exchthai's avatar
exchthai
npub1vvd8...ft3l
บิทคอย ทำให้ฉันเข้าใจชีวิตมากขึ้น
จะให้มันแปลอังกฤษอัตโนมัติ ต้องทำยังไงครับ #Siamstr
หลายคนพยายามจะอธิบาย ว่าบิทคอย คืออะไร โดยวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ผมมองว่านั่นคือความเห็นของคนๆ นั้น สำหรับผมบิทคอยคือสิ่งที่ผมจะมีไว้เพื่อเป็นหลักประกันในการดำรงชีพอีกอย่างนึง #ThaiNostrich #Siamstr
ทุกวันนี้ แปรงฟัน บีบยาสีฟันน้อยลงมาก (บีบขวางแปรงเท่าเม็ดถั่ว) เมื่อได้ยินว่า ฟลูออไรด์ คือพิษที่อาจก่อมะเร็ง นี่คือส่วนนึงของ fiat healthy รึเปล่า #ThaiNostrich #Siamstr
#ThaiNostrich #Siamstr ทำไมผมเชื่อมั่นในบิทคอย bitcoin ผมรู้จักมันมานานพอสมควรล่ะ แต่ก็รู้จักแบบเอาอะไรมาหลอกกันอีกแล้วเหมือนหลายๆ ท่านนั่นแหละ แต่เมื่อได้รู้จักและศึกษาจริงๆ จังๆ ก็คงเป็นช่วงปี 2020 ถึง ปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อได้ฟัง อ.ตั๊ม ใน btc talk ep.100 ต้องยกให้เป็นสุดยอด ep ที่เปิดโลกให้ผมจริงๆ จน ทำให้ผมนั้นเชื่อมั่นใน btc อย่างมาก และคงมีหลายๆ ท่านที่เป็นเหมือนก่ัน มาดูว่าผมชอบอะไรในตัว bitcoin ถึงยกให้เป็นเบอร์หนึ่งในใจผม ข้อแรกเลย ไม่มีใครมาขโมยจากผมไปได้ และไม่มีใครรู้ด้วยว่าผมมีหรือไม่มี วิเศษไหมล่ะ ที่ดินหรือทองคำ บางทีถ้าโจรผู้ร้ายรู้ว่าของเรา ซึ่งเขารู้นะครับว่าของใครโดยเฉพาะที่ดิน บางทีคิดในแง่ร้ายอาจมีคนมีบังคับขู่เข็ญ ทำร้าย เพื่อให้เรามอบที่ดินหรือทองคำเหล่านั้นได้ ข้อสอง คือคุณสมบัติของ bitcoin ที่สำคัญสำหรับมนุษย์ขี้เกียจอย่างผม คือ ไม่ต้องคอยไปดูแลรักษาอะไรมันเลย ซึ่งเอาแค่คุณสมบัติสองข้อนี้ ผมก็พอใจนักหนาแล้ว ผมชอบคำพูดของนักเก็บบิทคอยล์ท่านนึง กล่าวไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทำงาน กินให้น้อย (ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ต้องไปอวดร่ำอวดรวย) ทำตัวโง่ๆ เก็บเงินใน btc และรักษาไว้กับตัวเอง แค่นี้ก็พอแล้ว ExchThai
ทำไมผมเชื่อมั่นในบิทคอย bitcoin ผมรู้จักมันมานานพอสมควรล่ะ แต่ก็รู้จักแบบเอาอะไรมาหลอกกันอีกแล้วเหมือนหลายๆ ท่านนั่นแหละ แต่เมื่อได้รู้จักและศึกษาจริงๆ จังๆ ก็คงเป็นช่วงปี 2020 ถึง ปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อได้ฟัง อ.ตั๊ม ใน btc talk ep.100 ต้องยกให้เป็นสุดยอด ep ที่เปิดโลกให้ผมจริงๆ จน ทำให้ผมนั้นเชื่อมั่นใน btc อย่างมาก และคงมีหลายๆ ท่านที่เป็นเหมือนก่ัน มาดูว่าผมชอบอะไรในตัว bitcoin ถึงยกให้เป็นเบอร์หนึ่งในใจผม ข้อแรกเลย ไม่มีใครมาขโมยจากผมไปได้ และไม่มีใครรู้ด้วยว่าผมมีหรือไม่มี วิเศษไหมล่ะ ที่ดินหรือทองคำ บางทีถ้าโจรผู้ร้ายรู้ว่าของเรา ซึ่งเขารู้นะครับว่าของใครโดยเฉพาะที่ดิน