คุณเจ้ากระพรุนรุนช่วย's avatar
คุณเจ้ากระพรุนรุนช่วย
npub18pm8...y6wn
ให้คนอื่นมีสาระไป เดี๋ยวเราจะเสียสละเป็นคนไร้สาระให้เอง
การเลือกคู่ชีวิตก็คือการลงทุนรูปแบบหนึ่ง คุณไม่มีทางรู้ว่าคู่ชีวิตที่คุณเริ่มจีบ หรือจีบเขา สุดท้ายแล้วจะเป็นบิทคอยน์ หรือ ชิทคอยน์ นอกจากต้องศึกษาและใช้เวลาเรียนรู้กันไป การด่วนตัดสินใจขายทิ้งในวันที่คุณตัดสินว่าคุณค่าของเขาไม่เพียงพอ อาจเป็นการตัดสินใจผิดพลาด หรือ การปล่อยให้มันดอย อดทนกับความห่วยเพื่อหวังว่าเขาจะกลับมาพุ่งผงาดอีกครั้งแล้วจบที่พอร์ตแตก ก็เป็นความเสี่ยงที่คุณต้องใช้วิจารณญาณและยอมรับมันให้ได้ ใดๆแล้วเลือกผัวเลือกเมียผิด ชีวิตเปลี่ยน เลือกถูกก็เปลี่ยน และต่อให้ไม่เลือกใครเลยอยู่เป็นโสดก็เปลี่ยนได้เหมือนกันนะ เกมในจลาดมันพลิกได้เสมอ วันนี้คุณรู้ตัวเองหรือยังว่ากำลังเป็นบิทคอยน์ หรือชิทคอยน์ คุณดูออกหรือยังว่าคุณกำลังลงทุนกับคนข้างๆที่เป็นเหรียนประเภทไหน 🤭🤭 #siamstr #nostr
รีวิว การเปิดโรมมิ่งในต่างประเทศ. วันนี้มีสาระอย่างยิ่งกับหัวข้อที่ไม่คิดว่าจะได้เขียนเร็วขนาดนี้ เริ่มจากชีวิตมีเหตุการณ์ได้เดินทางไปต่างประเทศในแถบเอเชีย แล้วทีนี้ดั้นมีเหตุจำเป็นให้ส่ง OTP เข้ามือถือ ด้วยความที่มักสบายซื้อซิมชั่วคราวของต่างประเทศมาใช้ ก็เลยไม่เคยสนว่าเราจะอยู่ส่วนไหนของโลก.. นั่นแหละจุดพลาด หลังจากนั้นก็ได้พยายามที่จะหาวิธีแก้ด้วยการเปิดโรมมิ่งอย่างที่เคยเห็นตามสื่อต่างๆว่าทำได้ โดยในความเป็นจริง หลังจากผ่านพรมแดน หรือลงเครื่องบินมาแล้ว มือถือก็ไม่มีสัญญาณใช้อีกต่อไป ถ้าเป็นในสนามบิน บางครั้ง บางประเทศก็ไม่ได้มีไวไฟฟรีให้ใช้ก่อน สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ควรสมัครบริการโรมมิ่งไว้ตั้งแต่ก่อนเดินทางข้าม เชคให้แน่ใจทุกขั้นตอนว่าข้อความอนุมัติสมัครเน็ตมันใช้ได้จริงๆ โปรโมชั่นโรมมิ่งสามารถอ่านเอาได้ แต่ ณ ที่นี้ใช้ของทรูมูฟ โดน 3 วัน 200 กว่าบาท ทั่วเอเชีย พอข้ามไปถึงที่หมายก็โดนเลยกับการตั้งค่า เพราะมั่นหน้ากดเปิดโรมมิ่งแล้วไม่มีสัญญาณ ใช้ไม่ได้ มือถือเงียบกริบ ยืนเหงาเคว้งเต้งกับกระเป๋าลากท่ามกลางผู้คนที่ไม่สามารถพูดไทยได้ พอรวบรวมสติได้ก็หามุมเล็กๆปลอดภัยหน่อย นั่งหย่อนก้นหาวิธีแก้เลย กดๆแก้ๆอยู่นานประมานสองชั่วโมงด้วยความไม่รู้ก็ใช้ อีกเครื่องที่มีซิมต่างประเทศใช้เน็ตได้ถามเอไอโล้ด ว่าทำไงดีนะกับโรมมิ่ง เอไอก็ทักว่า