#THON104
รวมตัวชาวบิตคอยน์ฝั่งธน ครั้งที่ 4
วันศุกร์ที่ 17 มกราคม 2568
เวลา 19.00น. เป็นต้นไป
ร้านนาริตะ อิซากายะ
ใกล้ MRT บางพลัด
(ลิ้งก์ในคอมเมนต์)
มาพบปะแลกเปลี่ยนเลือดสีส้มในตัวกันครับ
หัวเรื่อง (เผื่อไม่มีเรื่องจะคุย)
- Blocksize War กับนิยาย Foundation
- การทำงานของ BTC node จากสื่อการสอนแบบ LARP
- การใช้งาน BTC ปัจจุบัน ถือว่ามีเสรีภาพหรือไม่
หรือเรื่องอื่นๆ ตามบรรยากาศและความสนใจแต่ละท่าน
***English Version***
#THON104
Bitcoiner meetup for Thonburian #4
Friday 17th January 2025
19.00
at Narita Izakaya
MRT Bang Phlat
(link in comment)
Come and share our orange world view together
Topics (in case of dead air)
- Blocksize war and Foundation
- “How BTC node works” from LARP learning workshop
- Do we have freedom to use BTC today?
or any topics please feel free to share
#siamstr
*****พูดคุยแลกเปลี่ยนสอบถามเพิ่มเติม******
ลิ้งก์ไลน์โอเพนแชทในคอมเมนต์
Line Group Open Chat for BTC Thonburian
link in comment
Kei
npub19yxx...nyjx
zap ใน WOS ไปแล้ว สำเร็จแล้ว
แต่ไม่ขึ้นในโพสครับ
ตั้งแต่บริษัทขาดทุน ทำให้ไม่ต้องจ่ายภาษี แต่กลับมีเงินสดหมุนเวียนเยอะขึ้น
ทำให้การเงินคล่องกว่าเดิม
ลองมา 2 ปีละ
ตลกดี
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 55
#siamstr
ทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ
บางทีเราก็ไม่คิดว่า เรื่องบางเรื่องจะเป็นไปได้
จนกระทั่งเราเห็นคนที่ทำได้กับตาตัวเอง
แม้ว่าการได้รับรู้ถึงการก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ผ่านสื่อต่างๆ จะน่าทึ่งแล้ว
นักวิ่งที่ทำลายสถิติโลก จรวดที่ลงจอดได้เอง การค้นพบสิ่งใหม่ที่ทำให้มนุษย์อายุยืนมากขึ้น
แต่การได้เจอคนตัวเป็นๆ ต่อหน้าต่อตา
ที่ทำบางสิ่งบางอย่างได้เก่งกว่าผู้คนส่วนใหญ่
มีพลังอย่างมาก
มากจนเราเชื่อไปเองว่า ถ้าเราพยายามมากพอ สักวันเราก็จะทำได้เช่นกัน
มากจนเรางงว่า ทำไมเราถึงเคยคิดว่า มันทำได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้
มากจนทำให้เชื่อต่อไปเองว่า ถ้าพยายามมากพอ ทุกสิ่งก็อาจเป็นไปได้
การปฏิสัมพันธ์กับผู้คน ทำให้ขยายเขตความเป็นไปได้
ทั้งในแง่ศักยภาพของตัวเราเอง และในแง่การร่วมกันทำอะไรบางอย่าง
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 54
#siamstr
unforced error
เป็นตัวชี้วัดหนึ่งในกีฬาตีโต้กัน เช่น เทนนิส แบดมินตัน ปิงปอง
นับเมื่อมีการตีพลาดเอง เช่น ตีออก ติดเน็ต โดยไม่ได้ถูกกดดันจากการตีของฝ่ายตรงข้าม
