Default avatar
Kei
npub19yxx...nyjx
Kei 1 year ago
#freewriting day 22 #เขียนขีดอิสระ #siamstr ความอดทนกับการอ่านหนังสือ ไม่ได้ชอบอ่านหนังสือ แต่อ่านเพราะชอบสังคมของหนอนหนังสือ สังคมแบ่งปันความรู้ ทำให้อยากรู้จักหนังสือที่เค้ากล่าวบ้าง ลืมไปนานแล้วว่า หนังสือให้ความรู้สึกลึกซึ้งซับซ้อนที่สื่ออื่นให้ไม่ได้ การใช้ถ้อยคำและจินตนาการที่วิจิตรพิสดารและมีช่องว่างให้แต่งเติมภาพแบบของเรา หรือแม้กระทั่งการใช้คำที่เรียบง่าย แต่เฉียบคม มีพลัง เก็บคำบางคำไปคิดได้เป็นวันๆ หนังสือเล่มหนึ่ง เราใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง กว่าจะอ่านจบ เป็นคนอ่านช้าและรู้สึกต้องอดทนจึงจะอ่านจบ ต่างกับบางคนที่ชอบอ่านหนังสือ อ่านเพราะเพลิดเพลินที่จะอ่าน ไม่ได้อยากรีบอ่านให้จบ เวลาได้ยินแบบนี้ทำให้เรียนรู้ที่จะเอาอย่าง อ่านเพื่ออ่าน หนังสือเชื่อมความคิด เหมือนพูดคุยกับผู้เขียน เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ เป็นคนชอบถามและฟัง ประโยคนี้ทำให้อยากอ่านหนังสือมากขึ้น เป็นโอกาสในการคุยกับคนที่เราไม่สามารถพบเจอได้ เวลาได้ฟังสัมภาษณ์นักเขียน พอไปอ่านก็อ่านง่ายขึ้น เพราะเข้าใจสำนวนและจังหวะในการพูด รวมถึงแก่นความคิด อ่านหนังสือบ่อยขึ้น ไม่แน่ใจว่าฉลาดขึ้น แต่แน่ใจว่า อดทนขึ้น และคลังคำเยอะขึ้น ให้เวลากับหนังสือมากขึ้น เป็นสื่อที่ต้องการเวลา รู้สึกเหมือนการทำความรู้จักใครสักคน บางเล่มก็ไม่ได้น่าสนใจ แต่ปกและสไตล์ไม่ได้บอกทั้งหมด บางครั้งการอ่านจนจบก็ให้รางวัลที่ควรค่า แต่กับคน เมื่อได้เริ่มฟังเรื่องราว เรากลับรู้สึกน่าสนใจเสมอ อยากอ่านหนังสือเยอะขึ้น อยากมีเวลาอ่านมากขึ้น
Kei 1 year ago
#freewriting day 21 #เขียนขีดอิสระ วันที่ 21 #siamstr เรามักเผลอคิดว่า ความคิดเป็นเราคิด ทั้งๆ ที่คาดเดาไม่ได้ด้วยซ้ำว่า ความคิดอะไรจะโผล่มาเป็นลำดับต่อไป แถมแต่ละความคิด ไม่ได้ถูกใจเรา หรือก่อนจะสื่อสารอะไรออกไป ก็ต้องเลือกก่อน ป้องกันการสื่อความหมายผิด หรืออีกฝ่ายจะเข้าใจผิด จะคุยกับตัวเองก็ยังต้องกรองอีกว่า สิ่งที่คิดใช่สิ่งที่เราเชื่อ หรือเราจะบอกตัวเองแบบนั้นจริงรึเปล่า มองดูความคิดเป็นเรื่องสนุก แต่ยากที่จะแยกออกมาเป็นคนมอง เผลอเข้าไปเพลินคิดตามไปเรื่อยเป็นประจำ เวลาเขียนหรือพิมพ์ช่วยให้แผ่กระจายความคิดออกมาได้ดี