ให้เช็คเรื่องเครือข่ายสิ อย่าไปกดอัตโนมัติ สรุปใช่ค่ะ 2 ชั่วโมงของดิฉันถูกแก้ได้ด้วยความช่วยเหลือจากเอไอ แค่กดปิดหาเครือข่ายอัตโนมัติและเลือกเครือข่ายเดียวกะซิมต่างประเทศที่ใช้อยู่ ผลลัพท์ก็คือ ข้อความเด้งรัวๆ ทุกอย่างกลับมาใช้ได้ปกติเหมือนอยู่ที่ไทยเลย เคลียร์ปัญหาเสร็จก็หอบของไปพักโรงแรม จบ. เหนื่อย. จะรีวิวการใช้โรมมิ่ง กลายเป็นรีวิวความไม่รู้ของตัวเองไปเป็นสิบบรรทัด ทุกปัญหามีทางออก ถ้าคิดไม่ออกก็ยังพึ่งเอไอได้อยู่นะ ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริงซะทั้งหมด แต่มันก็ช่วยให้มนุษย์มีทางเลือก มีเครื่องมือให้ใช้มากขึ้น #siamstr #nostr image
สิ่งที่ภูมิใจในตัวเองที่สุดในวันนี้ เป็นเรื่องของความกล้าหาญ.. โดยเฉพาะการกล้าที่จะยืนหยัดแม้จะรู้สึกเจ็บปวด หวาดกลัว กล้าที่จะเทความสิ้นหวังและหาหนทางของตัวเองโดยไม่สาปให้ใครไปหมกไหม้อีกแล้ว 555 มันก็จะมีบ้างตามความเป็นมนุษย์ที่มีการกระทบอารมณ์และสะท้อนแบบร้ายกาจออกไป นั่นก็แค่กลไกการป้องกันตัวแบบหนึ่ง แม้วันนี้ยังไม่กล้าเสี่ยงในหลายเรื่อง กระทั่งกล้าเปลี่ยนแปลงความสบายใจจอมปลอม แต่แค่กล้าที่จะยอมรับว่าเราไม่ได้เพอเฟก มันก็มีบ้างที่ต้องรับแรงกระแทกทางจิตใจ แต่ก็ไม่ได้หนีความจริงไปไหน รู้สึกถึงความแย่กระทั่งควบคุมสติ เข้าใจในความดีความแย่ เปลี่ยนมันเป็นเพียงการรับรู้ นำความผิดพลาดมาปรับปรุงโดยไม่กล่าวโทษใคร กระทั่งตนเอง และปล่อยทิ้งมันไป จบกระบวนการ ให้ความรู้สึกเหมือนตอนจะเดินกลับบ้านตอนเลิกเรียนสมัยมัธยมที่คนอื่นเค้ากลัวไม่กล้าจะออกจากห้องเรียน แต่เราเดินลุยพายุ ที่มีลูกเห็บโปรยใส่ตัวจนหัวแทบแตก ในสภาพที่เป็นโรคแพนิคกับเสียง สู้กับอากาศที่เย็นจัดและเจ็บจากลูกเห็บ ในที่สุดก็ได้นั่งรถสายที่ไม่มีใครนั่ง ตรงดิ่งไปยังบ้าน เปียกโชกเป็นลูกโกลเด้น ได้อาบน้ำอุ่นๆ สระผม เป่าลมร้อน กินโจ๊กหน้าทีวีก่อนเพื่อนคนอื่นที่ยอมติดฝนไม่ออกมา
คนเราสามารถผิดพลาดกันได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่คุณตำหนิผู้อื่นด้วยความรุนแรง... เมิงอย่าผิดบ้างล่ะ กรูจะเอาถาดตีหัวเมิงเป็นตลกคาเฟ่เลย พ่อแบบอย่างของมนุษย์ชาติ
คนเราสามารถ ขี้ขลาด กระจอก โง่เขลาได้เมื่อมันไม่ทำร้ายผู้อื่น.. แต่ปกติไม่ค่อยมีหรอก การเอาเปรียบทำร้ายผู้อื่นยังคงเกิดขึ้นเสมอ แค่จะรู้แก่ใจ หรือแค่แกล้งไม่รู้ไม่ชี้ บางคนก็ฝืนธรรมชาติที่จะมีความเห็นใจต่อผู้อื่น