บางทีคิดในแง่ร้ายอาจมีคนมีบังคับขู่เข็ญ ทำร้าย เพื่อให้เรามอบที่ดินหรือทองคำเหล่านั้นได้ ข้อสอง คือคุณสมบัติของ bitcoin ที่สำคัญสำหรับมนุษย์ขี้เกียจอย่างผม คือ ไม่ต้องคอยไปดูแลรักษาอะไรมันเลย ซึ่งเอาแค่คุณสมบัติสองข้อนี้ ผมก็พอใจนักหนาแล้ว ผมชอบคำพูดของนักเก็บบิทคอยล์ท่านนึง กล่าวไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทำงาน กินให้น้อย (ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ต้องไปอวดร่ำอวดรวย) ทำตัวโง่ๆ เก็บเงินใน btc และรักษาไว้กับตัวเอง แค่นี้ก็พอแล้ว ExchThai
สวัสดีครับ ฝากบทความบ้านๆ ของผมด้วยนะครับ จากใจนี้ที่มีแต่บิทคอยล์ กับ Lกฮ ครับ cheer.. และจะตาม zap ทุกบทความที่โดนใจเลยครับ
Priority 3 assets: bitcoin, land, gold If choosing assets to store wealth I choose to use these 3 assets in order of priority: 1.bitcoin , 2.land, 3.gold. 3.Gold. Why did I choose bitcoin as number one when considering the price? It's so volatile I have personal reasons. and want you have considered by yourself In which I will begin to explain my personal opinions. from the last order first What I like about gold is that its price never goes down. and has been generally accepted Change it to something else like easy money. But what makes me dislike gold at all might be men who don't like jewelry. or collecting these things because I think It was such a burden to myself. I bought a gold ring gold necklace to wear It looks elegant when someone or the opposite sex looks at us, but when taking it off, putting it away, it looks complicated. I don't know how to keep it, afraid of losing it, afraid of people stealing, and the more time I wear it, the more suspicious, afraid that people will rob, stab, steal, so it looks like my problem very much. So I don't like it at all. Have you ever heard an ancient Thai word? “There is as much gold as the mustache of a shrimp. I slept until my body swayed”, although in translation it means having a little treasure but worrying until I can't sleep, but I think it's only gold. There will be only a small amount as a real shrimp tentacles. or half a salung gold ring It's all a burden like described above. Even with fake gold, people have been hurt. because the thief thinks it's real Until there is a funny story That the thieves snatched the necklace back and attacked the owner because the gold necklace was a fake. But if someone asked me, When you don't like it, if you give gold for free, will you take it? You have to say yes, but I'll change it to something else right away, such as money and go buy btc or land. It's better. 