Gm. #siamstr เมื่อวานเป็นวันสำคัญของพุทธศาสนาอีกวันนึง แฟนผมได้ชวนเด็กๆมาทำกิจกรรมผัดหมี่กรอบเพื่อนำไปทำบุญที่วัดกัน
ซึ่งการทำกิจกรรมนี้ เด็กๆเรียนทำอาหาร สามารถนำมาพิจารณาเข้ากลุ่มสาระประสบการณ์ได้หลายด้าน ดังนี้:
1. การพัฒนากล้ามเนื้อและการประสานงานมือ-ตา
การทำอาหารช่วยให้เด็กๆ ฝึกการใช้งานกล้ามเนื้อเล็กและกล้ามเนื้อใหญ่ รวมถึงการประสานงานระหว่างมือและตา เช่น การตัด การเท การคน เป็นต้น
2. การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหา
ช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้การคิดสร้างสรรค์เมื่อต้องตกแต่งอาหาร และการแก้ปัญหาเมื่อเกิดข้อผิดพลาดในกระบวนการทำอาหาร เช่น แก้ไขรสชาติหรือปรับปริมาณส่วนผสม
3. การพัฒนาการรับรู้และประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส
การทำอาหารทำให้เด็กๆ ได้สัมผัสกับประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น กลิ่น รส สัมผัส และการมองเห็น
4. การพัฒนาทักษะทางสังคมและการทำงานร่วมกัน
การทำอาหารร่วมกันเป็นกลุ่มช่วยให้เด็กๆ เรียนรู้การแบ่งปัน การสื่อสาร และการทำงานร่วมกัน รวมถึงการฟังและการทำตามคำสั่ง หรือขั้นตอน
5. การเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์
การทำอาหารสอนให้เด็กๆ เรียนรู้เรื่องของวัตถุดิบ การวัดปริมาณ การนับจำนวน และเห็นการเปลี่ยนสภาพของวัตถุดิบ
6. การพัฒนาทักษะชีวิต
การทำอาหารสอนให้เด็กๆ รู้จักการดูแลตัวเอง การทำอาหารเพื่อสุขภาพ และการจัดการอาหาร
7. การพัฒนาทักษะภาษาและการสื่อสาร
การอ่านสูตรอาหารและการทำตามคำแนะนำช่วยให้เด็กๆ ฝึกทักษะการอ่าน การเขียน และการสื่อสาร
8. การพัฒนาการคิดเชิงตรรกะและการวางแผน
การทำอาหารต้องการการวางแผนล่วงหน้าและการคิดเชิงตรรกะเพื่อทำตามขั้นตอนต่างๆ อย่างถูกต้อง
การสอนทำอาหารไม่เพียงแค่เน้นการทำอาหารเพื่อรับประทานเท่านั้น แต่ยังเป็นการฝึกฝนและพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย
สิ่งที่ได้จากกิจกรรมผัดหมี่กรอบครั้งนี้
1. เด็กๆ เรียนรู้และเข้าใจขั้นตอนวิธีการ
2. ตื่นเต้น สนุกสนาน เวลาหมี่ลงกะทะแล้วฟูกรอบ ดังฟู่วว
3. เด็กๆภาคภูมิใจ ทำหมี่กรอบถวายพระ ในวันเข้าพรรษา
4. เด็กๆเกิดความคิดที่อยากจะทำหมี่กรอบขาย เพื่อสร้างรายได้
5. เด็กๆได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของศาสนาพุทธ ที่ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติเรา การสืบทอดพระพุทธศาสนา เป็นประเพณีอันดีงามสืบทอดต่อไป
ในครั้งต่อไปจะเป็นกิจกรรมอะไรเดี๋ยวผมจะมาแชร์ให้ดูกันอีกที่ครับถ้า.... ไม่เมาขอบคุณครับ
Have a Nice Day
🌄☕🥩💪🍻😼



ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง พจนภัยฝนตกรถติดวิถีคนกรุง สู้ๆครับทุกคน🍻🍻🍻🥹
#siamstr

วันศุกร์สุขสัปดาห์
Have a Night Day 😉🍻🥩
กิจกรรมดำน้ำผิวน้ำ ( Snorkeling ) ดูสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล 🏖️🪸🦀🦐🐠
เปิดประสบการณ์เรียนรู้ใหม่ที่ในห้องเรียนไม่มี การเรียนรู้สุดสนุกผ่านการดำน้ำผิวน้ำสำหรับเด็กๆ เรียนรู้กับของจริง ลงมือทำจริง
จินตนาการถึงโลกใต้ท้องทะเลที่เต็มไปด้วยสีสัน สิ่งมีชีวิตแปลกตา และปะการังอันงดงาม โลกใต้ท้องทะเลเปรียบเสมือนห้องเรียนธรรมชาติขนาดยักษ์ที่เด็กๆ สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้มากมาย การพาเด็กๆ ไปดำน้ำจึงเป็นกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนที่สนุกสนานและสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับเด็กๆ
.
.