การยอมรับความจริงที่ทำร้ายใจ อาจเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่ทำให้เราหลุดพ้นจากความสุขที่ไม่จริง. กล้าหาญให้มาก ยิ้มให้เยอะ อย่าหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเพื่อหลอกตัวเองว่าทุกอย่างมันดี.. ชีวิตมีสิทธิไม่โอเค แต่เราก็มีสิทธิที่จะยอมรับและผ่านมันไปได้ ชีวิตไม่มีทางที่จะดีหรือแย่ทุกวัน ให้คะแนนความกล้าหาญบ้านกริฟฟินดอร์ 100 แต้ม #siamstr
กินไปเถอะ เบียร์นิดหน่อยในวันหยุด พอให้มีกำลังใจสู้ชีวิต จะเบียร์นายทุน รึคราฟเบียร์ ก็จงยินดีที่วันนี้ยังมีชีวิตอยู่ ยังสามารถผ่านชีวิตที่มีเลเวลยากสำหรับเรา เบียร์แก้ปัญหาไรไม่ได้หรอก นอนก็แก้ปัญหาไม่ได้เหมือนกัน.. มีปัญหา ไม่มีปัญหาอยู่ที่มุมมอง คิดเยอะมาทั้งชีวิต ให้โอกาสตัวเองเลิกคิดบ้าง ชูแก้วแด่ทุกคนที่มีพื้นที่เล็กๆในการผ่อนคลาย เพราะสุดท้ายแล้วโลกใบนี้ไม่มีใครจะเห็นแก่เราได้เท่าตัวเราล่ะ? รักตัวเองเยอะๆ อันนี้พูดจริงๆ ใครรักเราไม่โชคดีเท่าเรารักตัวเอง #siamstr image
สวัสดีเช้าวันอาทิตย์ที่ทองยังุูแนะนำเป็นอันดับหนึ่งของคนทั่วไป.. รอดูกันต่อไปว่า วันไหนจะตื่นขึ้นมาได้ยินว่า 'เห้ย ทำไมไมซื้อบิทคอยน์'
เราไม่สามารถร้องขอวันที่สงบได้เสมอ.. เปิดโหมดประหยัดพลังงานตลอดไม่ได้ ขอให้เป็นวันที่ดี
อย่าถือสาพรุนนี่กับคอนเท้นแปลกๆในแต่ละวันเลยนะคะ มีบ่นบ้าง ยาวบ้าง ยังไงก็คงคอนเซปนี้ค่ะ คำพูดมากมาย ความหมายช่างมัน 55555555555 #siamstr
มีหลายคนตกใจกับเป้าหมายอันแน่วแน่ของคนๆหนึ่งที่อายุไม่ถึงสามสิบ เขาอยากเกษียณชีวิตจากงานที่ทำตั้งแต่อายุยังน้อย จึงทำงานหนักเพื่อสะสมเป็นบิทคอยน์ไว้ เขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่ยังไม่มีครอบครัว ไม่มีลูก ไม่มีภาระผูกพันธ์ใดๆนอกจากรับผิดชอบชีวิตตนเอง แม้จะอยากอธิบายให้ผู้คนที่แวดล้อมไปด้วยความแปลกใจ เพราะกว่า 90% ของคนทำงานยังคงทำงานหนักเพื่อแบกคนข้างหลังไว้จนแก่มากกว่าสี่สิบปี แต่ก็เหนื่อยที่จะพูดยาวกับความฝันของเขา จึงทำได้แค่ยิ้มและสู้ต่อไปในเส้นทางของตัวเอง คนเราไม่มีเวลาว่างพอจะอธิบายให้ทุกคนเข้าใจจริงๆว่าทำไปเพื่ออะไร อีกอย่างความเข้าใจของพวกเขาก็อาจเป็นเพียงการรับรู้ ซึ่งบางครั้งก็อิจฉา บางครั้งก็ชื่นชม นี่แหละคือการที่พวกเขาแค่ตัดสินแล้วใช้อารมณ์ขณะนั้นนำพา ไม่อาจใช้ปัญญานำพาชีวิตตนเองให้ไปได้ดีเช่นคนที่มีแพชชั่นแรงกล้าในการอยากเลิกเป็นลูกจ้างของคนอื่น พรุนได้ฟังเรื่องราวของเขา แล้วเอาตกตะกอนก็เป็นแนวคิดในชีวิตเหมือนกัน สำหรับบางคนแพชชั่นมันแรงกล้าจนหูดับกับคำวิจารณ์ใดๆ เป็นใบ้กับคนที่ไม่เชื่อ และตาบอดกับคนที่อยากได้เงินของเขาแต่ไม่เคยมีส่วนร่วมใดๆในชีวิต #siamstr