2. Land. This land I like. because it does not have to worry that someone will definitely take it away from me And don't be afraid of the price. And sometimes we may get a good price if the bar develops. Although it's a bit difficult to trade. compared to gold But the problem of land for me that is maintenance and utilization I used to buy 1 rai of land near my workplace that I had to work in that area for about 3 years for speculation. And to do it for rest. It turns out that I have to find soil to fill, keep mowing the grass, surround the fence, plant trees, find fish to release in the pond. that when it grows up Somebody came to steal the short, clean it up, build a shelter, and make it a resting place. Turns out to be more tired of it. or if hiring someone to take care of It's another cost. Until when I'm moving I then sold that 1 rai of land. The price when combined with various expenses, I just got the capital back. In conclusion, it's a problem for me. This is a good thing that I haven't encountered land reclamation from the government such as expropriation. which now I have bought some houses and some land which no doubt The house that I bought, once in a while, I went to see it, sometimes I didn't know who was there. Until we have to chase each other And when we don't care It came to cause damage. As for the land, it must be left overgrown. because I can't take care There will be people secretly trespassing to find something to eat. I think people have a lot of land. There may be a problem with this problem, can't take care of it, has a high cost, etc. 1.Bitcoin. Here comes our hero bitcoin, I've known it for a long time. But I know how to fool each other, like many people, but when I really get to know and study it, it's from the year 2020 to the present, which makes me like it very much. And it's definitely not me. because if I had some at the beginning By now, I'm already a billionaire. deep details We'll talk about it again and probably many of you have already mentioned it. Let's see what I like about bitcoin that makes it number one in my heart. First, no