คล้ายกับเวลาพูดคุยกับคนอื่น อยู่ๆ เรื่องที่เขียนหรือคุยก็ได้ตกตะกอน หรือปิ๊งขึ้นมา ทุกครั้งที่ได้แผ่ความคิดออก ได้เห็นภาพรวมและได้ทบทวน ทำให้ได้ปัญญาใหม่ การไม่คิด ก็ทำให้ได้พัก ไม่คิดแล้วสบาย ไม่คิดแล้วได้ฟังใจ ใจไม่ได้พูดอะไร แต่ความนิ่งนั้น เห็นความคิดในเวลาถัดมา ว่าใช่สิ่งที่เราต้องการหรือไม่ ฟังใจแล้วทำให้ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ตอบไม่ได้ว่า แล้วคิดไหนใช่ไม่ใช่ แต่ฟังใจบ่อยๆ แล้วรู้ง่ายขึ้น กรองได้ดีขึ้น ว่าสิ่งที่คิด ใช่สิ่งที่เราต้องการจะบอกกับคนอื่นและกับตัวเองหรือไม่ ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง เป็นเรื่องสำคัญ ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่อยากจะบอกคนรุ่นถัดไปได้ คงจะเป็นความซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ปัญหาที่ผ่านมาบอกเราว่า การเข้าใจตัวเองผิด เป็นเรื่องที่ไม่มีใครแก้ให้ได้ เข้าใจตัวเองให้มาก ฟังตัวเองให้ดี สิ่งที่แสดงออกต่อคนภายนอก ก็จะตรงกับสิ่งที่เราเป็นสิ่งที่ใจเราต้องการ ตัวเราจะชัด และผู้คนก็ตอบสนองได้ตรงกับสภาพที่เราเป็น การดำเนินชีวิตก็จะเรียบง่ายมากขึ้น ซับซ้อนน้อยลง สับสนน้อยลง
Kei 1 year ago
#freewriting day 20 #เขียนขีดอิสระ วันที่ 20 #siamstr ในการแข่งขัน ปรามาส เท่ากับ ประมาท เมื่อใดที่มองว่าคู่แข่งด้อยกว่า ความตั้งใจลดลง ความมุ่งมั่นลดลง แล้วความจริงก็มากระแทกเข้าตรงหน้า เมื่อพ่ายแพ้ เมื่อนั้นสติถึงกลับมา ย้ำเตือนความโง่ของตัวตน ความหลงผิด มักจะเผลอเปรียบเทียบเสมอ อาจจะเป็นนิสัย นิสัยที่ชอบใช้ผู้คนเป็นมาตรวัด ตัวเองอยู่ในจุดไหนของสังคม กลางๆ ก็โอเค สูงกว่าก็ยิ่งดี ไม่มีใครชอบความด้อยกว่า แต่ลืมไป ลืมว่า เป็นแค่จุดของเวลา จุดที่วันนี้ใครเก่งกว่า ใครดีกว่ากัน เกิดขึ้นเมื่อได้วัด เหมือนแมวชโรดิงเยอร์ เวลาที่ไม่มีการวัด ไม่ได้มีใครดีกว่าใคร ไม่เคยเดินตามถนนแล้วเปรียบเทียบได้ว่า ใครดีกว่าใคร และเราก็ไม่ใส่ใจในการหามาตรวัดตัวเอง เลยไม่รู้ว่า ตัวเองดีกว่าตัวเองรึยัง การแข่งขันวัดทักษะ ไม่ได้วัดตัวตน ไม่ใช่ตัวเราที่เก่งขึ้น แต่เป็นทักษะที่เพิ่มขึ้นจากการฝึกฝน ใครที่สั่งสมทักษะมาน้อยกว่าก็เป็นผู้แพ้
Kei 1 year ago