สมัยเรียนอยากเป็นหัวหน้าห้อง เพราะเท่ห์มาก แม้จะเป็นขี้ข้าในห้อง ต้องเอาสมุดไปส่งครูหลังจบคาบ แต่ตอนโต ไม่อยากเป็นหัวหน้าคนเลย ขี้เกียจจะใช้สมองมาพิจารณาว่า จะใช้ลูกน้อง ใช้ทรัพยากรยังไงดี แต่อายุงานก็แก่ขึ้นทุกวัน หัวหน้าเก่าก็อยากโปรโมท เพราะเค้าจะขึ้นไปเป็นลีดเดอร์ที่ใหญ่กว่า โอ่ยยย นอย อยากนอนขี้เกียจอยู่บ้านเลี้ยงแมว 🥲
ความสุขมันง่ายมากเลย แค่คิดว่า จะได้กินซุปทงคัสสึ จากหม้อแรงดันในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง จากที่เคยใช้หม้อหุงข้าวต้มข้ามวัน ต้องมารอเฝ้ากลัวหม้อไหม้.. เริ่มเข้าใจคนที่เขามีความสุขก่อนวันหวยออกแล้วแหละ 🤭 ทั้งบ้าน คน หมา แมว ได้รับอานิสงส์ซุปอย่างดีเพื่อสุขภาพกันถ้วนหน้า.. จะว่าก็ว่าก็ว่าเถอะ กระดูกวัวต้มให้ซุปที่เข้มข้นกว่า อร่อยกว่า ไม่เหม็นสาปวัวมากนัก แต่ติดตรงเดียวคือ พลังงานมันสูงมากเกินไป กินไม่กี่ช้อนก็รู้สึกอิ่ม ยิ่งกว่ากินโจ๊ก ขนาดที่ว่าเอาพริกไทย เกลือใส่เพื่อเพิ่มรสชาติให้กินง่าย ก็กินไม่หมดอยู่ดี ขอโหวตให้ กระดูกหมู นอนฮาลาน ยังคงเป็นซุปที่ดีที่สุดสำหรับเราในซีซั่นนี้ 🎉🎉 อยากชิมเนื้อกระต่าย กระดูกกระต่ายจังเลยนะ ทั้งที่ต่างประเทศแถบฝาหรั่งมังกี้ กินกันเยอะ ในไทยไม่ค่อยเจอรีวิว อาหารจากเนื้อพวกนี้เลย ใน #siamstr มีคอมมูคนกินเนื้อกระต่ายมั้ยนะ ?
พี่ชายซื้อหม้อตุ๋นไฟฟ้ามา (หม้ออบแรงดัน) นับเป็นโชคที่ดีมากในวันนี้ กลุ้มใจมาหลายวันเรื่องซื้อเนื้อควายมา แล้วปรุงไม่ได้ เหนียว เชฟมิชชาจัง จะได้ลองของใหม่อีกแว้วววว กลัวระเบิดจัง 5555
มีคนบอกว่า ให้รีบซื้อเงิน (silver) เพราะเงินราคาถูกมาก ต่อมาก็ตามด้วยทอง (gold) ที่ไม่เคยตก.. อืมมม มันก็พูดยาก เขาก็พูดถูก แต่ไอ้ที่เรารู้มันก็ถูกสักครึ่งนึงเหมือนกัน คิดว่านะ แต่ใดๆแล้ว ถ้าจะดีเบทเรื่องลงทุน คงต้องอ่านหนังสืออีกบานตะไท ระหว่างมีชีวิตเพื่อลงทุน กับมีชีวิตเพื่ออ่านหนังสือก่อนค่อยลงทุน เราจะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่วันเนี่ย #siamstr
