ขึ้นมา อาจจะจัดการบริหารได้ดีกว่าจากบทเรียนที่ผ่านมา ผู้คนยังดิ้นรนหางานทำ กลายเป็นผู้คนได้เรียนรู้ ได้ทักษะใหม่ๆ สนามบินเจ๊ง แต่เครื่องบินก็ไม่ได้ถูกเผาหรือทำลาย ก็ยังสามารถนำไปขายทอดตลาดได้
---------------------------
สนุกมากๆครับ 😊
GM 🌿⛅
#Siamstr #THBW2024
ทำไมปี 2008 รัฐอุ้มธนาคารที่กำลังจะล้มตาย เพียงเพราะธนาคารเหล่านี้ลงทุนกับสิ่งห่วยๆ ลงทุนแบบห่วยๆ แต่มันใหญ่เกินไป ใหญ่เกินกว่ารัฐจะยอมให้ล้มได้ Too Big to Fail จึงเกิดการพิมพ์เงินอัดฉีดอย่างมหาศาล
ใช่ วิกฤตผ่านมาได้เพราะการพิมพ์เงิน เพื่ออัดฉีดจากรัฐ แต่ไม่มีธนาคารหรือคนใหญ่คนโตคนไหนออกมารับผิดชอบสักคน
การพิมพ์เงินอัดฉีด กลับกลายเป็นเงินเฟ้อ เงินเฟ้อเล่นงานทุกคน ทุกระดับ ทุกชนชั้น แต่ชนชั้นที่อยู่ใกล้แหล่งพิมพ์เงิน หรือมีอำนาจในการสั่งการ เขามีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยก่อน ก่อนที่กลไกเงินเฟ้อจะส่งผล
และปี 2008 Satoshi Nakamoto ก็ได้ปล่อย Whitepaper ของ Bitcoin ออกมา โดยที่บล็อกที่ 0 ในปี 2009 ก็คือ บล็อกแรกของ Bitcoin ที่ถูกตั้งชื่อไว้ว่า Genesis Block ได้ฝังข้อความไว้ว่า...
“The Times 03/Jan/2009 Chancellor on brink of second bailout for banks”
เพื่อเป็นการย้ำเตือนว่า... จากเหตุการณ์ในอดีต แสดงให้เห็นว่าเราไม่สามารถมีเงินที่ดีได้อีกแล้ว เราไม่เห็นด้วยกับระบบการเงินแบบนี้ แต่ตอนนี้พวกเราเริ่มมีความหวังแล้ว
- มันยังคงมี 1 = 1 เท่าเดิม นี่ไม่ใช่คำปลอมใจ แต่มันคือเรื่องจริงของไท้บรรทัดที่ยืดหดไม่ได้
- มันยังคง Having ทุกๆ 210,000 บล็อก หรือ ราวๆ 4 ปี จนกว่าจะขุดครบจำนวน 21m ตามโค้ด
- ค่า Difficulty ของ Bitcoin ยังคงทำงาน เพิ่ม-ลดความยากในการขุดทุกๆ 2,016 บล็อก และปิดบล็อกประมาณ 10 นาที โดยเฉลี่ย
กลับมาดูเงิน Fiat เรามองเห็นอนาคตได้ไกลขนาดไหน เราต้องรอให้กลุ่มคนบางกลุ่มมาตัดสินเศษฐกิจที่มีผลกระทบไปทั่วโลก มันคือไม้บรรทัดที่ยืดหดได้ ค่าไม่แน่ไม่นอน เอาไปวัด เอาไปคำนวณ ถ้าเอาไปใช้สร้างบ้าน โครงสร้างคงพังทั้งหมด มันไม่แฟร์เลย