มือสมัครเล่นกับมืออาชีพ มือใหม่กับมือเก่า
มีความแตกต่างในเรื่องนี้ชัดมาก
แค่ผู้เล่นที่เชี่ยวชาญกว่า ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด อีกฝ่ายก็ทำผิดพลาดและเสียแต้มไปเอง
จนชนะได้อย่างไม่ยากเย็น
พอมองออกมาเปรียบเทียบกับเรื่องต่างๆ ของชีวิต
บางครั้งเราก็เผลอตีออกนอกสนามไปเอง ทั้งที่ไม่ได้มีอะไรมากดดัน
เลือกผ่อนคลายมากกว่าตั้งใจทำอะไรบางอย่าง ทั้งที่ไม่ได้เครียดจากสิ่งใดๆ
เลือกความขี้เกียจมากกว่าความขยัน ทั้งที่ไม่ได้เหนื่อยอะไร
เลือกกินอาหารไม่ดีต่อสุขภาพ ทั้งที่ไม่ได้หิวอะไร
เลือกนอนดึก ทั้งที่ไม่ได้มีอะไรต้องทำแล้ว
เลือกปล่อยเวลาไปอย่างไร้คุณค่า ทั้งที่เพิ่งได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว
ช่วงเวลาที่ชีวิตไม่ได้ส่งอะไรมากดดันเรา
แต่กลับเลือกทางที่ทำให้เราเสียแต้มเอง
ผู้ที่เชี่ยวชาญกว่า หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จ รู้เรื่องนี้ดี เลือกใช้เวลาไปกับสิ่งที่มีคุณค่า
ไม่ยอมให้ตีเสียแต้มเอง
หากมองในทางพุทธ
สิ่งแรกที่ควรมีก่อนคือ ศีล
ข้อห้ามในการทำให้ชีวิตตนเองตกต่ำลง จากการเบียดเบียนผู้อื่นและตนเอง
นั่นคือ ระวัง unforced error ในการสร้างวิบากที่ไม่ดี
ในละครหลังข่าว ก็มีเรื่องราวทำนองนี้บ่อย
ตัวร้ายเลือกทำในสิ่งที่ไม่ดีจนแพ้ภัยตัวเอง
หรือแม้กระทั่งในวงการธุรกิจหรือวงการการเมือง
เห็นข่าวได้บ่อยครั้งที่บุคคลที่มีพร้อมทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สิน กลับเลือกความโลภ และก็แพ้ภัยตัวเองเช่นกัน
ในการตีโต้กับชีวิต บางครั้งก็อาจไม่จำเป็นต้องพยายามกดดันชีวิตมากก็ได้
แค่พยายามประคองให้ไม่ตีออกหรือตีติดเน็ตเอง
เลือกทำในสิ่งที่ควรทำ ระวังในสิ่งที่ไม่ควรทำ
ยิ่งละในสิ่งที่ไม่ควรทำได้ ก็ยิ่งเสียแต้มน้อยลง
ยิ่งมีโอกาสชนะในชีวิตมากขึ้น
พอลองคิดดู ให้ความรู้สึกตรงกับคำว่า “พอ”
ไม่รู้ทำไม
คงเพราะสิ่งที่ไม่ควรทำ มาจากความรู้สึกไม่พอ
ไม่ได้เดือดร้อน แต่ก็ยังอยากได้อีก
จนทำให้เดือดร้อน
รู้จักพอ อาจจะทำให้ชีวิตผิดพลาดน้อยลง
และอาจจะทำให้ชนะตัวเองมากขึ้น
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 53
#siamstr
ผ่อนวันประกันพรุ่ง
ลองเปรียบเทียบ
การซื้อสินค้าแบบผ่อน คือ
การได้สินค้ามาใช้ ก่อนที่เราจะชำระเงินทั้งหมด
อาจมีดอกเบี้ย หรือไม่มีดอกเบี้ย ก็ตาม
ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาของระบบเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน
ยุคขับเคลื่อนด้วยหนี้
เป็นการได้ใช้ก่อนได้สร้าง
ในยุคที่ไม่นิยมการสร้างหนี้ จะต้องสร้างผลงาน สร้างผลผลิตก่อน และสะสมจนมากพอ