#siamstr #เรื่องเล่าจากหอคอย #นิยาย (1) ฉันยืนมองตัวเองจากหอคอยชั้นที่ 22 เพราะการได้อ่านมังงะแนวต่างโลกเกี่ยวกับการขึ้นไปยังหอคอยแต่ละชั้นเหมือนด่านในเกมตั้งแต่ชั้นที่ 1 ถึง 100 ทำให้ฉันนึกขึ้นมาได้ว่า หากฉันกำลังเล่นเกมชีวิตในตอนนี้ ฉันอยู่ที่ชั้น 22 ฉันเป็นคนกลัวความสูงมาก ชนิดที่เรียกว่าเป็นโรคแพนิก นั่นเลยทำให้ฉันไม่เคยยอมอยู่ที่สูงกว่าสองเมตร หรือชะโงกลงมามองพื้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว ฉันไม่ได้กลัวตาย แต่ร่างกายเหมือนกำลังใช้ระบบป้องกันตัวเองขั้นสูงอยู่ แต่วันหนึ่งเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากที่ไกลๆ ผู้คนมากมายวิ่งกรูเข้าประตูชั้นที่หนึ่ง ฉันเดินเร่งฝีเท้าก้าวอย่างไม่รู้อะไร ได้แต่ตระหนกกับการหลั่งไหลของผู้คน แม้จะยืนอยู่ท่ามกลางความโกลาหล ฉันยังคงมองเห็นบางคนที่วิ่งขึ้นบรรไดไปอย่างรวดเร็ว บางคนที่ล้มลงแล้วรีบลุกขึ้นวิ่งต่อแม้จะมีบาดแผล กระทั่งคนที่ล้มลงไปจริงๆแบ้วไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก เพราะมีรอยเท้ามหาศาลเหยียบย่ำเขา ทั้งหัว คอ หลัง มือ เท้า ฉันทำได้แค่รับรู้และวิ่งขึ้นไปชั้นต่อไป ในใจมีแต่ความกังวลว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น แล้วฉันต้องทำอย่างไร? ไม่มีใครหยุดบอกฉัน แต่ก็ยังพอจะได้ยินเสียงตามหลังพูดบอกคนข้างหน้าว่าให้รีบวิ่งไป อย่าล้มเด็ดขาด จากความสูงที่เคยกลัว ฉันวิ่งแซงทุกคนโดยไม่สนว่ามันสูงแค่ไหน ฝั่งซ้ายมีราวให้จับแต่เต็มไปด้วยผู้คน ฝั่งขวานั้นค่อนข้างโล่งแต่ไกล และต้องใช้แรงมากที่จะแซงคนข้างหน้าขึ้นไป ฉันกัดฟันเบี่ยงตัวชิดขวาแม้จะเริ่มมีอาการหอบเหนื่อยเมื่อผ่านไปยังชั้นที่ 15 ร่างกายใช้อดินาลีนแบบสูงสุดแล้ว แต่เหตุการณ์ที่ไม่สงบทำให้ฉันต้องเบี่ยงมาเกาะราวจับเพื่อเหวี่ยงตัวเองขึ้นไป ฉันไม่ได้นับหรอกว่าบรรไดมีกี่ขั้น แต่ทุกชั้นที่ก้าวผ่าน ผู้คนเริ่มวิ่งช้าลงจากความเหนื่อยล้า ทำให้ยิ่งสูง ยิ่งคนน้อยลงเรื่อยๆ จากเป็นหลักร้อยคน เหลือเพียงไม่กี่สิบคน และพวกที่เหลือนั้นมักเป็นคนที่ยังหนุ่มสาว เด็กและคนแก่ยังอยู่ชั้นล่างๆยังไม่ได้ขึ้นมาสูงขนาดนี้ ชั้น 21 ฉัน ทรุดนั่งลงตรงมุมบรรไดที่ไม่ขวางทางคนอื่นอย่างช่วยไม่ได้ ขายังไม่หมดแรง แต่หอบเหนื่อยจนปอดแทบฉีก พอหันไปมองข้างหลังก็ไม่มีคนตามมาแล้ว ได้ยินเพียงเสียงกุกกักๆของการวิ่งที่ตามมาเรื่อยๆ "ไอ่พรุนไป! มานั่งอะไรตรงนี้ เดี๋ยวก็ตายห่าหรอก" ฉันเงยหน้ามองต้นเสียงเป็นผู้ชายร่างสูงที่ฉันรู้จัก เขาทักฉันแค่นี้และวิ่งสวนขึ้นไปอย่างไม่ลดละ ประโยคสั้นๆที่ไม่ได้อธิบายอะไรมากมาย ทำให้ฉันฮึดสู้อีกครั้ง ลุกขึ้นก้าวขาไปอย่างเร็วที่สุดเท่าที่คนหอบจะทำได้ ฉันยังไม่รู้อะไรสักนิดว่าพวกเขากำลังหนีตายจากอะไรอยู่ ฉันหยุดที่ชั้น 28 ตัดสินใจก้มลงไปมองว่าชั้นล่างเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แล้วฉันก็มองเห็นอะไรบางอย่าง คนๆหนึ่งที่แต่งตัวและมีหน้าตาเหมือนฉันสมัยวัยรุ่น กำลังวิ่งขึ้นตามมาจากชั้นล่าง แต่สภาพหล่อนนั้นย่ำแย่กว่าที่คิด มีแผลตามตัวฟกช้ำมากมาย ดวงตากลมสวย ปูดบวมจนปิดตาไปครึ่งหนึ่ง หล่อนดูเหมือนกำลังจะขาดใจลงตรงนั้นซึ่งเป็นชั้นที่ไม่ได้ห่างกันมากนัก ฉันเก็บความสงสัยกับใจที่เต้นรัวด้วยความตระหนกก่อนออกวิ่งอีกครั้ง ครั้งนี้ก้าวขายาวขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้ระยะเวลาในการเดินทางสั้นลงไป ชั้นแล้วชั้นเล่า เสียงจากข้างล่างเริ่มเบาลงเรื่อยๆ แสดงถึงความห่างระดับชั้นที่น่าจะเริ่มปลอดภัย ฉันชะโงกหน้าลงไปมองอีกครั้งที่ชั้น 31 แล้วเห็นผู้หญิงคนนั้นล้มฟุบอยู่ชั้นล่าง แม้ไม่มีใครเหยียบหล่อน แต่ก็ไม่มีใครเลยที่จะหยุดดูว่าหล่อนเป็นยังไง ฉันลังเลอยู่พักใหญ่ว่าจะลงไปดูสักหน่อยหรือควรวิ่งขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุดของหอคอยเพื่อให้รอดพ้นจากอะไรบางอย่าง ในตอนนี้สิ่งที่ฉันสังเกตคือนอกจากร่างกายที่ชอกช้ำ หล่อนมีกระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่หลัง โซ่ตรวนที่ข้อเท้า รวมถึงมือที่ยังกำกระดาษอะไรบางอย่างไม่ปล่อยแม้ว่าตอนนี้หน้าหล่อนจะคว่ำไปกับพื้นแล้ว "เป็นไรมั้ย ไหวมั้ยยัยคนนอนฟุบ ให้ช่วยมั้ยเธอ!!" เพราะไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวแม้กระทั่งชื่อ แต่หน้าตาและการแต้งตัวที่คล้ายเรามาก ทำให้เรามองเห็นภาพตัวเองซ้อนทับกับร่างนั้น "ไม่ต้อง.. ฉันอยากตายแล้ว" ร่างนั้นพูดด้วยน้ำเสียงที่หมดแรงและสิ้นหวัง ทำให้ฉันตัดสินใจเดินลงบรรไดแสนชันไปดูอาการหล่อนสักหน่อย ยังไงก็อยู่สูงกว่าสามสิบชั้น น่าจะค่อยๆปลอดภัยแล้ว "เป็นอะไรมั้ย ถ้าวิ่งไม่ไหวฉันช่วย แต่เอาสัมภาระพวกนี้ทิ้งไว้ที่นี่เถอะ ยังอีกไกลมากที่เราจะถึงชั้น 100" "ไม่ ฉันจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ให้ฉันทรยศทุกคน ฉันยอมตายตรงนี้ดีกว่า" ฉันขมวดคิ้วไม่เข้าใจที่หล่อนยืนยันหนักแน่นที่จะไม่ทิ้งกระเป๋าใบใหญ่ที่แบกอยู่ ฉันถือวิสาสะจะช่วยหยิบขึ้นมาแต่ก็พบว่าข้างในกระเป๋าไม่มีอะไรนอกจากขยะ ทั้งขวดแก้วที่ไม่มีน้ำ กล่องดำๆอะไรสักอย่าง เศษทิชชู่ม้วนยุ่ยยัดกันในกระเป๋า ยัยคนบ้านี่มันบ้าหอบฟางของแท้ จะตายอยู่รอมร่อยังขนของพวกนี้ขึ้นมาเกือบสามสิบชั้น.. ฉันจำได้เลยว่าตอนที่วิ่งขึ้นมาตัวเปล่ายังเหนื่อยแทบขาดใจ แต่ยัยตัวช้ำ หน้าช้ำนี่กลับแบกขยะมาจนถึงชั้น 28 "ทิ้งไปได้แล้วน่า เราไม่มีเวลาแล้ว แข็งใจหน่อย" ฉันกระตุ้นหล่อนพร้อมกับแกะเอาขยะในมือของหล่อนทิ้ง แต่ก็ยังดึงดันที่จะไม่คลายมือ "ฉันไม่มีวันทิ้งสามีของฉัน" ทั้งที่ใบหน้าบวมปูด ช้ำเลือดขนาดนั้น น้ำตาของหล่อนกลับไหลออกมาจากคำว่าสามีแทนที่จะร้องเพราะรู้สึกเจ็บ ฉันยิ่งไม่เข้าใจไปกันใหญ่ เพราะไอ้คำว่าสามี ฉันไม่เห็นจะมีใครวิ่งตามมา มีแค่หล่อนคนเดียวต่างหาก "ก็ทิ้งขยะไว้ตรงนี้แล้วให้สามีตามมาสิ จะเก็บขยะพวกนี้ทำไม ฉันช่วยแบกของไปไม่ไหวหรอกนะ" ฉันหันหน้าไปอีกทาง พลางพูดอย่างจำใจเมื่อเห็นน้ำตาพรั่งพรูออกมาจากใบหน้านั่น มันเหมือนฉันเห็นภาพซ้อนของตัวเองอีกครั้งในเมื่อนานมาแล้ว.. ฉันนึกว่าแผลใจของตนเองจะหายดี แต่เมื่อเจอหล่อน ฉันถูกเปิดแผลใจในจังหวะที่แย่ที่สุด "นี่มันคือส่วนหนึ่งของสามีฉัน สมบัติของเขา รูปของเขา สิ่งที่เขากินแล้วเหลือให้ฉัน" ฉันอึ้งในคำตอบที่ไม่อยากจะตัดสิน ในเวลาที่ทุกคนต่างเอาตัวรอดไม่สนใครจะตาย ยัยนี่กลับหวงของที่สามีกินเหลือแล้วทิ้งไว้ให้เหมือนมันมีค่ากว่าชีวิตตัวเองซะงั้น "แล้วเขาอยู่ไหน" "ฉัน.. ไม่รู้หรอก แต่ฉันไม่มีที่ไป ฉันวิ่งมาคนเดียว เราคลาดกันตอนไหนไม่รู้ แต่เขาสัญญาว่าอีกสิบชั่วโมงจะตามหาฉันแล้วอยู่ด้วยกัน" นี่มัน.. บ้าอะไรเนี่ย ฉันอึดอัดใจกับการตัดสินใจของหล่อน เพราะก่อนจะถึงสิบชั่วโมง ฉันไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าอีกสิบนาที ไอ้พวกข้างล่างที่ตามขึ้นมาจะเป็นคนหรือเป็นตัวอะไร และไม่ว่าจะเป็นทางไหน การที่ยัยนี่ฟุบตรงนี้ ผลลัพธ์คือ ไม่รอดถึงสิบชั่วโมงในหอคอยนี้หรอก
ทำงานที่ใช้สมองก็ดันไม่มีสมอง ทำงานที่ใช้หัวใจ อารมณ์ ก็มั่วไปหมด ไม่มีงานไหนที่ง่าย.. นั่นคือ ศิลปะของการแก้ปัญหา บางครั้งสิ่งที่เหนือกว่าปัญญาและอารมณ์ก็คือ ดวง #siamstr
ในวันที่รู้สึกว่า เชี่ยเอ้ย ไม่อยากทำเลย ลองบังคับตัวเองทำแค่ 30 นาทีแรกให้ได้ก็พอ ที่เหลือให้ความรู้สึกจัดการต่อ อย่าใช้ความรู้สึกตั้งแต่เริ่ม เพราะมันจะ เชี่ยเอ้ย ไม่อยากทำเลย อยากนอน 😭 #siamstr