หากสมมุตมีสนามบินที่กำล้งจะเจ๊ง ระหว่างให้รัฐพิมพ์เงินเพื่อมาอุ้มสนามบิน กับ ปล่อยให้มันเจ๊งไป จะเลือกแบบไหน? ในแง่มุม Free market ปล่อยให้มันเป็นไป เป็นไปตามนั้น คนเป็นหมื่นอาจตกงาน สนามบินต้องถูกปิด ใช่! แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องอัดฉีดเงินเข้ามาในระบบ ในเมื่อคนยังมีชีวิต คนจะดิ้นรนหางานใหม่ทำ อาจเกิดเป็นบริษัทใหม่ขึ้นมา อาจจะจัดการบริหารได้ดีกว่าจากบทเรียนที่ผ่านมา ผู้คนยังดิ้นรนหางานทำ กลายเป็นผู้คนได้เรียนรู้ ได้ทักษะใหม่ๆ สนามบินเจ๊ง แต่เครื่องบินก็ไม่ได้ถูกเผาหรือทำลาย ก็ยังสามารถนำไปขายทอดตลาดได้
---------------------------
สนุกมากๆครับ 😊
GM 🌿⛅
#Siamstr #THBW2024ป้ายยาม่วงให้คุณ CK หน่อยค้าบ เขาจะได้รู้ว่า Bitcoin ก็ใช้ซื้อกาแฟได้นะ หรือจะส่งเป็นของคงของขวัญ เป็น marketing ก็ยังได้
โดยรวมคือ สนู๊กกกก มากกกกก~
ได้รอยยิ้ม ได้เสียงหัวเราะ ได้ความรู้ด้วย
เสียดายผมไปได้วันเดียว
Free market ผู้ฟังจะตัดสินเอง
แต่แล้วคำตอบที่ได้ก็คือ... ดร.คนนั้น
เอ๊ย! ไม่ช้ายยยย 5555
มีแจกไฟฉาย มีแจกแสงกันด้วย 🤣🤣
วันนี้ผมฝืนมากๆ เกิดอุบัติเหตุรถล้ม 2 วันก่อนวันงาน นั่งก็โอย ยืนก็โอย ตึงแผล 😅 แต่ก็ไป-กลับปลอดภัยดีครับ 😁
#Siamstr #THBW2024
โดยรวมคือ สนู๊กกกก มากกกกก~
ได้รอยยิ้ม ได้เสียงหัวเราะ ได้ความรู้ด้วย
เสียดายผมไปได้วันเดียว
Free market ผู้ฟังจะตัดสินเอง
แต่แล้วคำตอบที่ได้ก็คือ... ดร.คนนั้น
เอ๊ย! ไม่ช้ายยยย 5555
มีแจกไฟฉาย มีแจกแสงกันด้วย 🤣🤣

ถ้าเทียบกับ usd มันจะสูงสุดตลอดกาล
แต่ ถ้าเทียบกับตัวมันเอง มันก็คือ 1 = 1 ตลอดกาล เช่นกัน
Stay humble 💭
#Siamstr
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ของประเทศ / M2 ของประเทศ
Good Midday #Siamstr 🌿⛅
ผมรู้จัก วง Metallica จากการค้นหาใน Yt ว่า... Metal (จากการคิดจะหาเพลงแนว Metal ฟัง)
ผมรู้จัก Steve Vai จากการค้นหาใน Yt ว่า... Steve (จากชื่อ Steve jobs)
ผมรู้จัก X Japan จากการค้นหาใน Yt ว่า... Tears (เพราะตอนนั้นชอบ Tears don't fall ของ Bullet for my valentine)
และอื่นๆที่ผมอาจจะลืม
อ่อ! ผมรู้จัก Crypto ผ่าน Yt Zipmex 😂😂
รอบนี้ผมลองค้นหา “Siam”
จาก ไอเดียคำว่า Siamstr
ผมคิดไว้แล้วว่าต้องเจอสิ่งนี้ ...