จึงจะมีอำนาจในการจ่าย แล้วจึงได้มาซึ่งสินค้าและบริการ
เป็นการสร้างก่อนจึงจะได้ใช้
พอมาลองเทียบกับงานที่อย่างไรก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่กลับไม่ลงมือทำ เมื่อถึงเวลาที่จัดสรรไว้หรือมีช่วงเวลาที่สามารถทำได้อยู่
ใช้เวลาไปกับการทำเรื่องอื่นๆ ที่ไม่มีสาระหรืออาจจะมีสาระมากกว่าก็ตาม
เราได้เอาเวลาของวันพรุ่งนี้ มาใช้ก่อนที่จะสร้าง
หากมองว่า การสะสางงานที่ตั้งใจไว้ คือ การสร้างเวลาสำหรับวันถัดไป
คล้ายกันกับการซื้อสินค้าแบบผ่อนหรือไม่
งานที่จำเป็นถูกสั่งสมคั่งค้าง ก่อตัวใหญ่ขึ้น ซับซ้อนมากขึ้น อยู่ภายในจิตใจ
ถูกดอกเบี้ยเล่นงานเสียแล้ว
ความไม่เป็นอิสระ ไม่สบายอกสบายใจ ขณะทำสิ่งอื่น
ความเฉยชาต่อภาระหน้าที่ที่ควรกระทำ
ความไม่มั่นใจต่อความสามารถในการทำสิ่งใดให้สำเร็จ
ยิ่งจ่ายช้า ไม่ยอมจ่าย ดอกเบี้ยในใจยิ่งสูงเป็นทวีคูณ
พฤติกรรมที่เห็นสุขระยะสั้นสำคัญกว่าสุขระยะยาว
“สุขชั่วคราว ทุกข์ชั่วโคตร” แอดทอย Datarockie
เป็นนิสัยส่วนตัวที่สั่งสมมาตั้งแต่เด็ก
ไม่ทำการบ้าน ห่วงแต่เล่นเกม ไปลอกการบ้านเพื่อนตอนเช้าแทน
รายงาน โครงงาน สั่งต้นเทอมส่งปลายเทอม ทำก่อนวันส่งคืนเดียว
สอบพรุ่งนี้ อ่านคืนนี้ หลับ
นิสัยแบบนี้หลอมรวมร่วมกับนิสัยอื่น เติบโตขึ้นเป็นตัวเรา
แต่กลับสอดคล้องกับพฤติกรรมของระบบเศรษฐกิจปัจจุบันตั้งแต่ระดับบุคคลไปถึงมหภาค
พฤติกรรมกินหวานก่อนอดเปรี้ยว
พฤติกรรมที่ใครไม่ทำ ก็อยู่ได้ยาก
การสร้างนิสัยสร้างก่อนค่อยใช้ จึงรู้สึกเหมือนทวนกระแส
ทั้งกระแสความรู้สึกภายในตัวเองที่สะสมมานานและกระแสสังคมที่หมักหมมมานานยิ่งกว่า
แต่หากทำได้ คงมีค่ามหาศาล เพราะเป็นสิ่งหาได้ยาก ทำได้ยาก
และถ้าโชคดี คงได้เจอกับกลุ่มเพื่อนร่วมทวนกระแส
ทวนกระแสนิสัยของเราเองและกระแสเศรษฐกิจที่กำลังผิดเพี้ยน
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 52
#siamstr
เล็ก ใหญ่ วัดที่ใจ
ใจที่สละได้ เสียหายแค่ไหนก็เป็นเรื่องเล็ก
ใจที่สละไม่ได้ แม้ไม่เสียอะไรเลย ก็เป็นเรื่องใหญ่
ระยะเวลาพาให้ใจเปลี่ยน เรื่องใหญ่บางเรื่องก็กลายเป็นเรื่องเล็ก
เรื่องตอนนี้มักใหญ่ที่สุด เพราะจริงๆ แล้ว มันก็ไม่มีเรื่องตอนอื่น
เรื่องที่ผ่านมา ใหญ่แค่ไหน
มันก็จะเล็กลงเรื่อยๆ เรื่อยๆ
จนไม่ได้สำคัญอีกต่อไป
เรื่องที่ยังไม่ถึง บางทีก็ใหญ่มาก
พอถึงเวลากลับเล็กนิดเดียว บางทีก็ใหญ่ขึ้นไปอีก
เรื่องของเราใหญ่กว่าของคนอื่นเสมอ
ยิ่งตอนหิว โมโห ยิ่งใหญ่ที่สุด
ยิ่งใหญ่ยิ่งบังตา ไม่เห็นคนอื่น ไม่เห็นกระทั่งความน่าเกลียดของตัวเอง
เรื่องคนอื่นเป็นเรื่องเล็ก