one can steal it from me. And no one knows if I have or not, is it magic, land or gold? Maybe if the thieves knew about our which he knows who it belongs to, especially the land Maybe thinking in a pessimistic way, there may be people who have coerced, threatened, abused so that we could give those land or gold. And the feature of bitcoin that is important for a lazy human like me is not having to maintain anything. which only took these two properties I like what a Bitcoin collector recently said: Work, eat less (not extravagant). Don't show off and show off your riches) Be a fool, save money in btc and keep it to yourself. That's enough.
ขอบคุณ 100 sat แรก จาก rigthshift ครับ
29 พฤศจิกายน 2565 ลำดับความสำคัญของทรัพย์สิน 3 อย่าง bitcoin ที่ดิน ทองคำ ถ้าให้เลือกทรัพย์สินที่ใช้เก็บความมั่งคั่ง ผมเลือกที่จะใช้ทรัพย์สินทั้ง 3 อย่างนี้ โดยเรียงลำดับความสำคัญคือ 1.bitcoin , 2.ที่ดิน, 3.ทองคำ ทำไมผมเลือก bitcoin มาเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งที่ เมื่อพิจารณาด้านราคาแล้ว มันผันผวนเหลือเกิน ผมมีเหตุผลส่วนตัวครับ และอยากให้ท่านๆ ได้พิจารณาด้วยตัวท่านเอง โดยผมจะเริ่มอธิบายข้อคิดเห็นส่วนตัว จากลำดับที่สุดท้ายก่อนนะครับ 3. ทองคำ ที่ชอบคือมันราคาไม่เคยตก และได้รับการยอมรับทั่วไป เปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นเช่นเงินได้ง่าย แต่สิ่งที่ทำให้ผมไม่ชอบทองคำ เอาเสียเลย อาจด้วยเป็นผู้ชายที่ไม่ชอบเครื่องประดับ หรือการสะสมสิ่งเหล่านี้ เพราะผมคิดว่า มันคือภาระสำหรับตัวเองเสียเหลือเกิน ผมเคยซื้อแหวนทอง สร้อยทองมาใส่ มันก็ดูโก้ดีหรอกนะเวลามีคนหรือเพศตรงข้ามมองมาที่เรา แต่เวลาจะถอด จะวาง จะเก็บ มันดูยุ่งยากไปหมด ไม่รู้จะเก็บไว้อย่างไร กลัวหาย กลัวคนมาขโมย และยิ่งเวลาสวมใส่ นี่ยิ่งระแวง กลัวคนจะมาปล้น มาแทง มาชิงเอา มันจึงดูเป็นปัญหาของผมเอามากๆ ผมจึงไม่ชอบมันเอาเสียเลย เคยได้ยินไหมครับคำไทยโบราณ “มีทองเท่าหนวดกุ้ง นอนสะดุ้งจนเรือนไหว” ซึ่งถึงแม้ในคำแปลจะบอกว่า หมายถึง มีสมบัติเพียงเล็กน้อยแต่กังวลจนนอนไม่หลับ แต่ผมคิดว่า เอาเฉพาะทองคำนี้แหละ มีจะมีเพียงเล็กน้อยเท่าหนวดกุ้งจริงๆ หรือแหวนทองแค่ครึ่งสลึง ก็ล้วนเป็นภาระเช่นอธิบายด้านบนทั้งสิ้น ขนาดทองปลอมก็ยังเคยมีคนโดนทำร้าย เพราะโจรนึกว่าของจริง จนมีเรื่องเล่าตลก ว่าโจรกระชากสร้อยกลับมาทำร้ายเจ้าทรัพย์เพราะสร้อยทองเป็นของปลอม ก็มี แต่ถ้ามีคนมาถามผมว่า เมื่อไม่ชอบถ้าให้ทองคำฟรีๆ จะเอาไหม ก็ต้องตอบว่า เอาสิครับ แต่ผมจะเปลี่ยนมันเป็นอย่างอื่นทันที เช่น เป็นเงิน แล้วไปซื้อ btc หรือที่ดิน