https://youtube.com/playlist?list=PLDTELIMiSOlqEGbJqbUvbk4ElZ1gpdaul&si=U_7Art-s9uvoVEwc
อาจจะเพราะผมฟังแนวเพลงนี้ด้วยล่ะมั้งครับ อัลกอฯอาจจะดันชื่อมาให้
แต่นึกไปนึกมา วง SiamDream สังกัด Siamdol และมี Cafe ชื่อ SiamCafe เป็นหนึ่งในชื่อวงที่ผมคิดว่าจำง่ายสุดๆ แต่จำชื่อสมาชิกได้มั้ยอีกเรื่องหนึ่ง 5555
ปัจจุบัน SiamDream ยุบวงแล้วนะครับ
#Siamstr #Idol #Tpop #Music
ไม่ได้มาดราม่าคุณท็อปนะครับ ผมเอาคำพูดมาประกอบเฉยๆ 🙂
ถ้ามุมมองของทองผมก็ค่อนข้างเห็นด้วย ผมก็คงไม่กล้าใช้ โลภ กลัวขายหมู แต่จุดๆนึงที่มนุษย์คนนึงทนไม่ไหว อยากจะพัฒนาความเป็นอยู่ อยากจะพัฒนาสิ่งต่างๆ ยังไงเขาก็แบ่งเอาออกมาใช้อยู่ดี แต่ทองมันอาจจะช้าเกินไป รึป่าว?
Don't trust, verify นะครับ
แต่ถ้ามุมมองต่อบิตคอยน์ ด้วยความที่มันดิจิทัลนี่แหละ ที่จะทำให้มันแตกต่าง และอาจทำให้...ไม่ฝืดถึงขั้นวิกฤตเศรษฐกิจ
ผมเชื่อว่าต่อให้ 1 sat ในอนาคต จะเทียบเท่า 100 บาท ในปัจจุบัน ผมคิดว่าเหล่านักพัฒนา ผู้มีความคิดสร้างสรรค์ เขาจะริเริ่มสร้างสิ่งที่ทำให้พวกเขาอยู่ร่วมกันได้
เทคโนโลยีส่วนใหญ่ก็เกิดมาเพื่อแก้ไขปัญหา เพราะงั้นการที่มนุษย์จะปล่อยให้บิตคอยน์มันฝืดถึงขั้นวิกฤต ผมเชื่อว่าค่อนข้างยาก เพราะมนุษย์จะมีผลกระทบตามไปด้วย ซึ่งมนุษย์ก็คงไม่อยากให้เกิดความวุ่นวาย
อีกอย่าง บิตคอยน์เริ่มเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสิ่งต่างๆแล้ว การที่มันเป็นพื้นฐาน หรือ รากฐานได้ มันอาจจะเกิดมาเพื่อเป็น Electronic Cash แต่มันพ่วงมาด้วย System เท่ากับว่าอนาคตมันอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องของเงินหรือการจับจ่ายใช้สอยเพียงอย่างเดียว
#Siamstr
ซื้อของบ่อยๆ ซื้อของทุกวัน ทำบัญชี
เราเห็นกันตลอด เห็นกันทุกวัน “เงินเฟ้อ” น่ะ
GM #Siamstr 🌿⛅
สวมวิญญาณเป็นนักสืบ และ
หลุดเข้ามาในโลกของการมโน
นี่คงเป็นเสน่ของเรื่องราวที่ยังไม่จบ
#Siamstr #Onepiece
คลิปย้อนหลัง 4 เดือน
ไม่ว่านี่จะเป็นการ...มโนหรืออะไรก็ตาม แต่ต้องยอมรับเลยว่า Onepiece คือสุดยอดตำนานในวงการการ์ตูนเรื่องหนึ่งเลย
การยัดปริศนา การวางหมาก การปูเรื่อง จุดเชื่อมโยงต่างๆคือลึกซึ้งมาก หากแค่ดูผ่านๆก็คือดูผ่านๆจริงๆ
อิสระ Vs ควบคุม
กระจายอำนาจ Vs อำนาจรวมศูนย์
อื้อฮื้มมมม...
GM #Siamstr 🌿⛅
#Onepiece 👑✨