ไม่ใช่ของเรา ไม่เกี่ยวกับเรา
เรื่องไม่ดีมักจะใหญ่กว่าเรื่องดีๆ
เรื่องดีๆ ไม่ต้องทำอะไร เรื่องไม่ดีต้องจัดการ
ไม่ชอบเรื่องใหญ่ๆ วุ่นวาย ลำบาก ต้องจัดการ ต้องแก้ไข ต้องดูแล
แต่เลือกไม่ได้ ทุกเรื่องไม่ใช่เรื่องเล็ก ไม่ใช่สิ่งที่ยอมสละได้
เจอเรื่องใหญ่แปลว่า ใจเล็กกว่า ใจไม่พร้อม ใจต้องฝึก
เมื่อฝึก ใจใหญ่ขึ้น กว้างขวาง เรื่องก็ดูเล็กลง
เรื่องใหญ่ บอกให้รู้ว่า ใจยังเล็ก ใจยังแคบ
และใจยังเป็นของเรา
ใจของเรา ทุกเรื่องก็เป็นของเรา
ใจไม่ใช่ของเรา ทุกเรื่องก็ไม่ใช่ของเรา
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 51
#siamstr
อยู่ตรงนั้น เพื่อใครสักคน
อย่างน้อยก็ตัวเราเอง
เริ่มจากเป็นที่พึ่งให้ตัวเอง
ในวันที่ทุกข์ระทมที่สุด ได้เข้าใจตัวเราบ้างหรือไม่
หรือมัวแต่ปล่อยให้คนที่เรารักที่สุดนี้
จมอยู่กับความทรมานอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เค้าเป็นอะไร รู้สึกอย่างไร อยากจะจัดการความรู้สึกอย่างไร
ดึงสติกลับมา แล้วถามตัวเองอย่างเพื่อนที่ดีคนนึง
อยู่ตรงนั้น เพื่อคนที่เรารัก
เป็นอะไรรึเปล่า อยากเล่าให้ฟังมั้ย รู้สึกอย่างไร
บางครั้งอาจไม่มีเสียงตอบ หรือก็ไม่ได้เข้าใจอะไรเลย
แต่อย่างน้อย อยู่ตรงนี้นะ อยู่ด้วยกัน
แม้กระทั่ง
อยู่ตรงนั้น เพื่อความฝัน
บางทีก็ไม่รู้หรอกว่า จะอยู่ตรงไหนกันแน่
เพราะฝันนั้นเปลี่ยนเสมอ
และฝันที่เป็นฝัน มันมักจะมั่วซั่ว สะเปะสะปะ
ต่างจากฝันที่ตั้งใจเลือกออกมาสักอัน
แต่เพราะฝันกับจริงนั้นต่างกัน
ความจริงนั้นใช้เวลา
ความจริงจึงต้องอยู่แค่ที่เดียว อย่างน้อยก็ชั่วเวลาหนึ่ง
เพื่อให้ฝันเป็นจริง เพื่อให้ฝันของเรารู้ว่า อยู่ตรงนี้นะ
จะไปไหนมาไหนก็ได้ แต่ต้องกลับมาตรงนี้นะ
ถึงจะเจอกับความจริง
แม้กระทั่ง
อยู่ตรงนั้น เพื่อตัวเราและทุกคน
เพราะโลกต้องการที่พึ่ง ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
เลือกที่ยืนของเราบนโลก ที่ที่อยู่ได้ตลอดชีวิต หรือก็ส่วนใหญ่
ถ้าอยู่ได้นานพอ สม่ำเสมอ ผู้คนก็จะมาหา ทั้งแนะนำและขอคำแนะนำ
อยู่อย่างมีความสุข อยู่อย่างเป็นอิสระ
แต่ต้องกลับมาอยู่ตรงนั้น
ที่ที่ทุกคนมั่นใจว่า จะเจอกับเราอย่างแน่นอน
เพราะมีแค่เราเท่านั้น ที่อยู่ตรงนี้ได้
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 50
#siamstr
วันนี้ทำให้เมื่อวานผิดหวัง
กี่ครั้งที่วางแผนจะทำอะไรแล้วไม่ได้ตามที่ตั้งใจ
ความรู้สึกผิดต่อตนเอง
ควรให้อภัยหรือเฆี่ยนตี หรือคุยอย่างผู้มีอารยะ
อาจเป็นสาเหตุให้ไม่อยากจัดการเวลา
เพราะกลัวความล้มเหลว ไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง
ความมั่นใจในตัวเองลดลง