จะดีกว่า 2. ที่ดิน อันนี้ผมชอบนะ เพราะมันไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาแย่งไปจากผมได้อย่างแน่นอน และก็ไม่ต้องกลัวเรื่องราคา และบางครั้งเราอาจได้ราคาที่ดีหากแถบนั้นมีการพัฒนา แม้มันจะซื้อขายยากไปนิดนึง เมื่อเทียบกับทองคำ แต่ปัญหาของที่ดินสำหรับผม นั่นคือการดูแลรักษา และการใช้ประโยชน์ ผมเคยซื้อที่ดิน 1 ไร่ ใกล้ที่ทำงานที่ตัวเองที่ต้องไปทำงานอยู่แถวนั้นประมาณ 3 ปี ไว้เพื่อเก็งกำไร กับจะทำไว้เพื่อพักผ่อน ปรากฎว่า ผมต้องหาดินมาถม คอยไปตัดหญ้า ล้อมรั้ว ปลูกต้นไม้ หาปลามาปล่อยในสระ ที่พอเวลามันโตขึ้น ก็มีคนมาขโมยชอร์ตไปซะเกลี้ยงบ่อ สร้างที่พัก จะทำเป็นที่พักผ่อน กลายว่าต้องมาเหนื่อยกับมันซะมากกว่า หรือถ้าจ้างคนดูแล ก็เป็นค่าใช้จ่ายขึ้นมาอีก จนเมื่อผมจะย้ายงาน ผมก็ได้ขายที่ดิน 1 ไร่นั้นไป โดยราคาเมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายๆ ต่าง ผมแค่ได้ทุนคืน สรุปว่า มันเป็นปัญหาให้กับตัวผมเอง นี่ยังดีที่ผมยังไม่เคยเจอการเรียกคืนที่ดินจากภาครัฐ เช่น การเวนคืน ซึ่งตอนนี้ผมซื้อบ้านและที่ดินไว้บ้างบางส่วน ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลย บ้านที่ซื้อไว้ นานๆ ทีได้ไปดู บางครั้งก็ไม่รู้มีใครมาอยู่ จนต้องไล่กันไป และเมื่อเราไม่ได้ดูแล มันก็มาสร้างความเสียหายให้ ส่วนที่ดินก็ต้องปล่อยรก เพราะดูแลไม่ไหว ก็จะมีผู้คนแอบบุกรุกเข้ามาหาของกินบ้าง ผมว่าคนมีที่ดินเยอะๆ ก็น่าจะมีปัญหานี้นะครับ ดูแลไม่ไหว มีค่าใช้จ่ายสูง เป็นต้น 1. ที่นี้มาถึงพระเอกของเรา bitcoin ผมรู้จักมันมานานพอสมควรล่ะ แต่ก็รู้จักแบบเอาอะไรมาหลอกกันอีกแล้วเหมือนหลายๆ ท่านนั่นแหละ แต่เมื่อได้รู้จักและศึกษาจริงๆ จังๆ ก็คงเป็นช่วงปี 2020 ถึง ปัจจุบัน ทำให้ผมนั้นชื่นชอบมันอย่างมากเลยทีเดียว และไม่ใช่มีแต่ผมแน่ๆ เพราะถ้าผมมีมันไว้บ้างช่วงที่รู้จักแรกๆ ป่านนี้ผมเป็นเศรษฐีพันล้านไปแล้ว เรื่องรายละเอียดลึกๆ เราค่อยว่ากันอีกที และคงมีหลายๆ ท่านได้พูดถึงมันไปแล้วบ้าง มาดูว่าผมชอบอะไรในตัว bitcoin ถึงยกให้เป็นเบอร์หนึ่งในใจผม ข้อแรกเลย ไม่มีใครมาขโมยจากผมไปได้ และไม่มีใครรู้ด้วยว่าผมมีหรือไม่มี วิเศษไหมล่ะ ที่ดินหรือทองคำ บางทีถ้าโจรผู้ร้ายรู้ว่าของเรา ซึ่งเขารู้นะครับว่าของใครโดยเฉพาะที่ดิน บางทีคิดในแง่ร้ายอาจมีคนมีบังคับขู่เข็ญ ทำร้าย เพื่อให้เรามอบที่ดินหรือทองคำเหล่านั้นได้ และคุณสมบัติของ bitcoin ที่สำคัญสำหรับมนุษย์ขี้เกียจอย่างผม คือ ไม่ต้องคอยไปดูแลรักษาอะไรมันเลย ซึ่งเอาแค่คุณสมบัติสองข้อนี้ ผมก็พอใจนักหนาแล้ว ผมชอบคำพูดของนักเก็บบิทคอยล์ท่านนึง กล่าวไว้เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ทำงาน กินให้น้อย (ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ต้องไปอวดร่ำอวดรวย) ทำตัวโง่ๆ เก็บเงินใน btc และรักษาไว้กับตัวเอง แค่นี้ก็พอแล้ว Exch Thai Crypto
