หนี้และภาษี
การศึกษาทางการเงินที่แท้จริงนั้นจะต้องพูดถึงเรื่องของหนี้และภาษี หนี้สินและภาษีเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุดของเรา การมีความเชื่อว่า “การจ่ายภาษีคือความรักชาติ” นั้นเป็นทั้งความไร้เดียงสาและความโง่เขลา
สหรัฐฯ ถือกําเนิดขึ้นมาจากการก่อกบฏทางภาษีในปี 1773 และ สหรัฐฯ ก็เคยเป็นชาติปลอดภาษีจนกระทั่งในปี 1943 ซึ่งเป็นปีที่พระราช บัญญัติภาษีฉบับปัจจุบันได้ผ่านการอนุมัติจากรัฐสภา พระราชบัญญัติภาษี ฉบับปัจจุบันอนุญาตให้รัฐบาลยื่นมือเข้ามาล้วงกระเป๋าของคนงานทุกคนเพื่อนําเงินไปใช้อุดหนุนสงครามโลกครั้งที่สอง และนี่เป็นสาเหตุที่ทําให้คนจํานวน มากเชื่อว่าการจ่ายภาษีคือความรักชาติ ทุกวันนี้ภาษีถูกใช้ในการอุดหนุน การทําสงคราม และ สวัสดิการของสหรัฐฯ
-WHY THE RICH ARE GETTING RICHER
#siamstr
frame_natchapon
frame_natchapon@siamstr.com
npub1wvma...rdk0
Bitcoin | Calisthenics / Street workout
ทำไมหนี้จึงปลอดภาษี
กฏโดยทั่วไปนั้นมีอยู่ว่า เงินได้ทุกประเภท ต้องเสียภาษี รายได้ก็คือเงินที่คุณได้รับ และคุณก็สามารถใช้จ่ายมันได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อผูกมัด หนี้นั้น ไม่ใช่รายได้ คุณมีหน้าที่ต้องชําระมันคืน ดังนั้น เมื่อคุณกู้ยืมเงิน มาลงทุน มันจึงเป็นเงินที่ปลอดภาษีอย่างแท้จริง สิ่งนี้ทําให้หนี้นั้นมี ราคาถูกกว่าส่วนทุนมาก ส่วนทุนคือเงินของคุณที่เสียภาษีไปแล้ว ถึง แม้ว่าคุณจะถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยเงินกู้ 5-6 เปอร์เซ็นต์ แต่หนี้ก็ยังมี ราคาถูกกว่ามาก หากว่าคุณต้องใช้ส่วนทุนที่คุณได้จ่ายภาษีไปแล้วถึง 40 เปอร์เซ็นต์
- Tax-Free Wealth
#siamstr
หนี้นั้นทําให้คนรวยร่ํารวยมากขึ้น หากว่าหนี้ไม่ ทําให้คนรวยยิ่งรวยขึ้น คนรวยก็คงจะไม่ออกบัตรเครดิตให้คุณ
คนรวยไม่ได้พิมพ์บัตรเครดิตขึ้นมาเพราะว่าพวกเขาชอบคุณ พวกเขาเอาบัตรเครดิตให้คุณ ก็เพราะพวกเขาจะสามารถสร้างเงินได้ผ่านทาง ดอกเบี้ยเมื่อคุณใช้งานบัตรเครดิต และพวกเขาจะยิ่งสร้างเงินได้มากขึ้นหากคุณชําระหนี้บัตรเครดิตของคุณด้วยจํานวนชําระขั้นต่ำ
-WHY THE RICH ARE GETTING RICHER
#siamstr
วิกฤติการณ์ทางการเงินในทุกวันนี้จะไม่มีวันเกิดขึ้นได้เลยหากไม่มีการสร้างธนาคารกลางสหรัฐฯ และระบบการเรียกเก็บภาษีของ IRS
ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเห็นพ้องว่า หากไม่มีเฟด มันก็คงจะไม่มีมาตรการ ผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ซึ่งกําลังพิมพ์เงินออกมาหลายล้านล้านดอลลาร์ และหากไม่มีเฟด มันก็คงจะไม่เกิดการล้มครั้งใหญ่ของตลาดอสังหาริมทรัพย์
ในปี 2007
หากไม่มีเฟด ธนาคารยักษ์ใหญ่ก็คงจะไม่ต้องล้มในปี 2008 และหาก ไม่มีเฟด ธนาคารยักษ์ใหญ่ก็คงจะไม่ต้องได้รับการช่วยเหลือด้วยเงินของ ผู้เสียภาษี