#เรียนรู้อย่างมีความสุขและสนุกไปกับการเรียนรู้
#siamstr
#homeschool
#siamstrog






ในที่นี้กิจกรรมการทำไอติมหลอดครั้งนี้ สามารถเชื่อมโยงเข้ากับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ
ตามหลักสูตรแกนกลางได้หลายกลุ่มสาระดังนี้ครับ
กลุ่มสาระแรกคือ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การทำไอติมหลอดครั้งนี้ ต้องมีวัตถุดิบที่สำคัญเลยคือ น้ำแข็งและเกลือ เพราะกระบวรการของเกลือที่ต้องการละลายตัว ไม่สามารถจะหาความร้อนที่ไหนมาช่วยละลายได้ จึงดึงความร้อนจากน้ำแข็งนั่นเองน้ำแข็งซึ่งเย็นอยู่แล้วจึงเย็นลงไปอีก การหมุนถัง หมุนไปหมุนมา เพื่อเปลี่ยนผิวสัมผัสของหลอดไอติมกับน้ำเย็นรอบๆ ทำให้การระบายความร้อนได้ดีขึ้น จึงทำให้น้ำหวานที่อยู่ในหลอดเกิดการจับตัวแข็งเร็วขึ้น นี่คือหลักการในการทำไอติมหลอด เมื่อรู้หลักการแต่ไม่เห็นภาพก็ต้องลงมือทำไปด้วยเลยจึงเข้าใจมากยิ่งขึ้น
ต่อมาคือ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ การทำไอติมหลอดต้องการชั่ง ตวง และวัดซึ่งจะช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะการคิดคำนวณ การประมาณค่า ได้เป็นอย่างดี ที่ซึ่งการทำไอติมหลอดครั้งนี้ใช้น้ำแข็งประมาณ 1 กระสอบ และเกลือประมาณ 3 กิโลกรัม และการใส่น้ำหวานปริมาณเท่าไหร่จึงจะพอดีกับหลอดทำไอติมไม่มากจนล้นทำให้กระฉอกออกจากหลอดเวลาหมุนและไม่น้อยเกินไป
ทั้งนี้ยังแฝงไปไปด้วยความรู้กลุ่มสาระสังคมศึกษาคือการทํางานร่วมกันกับพี่น้องและสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านข้างเคียงที่มาร่วมกันทำกิจกรรมนี้ด้วย ในแง่มุมวัฒนธรรมด้านอาหารยังได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติการกำเนิดของไอติมหลอดด้วย ซึ่งไอติมหลอดนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นการนำน้ำหวานหลายรส (ปัจจุบันใช้น้ำอัดลม) ใส่พิมพ์โลหะทรงกระบอก และหมุนในถังน้ำแข็งใส่เกลือ เมื่อเริ่มแข็งจึงเสียบไม้ หมุนต่ออีกซักนิดก็สามารถนำออกมากินได้
และในขณะเดียวกันยังได้สอดแทรกกลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา ว่าควรกินแต่พอดีเพราะน้ำหวานมีน้ำตาลเยอะการกินน้ำตาลเยอะจะส่งผลที่ไม่ดีต่อร่างกายจะทำให้ก่อเกิดโรคต่างๆได้มากมาย และควรหมั่นออกกำลังกายบ่อยเพื่อสุขภาพที่ดี ซึ่งจะว่าไปการหมุนถังไอติมหลอดนั้นก็เรียกได้ว่าได้เหงื่ออยู่เหมือนกันกว่าจะได้ไอติมแต่ละแท่ง ต้องสลับกันหมุนหลายรอบเลย
อีกกลุ่มที่กิจกรรมนี้ก็ยังช่วยส่งเสริมคือกลุ่มสาระภาษาไทยที่จะได้ทักษะการฟัง ทักษะการพูดคุย สื่อสารระหว่างทำกิจกรรม
และการบอกเล่าความประทับใจหลังทำเสร็จซึ่งช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาได้ดีทีเดียว
การทำกิจกรรมไอติมหลอดครั้งนี้ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวและเพื่อนบ้านข้างเคียงด้วย เพราะได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำกิจกรรมสนุกๆ ด้วยกัน
ช่วยให้เกิดบรรยากาศของการเรียนรู้นอกห้องเรียน
ที่อบอุ่น กระชับความผูกพันระหว่างพ่อแม่ลูกและเพื่อนบ้าน
อีกทั้งยังฝึกการอดทนรอกว่าน้ำหวานจะจับตัวเป็นไอติม