24 พฤศจิกายน 2565 ปัญหาใหญ่ของมนุษย์ หน้าใหญ่ หน้าใหญ่ เป็นภาษาแถวบ้านผม หมายถึง การแสดงออกทางภาพลักษณ์ของสังคม ซึ่งส่วนใหญ่จะเกิดจากสังคมรอบข้างที่เสนอ หรือสร้างภาพลักษณ์นี้ขึ้นมา โดยเฉพาะคนใกล้ตัว ได้แก่ สามี ภรรยา บุตร บุพการี ญาติพี่น้อง ผองเพื่อน เป็นต้น และความหน้าใหญ่นี้ มักจะมาพร้อมอาชีพ หน้าที่การงาน โดยเชื่อว่า เพื่อให้เหมาะสมกับอาชีพ หน้าที่การงาน จะต้องมีสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ เช่น บ้านที่สวยงาม รถยนต์ใหม่หรูหรา และข้าวของจากคำโฆษณากรอกหูของสื่อต่างๆ ที่บอกว่า เราควรจะมีนั่นมีนี่ เพื่อเป็นในสิ่งที่แสดงออกถึงภาพลักษณ์ หรือ ความหน้าใหญ่ เช่น โทรศัพท์มือถือ เครื่องประดับราคาแพง กระเป๋า เสื้อผ้า การแต่งกาย แม้กระทั่งการใช้ชีวิต การกิน การอยู่ ล้วนมีโฆษณาที่เข้ามาเสนอสิ่งต่างๆ เพื่อยั่วหลอกเราต่างๆ นาๆ ซึ่งเมื่อหากเรากลายเป็นมนุษย์หน้าใหญ่ ไปแล้ว เราก็จะไปขวนขวายหาสิ่งต่างๆ เหล่านั้น แม้จะต้องแบกภาระหนี้สินต่างๆ มากมายเท่าไหร่ก็ตาม จนคอร์สการขายต่างๆ มีการสอนบรรดานักขาย โดยได้บอกเหล่าบรรดานักขายไว้เลยว่า การที่ลูกค้าบอกว่าไม่มีเงินนั้น ไม่มีอยู่จริง เพราะหากเขาอยากได้สิ่งของใดๆ แล้ว เขาจะหาวิธีการเพื่อให้ได้เงินมาซื้อสิ่งนั้นจนได้ และนี่ก็คือปัญหาใหญ่ของมนุษย์ หน้าใหญ่ นั่นก็คือ ภาระหนี้สิน นั่นเอง สโลแกนของพวกนี้ก็จะมีมากมาย อย่างเช่น Chip หายไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้, ช่างมัน ไม่เป็นไร ไม่ตายก็หาเอาใหม่ อย่าให้ใครดูถูก อย่าให้ใครว่าเราได้ ฯลฯ แต่เมื่อหลุมแห่งหนี้นั้น ได้ถึงถลำลึกไปจนถึงจุดที่ไม่สามารถไปต่อได้ และได้ถล่มถาโถมเข้ามาแล้ว เพื่อล้างแผลแลสะท้อนภาพแห่งความจริง ภาพลักษณ์ต่างๆ ก็จะอันตรธานหายไป หลายคนไม่สามารถทำใจได้ จนเลือกวิธีผิดๆ ถึงขั้นจบชีวิตตัวเองและคนใกล้ตัว เพราะไม่สามารถยอมรับกับการสูญเสียภาพลักษณ์เหล่านี้ได้ หลายคนก็มีวิถีชีวิตที่ไม่อาจเงยหน้าขึ้นมามองด้านบนได้อีกเลยจนวันตาย แต่ก็มีอีกหลายคนที่เลือกตัดภาพลักษณ์ทั้งหมดทิ้ง แล้วมาเริ่มต้นใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่เราควรเลือกทำ ฉะนั้น ในช่วงที่ยังมีโอกาส ควรเลิก หน้าใหญ่ ได้แล้ว เลิกแคร์ภาพลักษณ์ทางสังคม แล้วมาสนใจภาพลักษณ์ความเป็นตัวตนของเราเองที่มีความสุขจะดีที่สุด แล้วมาเลือกใช้ชีวิตที่ช้าลง ใช้ชีวิตแบบ slow life ที่อยากทำ มี Time Preference ที่ต่ำ ไม่ต้องไปแก่งแย่ง แข่งขัน รีบเร่ง หรือจะต้องไปทำสิ่งต่างๆ เพื่ออวดใครๆ เมื่อมีเงินใช้เหลือเก็บ ให้แปลงเป็นทรัพย์สินที่มั่นคง และเราสามารถดูแลได้ไม่ลำบาก เช่น bitcoin ที่ดิน ทองคำ ซึ่งเมื่อเรามีทรัพย์สินที่มากพอ จนสร้างรายได้ที่มากขึ้น เราก็สามารถมีสิ่งของต่างๆ ได้ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องเพื่อการอวดใคร หรือเพื่อความหน้าใหญ่ แต่เพราะเราสามารถที่จะมีสิ่งต่างๆ เหล่านั้นได้จริงๆ โดยไม่เดือดร้อนตัวเองหรือใครๆ Exch Thai Crypto
22 พฤศจิกายน 2565 ทำไมโรงเรียนเอกชนได้รับความนิยมมากกว่าโรงเรียนรัฐ เป้าหมายของการจัดการศึกษา มุ่งเน้นให้ “ผู้เรียน” เป็นคนเก่ง คนดี มีคุณธรรม และ… หลายๆ อย่างที่นักการศึกษาจะนึกขึ้นมาได้ บางทีก็อดนึกสงสัยในระบบการจัดการศึกษาของบ้านเราไม่ได้ว่ามุ่งเน้นไปที่ทิศทางใด ผู้รับบริการจริงๆ คือใครกันแน่ ทั้งหมดทั้งมวลหากจะหาเหตุผลมาเพื่ออธิบาย หลายๆ เรื่อง หลายๆ ครั้ง ที่เราสามารถเข้าใจได้ว่า ต้นเหตุส่วนใหญ่มาจาก เงิน (money) หรือ งบประมาณในการนั้นๆ ก่อนอื่น ต้องเข้าใจก่อนว่า มนุษย์นั้นทำงาน (Proof) เพื่อแลกกับเงินมาหลายร้อยปีแล้ว ทั้งนี้เพราะรัฐได้กำหนดให้เงินสามารถใช้แลกเปลี่ยนเป็นสิ่งของต่างๆ ซึ่งกันและกันได้ จึงอาจกล่าวได้ว่า มนุษย์ทำงานเพื่อเงิน และเงินนั้นก็มาจากผู้ว่าจ้างหรือผู้จ่ายเงินให้กับเรา อาจเรียกว่า “เราทำงานให้กับผู้จ่ายเงิน” นั่นเอง ที่นี้ หากเรามองย้อนกลับไปที่ระบบการศึกษา เอาแค่ส่วนย่อยๆ คือ ในโรงเรียน โดยเฉพาะโรงเรียนของภาครัฐ อันประกอบไปด้วยมนุษย์หรือบุคลากร หลายส่วน เช่น ผู้บริหาร ครู นักการ ภารโรง พ่อค้าแม่ค้า และที่สำคัญ คือ นักเรียน (และผู้ปกครอง) เราจะมาพิจารณาดูว่า ในแต่ละส่วนนั้นทำงานให้กับสิ่งใดกันแน่ แล้วเราจะพบข้อน่าตกใจอย่างหนึ่งว่า ที่เรากล่าวกันว่า โรงเรียนคือสถานที่เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนหรือนักเรียนนั้น จริงๆ กลับไม่ใช่ เริ่มจากผู้บริหาร ครู และนักการภารโรง ที่ได้รับเงินเดือนจากภาครัฐโดยตรง ท่านคงจะเข้าใจได้ง่ายๆ หากพิจารณาจากข้อความในย่อหน้าแรกว่า แสดงว่าคนเหล่านี้ก็ทำงานให้กับผู้จ่ายเงิน ฉะนั้นผู้รับบริการของเขาโดยตรงนั้นไม่ใช่นักเรียน แต่เป็นภาครัฐต่างหาก ซึ่งเขาจะต้องทำให้ภาครัฐพอใจในผลงานของเขา ฉะนั้นจึงไม่แปลกใจเลย ที่เขาจะทำงานต่างๆ เพื่อเอาใจภาครัฐ เอาใจผู้บริหาร และผู้บริหารก็ทำงานเพื่อเอาใจผู้บริหารในระดับสูงๆ ต่อไป ดังนั้นคำกล่าวที่ว่า นักเรียนคือผู้รับบริการ จึงไม่เป็นความจริง ตัวนักเรียนเองกลับอยู่ล่างสุดของฐานปิระมิด แห่งการศึกษานี้ เรียนตามกรอบแนวทางที่กำหนด อาจครบจบกระบวนการหรือไม่ก็ได้ ความรู้นั้นไม่จำเป็นต้องมีสิ่งใดมาการันตี ความดูแลเอาใจใส่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง อาจจะมีบ้างที่มีสถานศึกษาบางแห่ง