-WHY THE RICH ARE GETTING RICHER
#siamstr
ภาษีดอลลาร์สร้างเงินดอลลาร์
สาเหตุที่เฟดสามารถสร้างเงินดอลลาร์ ได้ ก็เพราะดอลลาร์เหล่านี้ถูกหนุนหลัง
โดยผู้เสียภาษีชาวอเมริกัน หากไม่มีระบบจัดเก็บภาษี เฟดก็จะไม่มีสิ่งใดหนุนหลังและก็จะไม่สามารถสร้างเงินดอลลาร์ได้
-Tax Free Wealth
#siamstr
“ผมไม่ได้ล้มเหลว แต่ผมเพิ่งค้นพบ 10,000 วิธีการที่ใช้การไม่ได้”
“ความล้มเหลวในชีวิตมากมายมาจากผู้คนที่ไม่ตระหนักรู้เลยว่าพวกเขาเข้าใกล้ความสำเร็จขนาดไหนในตอนที่พวกเขาล้มเลิก”
-เอดิสัน
#siamstr
โจราธิปไตย ระบบทุนนิยมอันเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง
มีคําอธิบายคําว่าโจราธิปไตยอยู่สองอย่าง
1) หมายถึงรัฐบาลหรือรัฐที่มีอํานาจในการนําทรัพยากรและแร่เหล็กของชาติมาเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง อาจเรียกได้ว่าปกครองโดยโจรหรือกลุ่มโจร
2) สังคมที่ผู้นําทําให้ตัวเองร่ำรวยขึ้นและมีอํานาจมากขึ้น ด้วยการขโมยมันไปจากพวกเราทุกคน
ทุกวันนี้ ระบบโจราธิปไตยได้ลุกลามไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะ ในสหรัฐฯ เท่านั้น คอร์รัปชันได้เข้าปกคลุมรัฐบาล วงการกีฬา การศึกษา ธุรกิจ แม้กระทั่งศาสนา ในปัจจุบันมีผู้คนมากมายที่เชื่อว่า วอร์ชิงตัน ดี.ซี. นั้นย่อมาจาก “เขตแดนแห่งคอร์รัปชัน (District of Corruption)”
ยุคทุนนิยมธุรกรรมการเงินจะเกิดขึ้นมาไม่ได้เลยหากขาดโจราธิปไตย
-WHY THE RICH ARE GETTING RICHER
#Siamstr
คุณจะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจเติบโตสูงขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากปี 1971 ซึ่งเป็นปีที่ประธานาธิบดีนิกสันได้นําเงินดอลลาร์ออกจากระบบมาตรฐานทองคํา
การพิมพ์เงินออกมานั้นทําให้สหรัฐอเมริกาและโลกใบนี้เข้าสู่สภาวะ ฟองสบู่ ในปี 2000 ฟองสบู่นี้ก็เริ่มที่จะมีรูรั่ว และเพื่อเป็นการป้องกันการ หดตัวอย่างรุนแรง รัฐบาลจึงพิมพ์เงินออกมามากขึ้น
ฟองสบู่นี้เริ่มแตกออกอีกครั้งในปี 2007 พร้อมกันกับการหดตัวอย่าง รุนแรงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ จากนั้นในปี 2008 ธนาคารต่างก็พากันล้ม ละลาย ในขณะที่เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้น แท่นพิมพ์ธนบัตรก็ยังคงตั้งหน้า ตั้งตาพิมพ์เงินต่อไป
Q : และในตอนนี้เศรษฐกิจโลกก็อาจจะล่มสลาย
A : ถูกต้อง หลังจากปี 2008 ธนาคารกลางสหรัฐฯ และ กระทรวง การคลังสหรัฐอเมริกา ก็เริ่มต้นพิมพ์เงินครั้งใหญ่ที่สุดใน ประวัติศาสตร์โลก พวกเรารู้จักกันในชื่อของ มาตรการผ่อน คลายเชิงปริมาณ หรือ QE (Quantitative Easing)
-WHY THE RICH ARE GETTING RICHER
#Siamstr
คนชั้นกลางและคนจน...ยิ่งจนลง