การเลือกกระทำบ่งบอกว่า
เคารพตัวเองมากแค่ไหน
แต่เมื่อวาน ไม่มีทางรู้เลยว่า วันนี้รู้สึกอย่างไร
ไม่ควรให้เมื่อวานเป็นผู้ตัดสินฝ่ายเดียว
สถานการณ์ของวันนี้นั้นอาจต่างจากที่คาด
กระนั้นก็รู้แก่ใจว่า เงื่อนไขบีบบังคับหรือเป็นเพียงความอยากไม่อยาก
แม้เป็นแค่ความไม่อยาก จะยังต้องรู้สึกผิดอยู่หรือไม่
ผลกระทบยิ่งใหญ่เพียงใด
อย่างไรก็ผิดต่อคำสัญญา
ผิดบ่อยก็รู้สึกล้มเหลวอยู่ภายใน
ไร้ซึ่งแก่นแกน
สิ่งนี้กระทบต่อความเป็นสุข
ความไม่พึงพอใจต่อตัวเอง
ทั้งๆ ที่เลือกไม่ลงมือทำ เพราะไม่อยาก ซึ่งน่าจะทำให้พึงพอใจ
แต่ก็ทำให้ไม่พึงพอใจที่ผิดต่อตัวเองในเวลาเดียวกัน
น่าตลก
ตามใจก็กลับทุกข์ ไม่ตามใจก็ไม่พอใจ
หรือการเลือกของเรานั้นตื้นเขินเกินไป
หากรู้อยู่แล้วว่า ไม่ทางใดก็ย่อมเจอความลำบากใจ
สู้เลือกทางที่มีคุณค่าสูงกว่าทางที่ตามใจจะดีกว่าหรือไม่
ปัญหาอาจอยู่ที่วันใด “ใจใหญ่”
ยากจะต่อต้าน แล้วยังไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่เคยเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
วันนั้นคงต้องให้อภัยตัวเองอีกครั้งและอีกครั้ง
อย่าเพิ่งโบยตี
เพราะวันที่ใจใหญ่ อาจกำลังต้องการบอกอะไรบางอย่างกับเรา
ลองคุยกับเค้าดูก่อน ก็อาจจะดี
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 49
#siamstr
ความไม่เป็นเรา ก็หล่อหลอมให้เป็นเรา
ทั้งขับเน้นให้ความเป็นเรานั้นเด่นชัด
และกระทบให้เรานั้นปรับเปลี่ยน
การหลีกหนีและเลือกว่า สิ่งไหนใช่หรือไม่ใช่เรา
เป็นแค่ตัวเราเท่าที่เราเข้าใจในปัจจุบัน
ไม่ใช่เรา คือ ไม่ถนัด ไม่คุ้นเคย เสร่อ เปิ่น โง่
อึดอัด หวาดกลัว น่าขัน กระจอก หนาวเย็น ยุ่งยาก
แต่กลับเป็นสิ่งใหม่
เข้าใจตัวเองในด้านตรงข้าม
อาจจะล้มเหลว หรือแม้กระทั่งสำเร็จในแบบที่คาดไม่ถึง
ผู้คนที่ไม่คุ้นเคย สิ่งที่กังวลในใจ กลัวสิ่งที่คนอื่นมองกับเรา
สิ่งนั้นสะท้อนตัวตนในใจของเราอีกด้าน
ด้านที่ไม่มีทางมองเห็นหากอยู่แต่ในที่อุ่นใจ
สิ่งที่แลกมา คือ โลกที่กว้างขึ้น ลึกขึ้น สนุกขึ้น
การเติบโตทางความคิดและพฤติกรรม
การอยู่ร่วมกับสังคมที่ต่างกัน
วิธีคิดของคนที่แตกต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง
ดีกว่านั้นยังสามารถนำมาใช้กับตัวเราได้อย่างประหลาด
ทั้งๆ ที่เคยบอกว่า ไม่ใช่เรา
การค้นหาตัวตน อาจจะไม่ได้หมายถึง ตอนนี้เราไม่มีตัวตน
เพราะจริงๆ แล้ว เราตอบได้แน่นอนว่า ชอบอะไรมากกว่าอะไร และไม่ชอบอะไรมากกว่าไม่ชอบอะไร
แต่อาจหมายถึง เราอยู่ตรงไหน เรามีคุณค่าอะไร
กับตัวเรา และต่อสังคม
หลายครั้งที่มองไม่เห็นตัวเราเอง
เพราะกระจกมันสะท้อนแต่คุณค่าที่เราสร้าง