ที่เหล่าบุคลากรอาจต้องทำงานมากกว่าการแค่เอาใจผู้จ่ายเงิน แต่จำเป็นต้องเอาใจทางสังคม เนื่องจากได้รับการจับจ้องจากสังคมมากกว่า เช่นโรงเรียนประจำจังหวัด โรงเรียนที่มีชื่อเสียงทางสังคม เป็นต้น แต่ก็ต้องยอมรับกันว่า คุณภาพของนักเรียนในภาครัฐนั้น ส่วนใหญ่ ยังเทียบไม่ได้กับนักเรียนในภาคเอกชน เพราะจริงๆ แล้ว โรงเรียนในภาคเอกชน ผู้รับบริการคือนักเรียนและผู้ปกครองจริงๆ เพราะเป็นผู้จ่ายเงินให้กับทางโรงเรียน โรงเรียนในภาคเอกชน จึงจำเป็นต้นดำเนินการทุกอย่างเพื่อให้นักเรียนและผู้ปกครอง นั้นพึงพอใจ ซึ่งตรงกันข้ามกับโรงเรียนในภาครัฐนั้น ผู้จ่ายเงินคือรัฐ ส่วนนักเรียนคือส่วนหนึ่งของภาระกิจที่ต้องดำเนินให้เสร็จสิ้นไปในแต่ละปีการศึกษา โดยที่โรงเรียนไม่จำเป็นต้องสนใจว่า จะมีผลตอบรับที่ดีหรือไม่ หรือนักเรียนและผู้ปกครองจะพึงพอใจแค่ไหน นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมพ่อแม่ผู้ปกครอง ที่มีเงิน ถึงเลือกที่จะส่งลูกหลานของตน ไปเรียนที่โรงเรียเอกชน หรือโรงเรียนที่มีชื่อเสียง (ทางสังคม ซึ่งมักจะมีค่าใช้จ่ายในการศึกษาด้วย) เพราะ เมื่อนักเรียนหรือผู้ปกครองเป็นผู้จ่ายเงิน โรงเรียนจึงต้องทำงานเพื่อให้ผู้จ่ายเงินพึงพอใจ ส่วนโรงเรียนอื่นๆ ที่เป็นประเภทเรียนฟรี รัฐสวัสดิการต่างๆ ก็จะได้รับการปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง โดยจะเน้นการทำงานไปที่เพื่อให้ผู้จ่ายเงินให้เขาคือรัฐนั้นพึงพอใจ จึงไม่จำเป็นต้องทำงานให้นักเรียน หรือผู้ปกครองพอใจ เพียงแค่ทำงานให้เสร็จภาระกิจไปก็เพียงพอ แล้วเอาเวลาไปทำงานหรือทำภาระกิจเพื่อผู้จ่ายเงินนั้น คือ รัฐ ผู้บริหาร และอื่นๆ สรุป โรงเรียนรัฐ ประเภทเรียนฟรี นักเรียน ไม่ใช่ผู้รับบริการ เป็นเพียงภาระกิจ ส่วนโรงเรียนที่มีการเรียกเก็บเงิน นักเรียนและผู้ปกครอง คือผู้รับบริการ จึงได้รับการเอาใจใส่เพื่อให้เกิดความพึงพอใจ นั่นเอง *** (มาเพิ่มเติมบทความ 29 พ.ย. 2565 หลังจากได้ศึกษาหนังสือ fiat standard) ข้อเสนอแนะ เพื่อแก้ปัญหา มีผู้เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาลักษณะนี้ไว้ ในหนังสือ fiat standard ซึ่งเขียนโดย seifedean ammous ซึ่งเขียนเรื่องเกี่ยวกับ fiat education โดยเสนอวิธิแก้ปัญหาคือ ในระบบรัฐสวัสดิการ โครงการเรียนฟรี แทนที่รัฐจะจ่ายให้เงินให้กับโรงเรียนโดยตรง ก็เปลี่ยนไปจ่ายเงินให้กับนักเรียนแทน และให้นักเรียนเลือกเองว่าจะไปเรียนที่ไหนก็ได้ ซึ่งจะทำให้โรงเรียนต่างๆ ต้องปรับตัวและหันมาดำเนินกิจการที่ทำเพื่อนักรียนจริงๆ เพราะหากโรงเรียนใดไม่สามารถสร้างความพึงพอใจให้นักเรียนและผู้ปกครองได้แล้ว ก็จะไม่มีนักเรียนไปเรียน และจะต้องปรับปรุงตนเองในการดำเนินงาน เพื่อให้มีนักเรียนมาเรียนหรือไม่ก็ต้องล่มสลายไปในที่สุด Exch Thai Crypto