โลกกําลังพิมพ์เงินออกมา เงินของพวกเรานั้นเป็นพิษ เงินของพวก เรานั้นไม่มีเสถียรภาพและก่อให้เกิดความไม่มั่นคงต่อเศรษฐกิจโลก ยิ่งเงินๆที่เป็นพิษนี้ถูกพิมพ์ออกมามากขึ้นเท่าไหร่ ความต่างระหว่างช่องว่างของ คนรวย คนจน และคนชั้นกลางก็ยิ่งกว้างมากขึ้นเท่านั้น
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทําให้คนรวยยิ่งรวยมากขึ้น ก็เพราะคนชั้นกลางและ คนจนนั้นมัวแต่จดจ่ออยู่กับภาพเล็ก คนส่วนใหญ่ล้วนถูกสอนให้ ทํางาน หนัก จ่ายภาษี ออมเงิน ซื้อบ้านสักหลัง ออกห่างจากหนี้ และลงทุนใน ตลาดหุ้น
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นขั้นตอนการลงมือทําแบบภาพเล็ก สิ่งเหล่านี้คือ ขั้นตอนเดียวกันกับขั้นตอนที่ผู้ปกครอง ครู และผู้เชี่ยวชาญทางการเงิน ส่วนใหญ่บอกให้คุณทําตาม
-WHY THE RICH ARE GETTING RICHER
#siamstr
#wherostr
อารยธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนับตั้งแต่เริ่มต้นประวัติศาสตร์มีอายุเฉลี่ยราว 200 ปี ในระหว่างช่วง 200 ปีนั้น ประเทศเหล่านี้เติบโตก้าวหน้าไปตามลำดับดังต่อไปนี้เสมอ
-จากความเป็นทาสสู่ความเชื่อทางด้านจิตวิญญาณ
-จากเชื่อทางด้านจิตวิญญาณสู่ความกล้าหาญอันยิ่งใหญ่
-จากความกล้าหาญสู่เสรีภาพ
-จากเสรีภาพสู่ความสมบูรณ์
-จากความสมบูรณ์สู่ความเห็นแก่ตัว
-จากความเห็นแก่ตัวสู่การเฉยเมย
-จากความเฉยเมยสู่การพึ่งพา
-จากการพึ่งพากลับไปสู่ความเป็นทาสอีกครั้ง
-เฮนนิ่ง เว็บบ์ เพรนติส จูเนียร์
#siamstr
#wherostr
ไปโรงเรียนจะได้มีงานทำ
เวลาผู้ปกครองบอกลูกของพวกเขาว่า “ไปโรงเรียนจะได้มีงานทำ” พวกเขากำลังแนะนำให้ลูกของตัวเองไปเป็นชนชั้นกรรมาชีพ ผู้ที่ขายแรงงานของตัวเองเพื่อแลกกับเงิน ลูกจ้างนั้นไม่ได้เป็นเจ้าของการผลิตใดๆ
-WHY THE RICH ARE GETTING RICHER
#siamstr
#Wherostr
“ปัญหาความไม่เสมอภาคของความมั่งคั่งและรายได้เป็นปัญหาทางด้านจริยธรรมที่ยิ่งใหญ่ในยุคของเรา”
-Bernard Sanders
-WHY THE RICH ARE GETTING RICHER
#siamstr
#wherostr
เราอาจทดแทนความมั่งคั่งที่หายไปด้วยการทำธุรกิจ ทดแทนความรู้ที่หายไปด้วยการเรียนรู้ ทดแทนสุขภาพที่หายไปด้วยการควบคุมตนเองหรือยา แต่เวลาที่หายไปจะหายไปชั่วนิรันดร์
- แซมมอล สไมลส์
#siamstr
สิ่งเดียวที่เป็นของเราอย่างแท้จริงก็คือเวลา แม้แต่คนที่ไม่มีอะไรอย่างอื่นเลยก็ยังมีเวลา
- Baltasar Gracián
#siamstr
เคล็ดลับพิเศษ 20 ข้อเกี่ยวกับเวลาและความสำเร็จ
1. ทำอาหาร 1 ครั้งให้กินได้มากกว่า 1 มื้อเสมอ
2. ลดภาระสมองของคุณด้วยการใช้กล้องโทรศัพท์มือถือ
3. ปิดเสียงโทรศัพท์และการแจ้งเตือนทุกชนิด
4. ดื่มโปรตีนเชคซึ่งดีต่อสุขภาพเป็นอาหารเช้า
5. อย่าดูโทรทัศน์ตอนกำลังออกอากาศ
6. ที่จริงคุณไม่ต้องดูโทรทัศน์เลยก็ได้!
7. ใช้เวลาระหว่างการขับรถอย่างชาญฉลาด
8. อย่าโทรหาคนอื่นโดยไม่มีการนัดล่วงหน้า (ยกเว้นเป็นพิธีกรสำคัญ)
9. หลีกเลี่ยงไม่ออกไปข้างนอกในช่วงเวลาที่วุ่นวายถ้าเป็นไปได้
10. ใช้หน้าจอคู่
11. เขียนรายการสิ่งที่ต้องเลิกทำ
12. เตือนคนอื่นถึง “เวลาสิ้นสุด”
13. คลุกคลีกับคนเก่ง
14. อย่าให้ใครมารบกวนคุณ
15. ซื้อการ์ดวัดเกิดเป็นโหล
16. ชำระหนี้ผ่านช่องทางออนไลน์
17. ไม่รับโทรศัพท์จากเบอร์ที่ไม่รู้จักเด็ดขาด
18. หาโค้ชสอนการทำธุรกิจ ที่ปรึกษา หรือว่ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญ
19. เผยแพร่เนื้อหาของคุณผ่านสื่อหลายช่องทาง
20. จำไว้ว่างานเสร็จนั้นดีกว่าสมบูรณ์แบบ
-แค่ใช้เวลาเป็น ไม่ต้องเก่งก็ไปได้ไกลกว่า
#siamstr
“เวลาคือปัจจุบันเสมอ”
มีสติ
ใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย
จำไว้ว่าในหนึ่งวันมีแค่ 1,440 นาทีเท่านั้น
-แค่ใช้เวลาเป็น ไม่ต้องเก่งก็ไปได้ไกลกว่า
#siamstr
“จดจ่ออยู่กับสิ่งที่คุณเชี่ยวชาญและจ้างคนอื่นให้ทำสิ่งที่เหลือ”
- ลิวอิส ฮาวเวส
#siamstr
จงระวังช้างที่อยู่ในระยะไกล
กล่าวกันว่าเมื่ออยู่ในระยะไกล แม้แต่ช้างตัวใหญ่ยักษ์ก็ดูตัวเล็กในตอนแรก โชคร้ายที่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ กลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาเมื่อพวกมันมาถึงจริงๆ
#siamstr
“คุณไม่เคยยุ่งจนเกินกว่าจะหาเวลาสำหรับสิ่งที่คุณรัก มันเป็นแค่เรื่องของการจัดลำดับความสำคัญ วิธีที่คุณใช้เวลาในแต่ละวัน และการอุทิศเวลาสำหรับสิ่งที่คุณเห็นคุณค่า ถ้าบางสิ่งสำคัญสำหรับคุณจริงๆ คุณจะหาทางทำให้มันลงตัวกับชีวิตของคุณ”
#siamstr
#RightShift ดูด SAT ผมไปแล้วครับ 😁
#Siamstr 