แต่พอตัวเรามัวแต่เสพสิ่งที่คิดว่าเป็นเรา แต่ไม่ได้สร้างสิ่งที่เป็นเราออกมา
ตัวตนของเราไม่ได้ถูกแสดง
เลยไม่มีเงาของเราในกระจกคุณค่า
หรือแม้กระทั่งการดูแคลนคุณค่าตนเองด้วยการบอกว่า
สิ่งที่ฉันทำ มันธรรมดามาก ใครก็ทำได้
หารู้ไม่ว่า สิ่งที่เราทำนั้น ในช่วงเวลานั้น ในสภาวการณ์หนึ่งๆ มีแค่เราเท่านั้น ที่ทำได้
คนอื่นอาจทำแทนได้ แต่ไม่เหมือนเรา
ไม่ว่าเรื่องนั้นจะง่ายดายสักแค่ไหน
แต่เค้าทำนั้น อย่างไรก็ไม่มีทางเหมือนเราทำ
เค้าทำ ได้สร้างคุณค่าของเค้า
เราทำ ได้สร้างคุณค่าของเรา
แม้กระทั่งในผลงานที่ไม่ต่างกัน
อย่างไรแล้ว คุณค่าที่เกิดขึ้นย่อมต่าง
ประสบการณ์ การรับรู้ของตนเองและสังคม
สิ่งที่ไม่เหมือนนั้น ล้ำค่า เฉพาะตน ไม่สามารถเลียนแบบได้
ประวัติ วิถีชีวิต วิธีคิด เงื่อนไขชีวิต
เราสวยงามในแบบของเรา
ซื่อสัตย์กับความเป็นเรา
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 48
#siamstr
ชอบกลับไปหาความเอื่อยเฉื่อย
มันไม่ต้องใช้แรง ไม่ต้องมีวินัย
อยู่เฉยๆ เสพนู่นเสพนี่ไปเรื่อยๆ
สิ่งที่ตอกย้ำให้รู้สึกผิด คือ ความขัดแย้งกับตัวตนที่อยากจะเป็น
คุณค่าที่อยากจะสร้างขึ้นในตัวเองและสังคม
เวลาที่คุณค่าต่ำ อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
ประสบการณ์มือหนึ่งต้องใช้การลงทุนลงแรง
ต้องใช้พลังงาน ใช้เวลา
ขออีกนิด ฝืนสักหน่อย ฝืนกำลังดี ไม่ถึงกับเครียด
ทำเพื่อเป็นตัวเราที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน หรือเมื่อกี้
"ถ้าเจ้าทำแต่สิ่งที่ทำได้ เจ้าจะไม่มีวันดีขึ้นกว่าตอนนี้"
Kung Fu Panda 3
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 47
#siamstr
ยิ่งแก่ยิ่งยอมจำนน
ยอมจำนนต่อกฎของธรรมชาติ
ไม่ใช่เพราะอ่อนแรง แต่เพราะเข้าใจความเป็นไป
เข้าใจมากขึ้นว่า อย่างไรฝืน อย่างไรใช่จังหวะ
ธรรมชาติที่มันต้องเป็นอย่างนั้น
ไม่ใช่ว่าเราเปลี่ยนอะไรไม่ได้
แต่เพราะรู้ว่า ควรเปลี่ยนอะไร
จึงเข้าใจว่า มันเป็นเช่นนั้น
และเข้าใจว่า เรานั้นเล็ก ธรรมชาตินั้นใหญ่
สิ่งต่างๆ ค่อยๆ เป็นไป เปลี่ยนแปลง
ด้วยตัวเราและอื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน
ไม่มีทางได้ดั่งใจไปตลอด
ไม่มีที่ผิดหวังไปตลอด
มีแต่วนเวียนกลับไปมา
เราเติบโตขึ้น จากการเรียนรู้
เรียนรู้กฎของธรรมชาติ
ผ่านการฝืนและทำตาม
โดยที่ไม่รู้ที่มาที่ไป จากความไม่รู้อะไรเลย
อยากได้อย่างนั้น อยากเปลี่ยนสิ่งนี้
ดีใจเสียใจซ้ำไปซ้ำมา
อย่างไม่รู้อิ่มไม่รู้พอ
และด้วยกฎธรรมชาตินั้นเอง
เราจึงยังวนเวียนอยู่เช่นนี้
ยอมรับและอยู่กับมัน
เพราะเราก็เป็นธรรมชาตินั้นเอง