#freewriting day 19 #เขียนขีดอิสระ วันที่ 19 #siamstr วันที่สำเร็จ ได้งานเยอะที่สุดในรอบสองอาทิตย์ รู้สึกถึงวันที่ผ่านไปอย่างมีคุณค่า เป็นงานที่ไม่ยาก ไม่ต้องคิดอะไรซับซ้อน ทำได้เรื่อยๆ เป็นงานที่น่าเบื่อ แต่สามารถทำควบคู่กับการรองานอื่นได้ เรามักจะหางานอื่นมาทำ ในช่วงเวลาที่มีงานหลักอยู่ เช่น ถ้าเป็นช่วงเรียนก็จะชอบไปเล่นหมากล้อม ซ้อมกีฬา ขณะที่วันหยุด ไม่ได้อยากจะทำ ช่วงใกล้สอบ หนังจะน่าดูเป็นพิเศษ หนังสืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หนังสือสอบจะอ่านสนุกไปหมด อยากหาความรู้ทุกเรื่อง ที่ไม่ใช่เรื่องที่จะสอบ ขณะที่วันหยุด ไม่ได้อยากจะทำ เลี่ยงหน้าที่หลัก แล้วหาสิ่งทดแทน เพื่อบอกตัวเองว่า ไม่ไร้สาระ หรือเป็นกลไกป้องกันตัวเองจากการละเลยหน้าที่ หรือเป็นการเตรียมตัวก่อนเผชิญ เหมือนการอาบน้ำเย็นที่แขนขาก่อน เรากลัวการทำตามหน้าที่ขนาดนั้นเลยเหรอ Just do it ดูจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด แต่ไม่ได้คลายความสงสัย หรือเป็นการต่อต้าน ไม่ยอมจำนนต่ออะไรบางอย่าง หรือเราจะกลัวตาย ถ้าลองคิดตามสมมติฐานที่สมองยังอยู่ในยุคดึกดำบรรพ์ การออกไปล่าสัตว์ ซึ่งเป็นหน้าที่ เป็นเรื่องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายได้ แต่สมองยังไม่รู้ว่า งานสมัยนี้ไม่ได้ถึงกับตาย ส่วนการทำอย่างอื่น ก็อาจจะเป็นการเลือกแสดงประโยชน์ตนเองในสังคม ไปหาผลไม้ เตรียมที่อยู่ เลี้ยงเด็ก หรือสิ่งนี้จะเป็นเคล็ดลับของคนที่ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะเค้าวางหน้าที่ของตนเองเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า การทำอะไรก็ดูจะเป็นเรื่องเล็กและสมองก็อยากทำได้หมด อู้ คำนี้แหละ แค่คนที่ยิ่งใหญ่เค้าอู้ด้วยเรื่องใหญ่ๆ เป็นกลยุทธ์ที่น่าไปลอง
Kei 1 year ago
#freewriting day 18 #เขียนขีดอิสระ วันที่ 18 #siamstr ต่างฝ่ายต่างเลือก ประสบการณ์สั่งสอนให้เรารอจังหวะที่เหมาะสม ยิ่งเวลาเหลือน้อยยิ่งต้องเลือก ไพ่ที่เราเปิดออกไปก่อนอาจทำให้เราเสียใจภายหลัง การทักทายเริ่มต้นถือเป็นการเปิดไพ่หรือยัง การพบปะ งานสังสรรค์ ชุมนุม การทักทายเป็นเรื่องปกติ แต่การพูดแสดงที่เหลือคือศิลปะจากประสบการณ์ ยิ่งแก่ตัวจะยิ่งรอจังหวะ ไม่ใช่เพราะเป็นผู้ใหญ่ แต่เวลาจะเป็นตัวเผยข้อมูลที่จำเป็น บรรยากาศ อารมณ์ตัวเรา อารมณ์รอบข้าง ไม่ได้ตั้งใจคิดมาก แต่ประสบการณ์บอกว่า ไม่ต้องรีบ เราอาจพบปะกันแค่ครั้งเดียว ชอบประโยคนี้มาก และหลายครั้งก็ลืม ซึ่งทั้งจริงและไม่จริง ไม่กลัวเลย แต่เสียดายโอกาส หากเป็นคนที่สำคัญ ผู้คนมีเสน่ห์ โดยเฉพาะเวลาที่เห็นเค้ากำลังแสดงผลงาน ยิ่งรับรู้เรื่องราวด้วย ยิ่งชื่นชม ธรรมดาแค่ไหน ก็น่าสนใจได้ไม่ยาก ทุกคนต่างมีกล่อง "เหมือนกัน" เพื่อให้เข้ากันเป็นภาพรวมๆ แต่จะยอมเปิดให้เห็นส่วนเว้ายื่นของจิ๊กซอว์ตัวเอง เมื่อมีโอกาสที่ดี โอกาสที่ได้ปลดปล่อยความพยายามที่สั่งสมมา โอกาสที่ได้เจอคนเผ่าเดียวกัน เมื่อเจอมุมที่ตรงกัน ก็เริ่มสนุก ยิ้มแย้ม เข้าใจ ชื่นชม ส่องประกายของการสนทนา ชอบให้เวลากับการทำความรู้จัก เวลาที่ความสัมพันธ์สุกงอม เมื่อก่อนไม่ได้คิดแบบนี้ แต่บทเรียนของการรีบเกินไปบอกว่า ไม่จำเป็น รีบ ทำให้แสดงออกผิดปกติ ผิดปกติทำให้เพี้ยนจากที่เป็น ไตร่ตรองให้เหมาะสม แล้วแสดงออกอย่างจริงใจ ไม่ใช่เพราะได้ผลดีที่สุด แต่สบายใจที่สุด สิ่งที่กลัวที่สุดอาจไม่ใช่รู้สึกแปลกแยก แต่กลัวกลับมาถามตัวเองกลับไปกลัมาอีกหลายวัน ว่า "ทำไมทำแบบนั้น"
Kei 1 year ago
#freewriting day 17 #เขียนขีดอิสระ วันที่ 17 #siamstr วันที่ธรรมดา หากลองมองไปในรายละเอียดมักจะมีสิ่งที่ไม่ธรรมดาซ่อนอยู่ การตัดสินใจอย่างทันทีทันใด แล้วไม่มีอะไรผิดพลาด สมหวัง ได้ลองสิ่งใหม่ ทำอะไรใหม่ๆ เดินทางไปที่ใหม่ๆ ได้ลองทำสิ่งเดิมๆ ในช่วงเวลาใหม่ๆ สิ่งสำคัญคือ ได้อยู่ร่วมกับคนที่เรารัก ทำให้สิ่งธรรมดาต่างๆ เป็นสิ่งที่พิเศษ มีความสุข ตลก อิ่มหนำสำราญ ร่าเริง ทำกิจกรรมร่วมกัน เดินทางด้วยกัน เล่าเรื่องซึ่งกันและกัน ความรักไม่ได้ทำให้คนตาบอด แต่ความรักทำให้ความธรรมดาของคนสองคนเป็นสิ่งพิเศษ คุณค่าของการอยู่ร่วมกัน มันธรรมดา แต่กลับมีค่ามหาศาลอย่างประหลาด หรือเราก็ต้องการเพียงเท่านี้แหละ วันที่บอกซึ่งกันและกันว่า "ทำไมผ่านไปเร็วจัง" วันแบบนี้เองที่เยียวยา ความวุ่นวาย ความอ่อนล้า ความขุ่นเคือง เศร้าหมอง ได้เป็นอย่างดี บางครั้งวันธรรมดาไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ หลายครั้งมีอุปสรรค มีปัญหาให้วันธรรมดากลายเป็นวันที่เครียด อึดอัด ไม่สบายใจ ผิดหวัง ต้องร่วมกันปลอบโยนให้ผ่านวันที่ลำบากเหล่านั้นไปให้ได้ วันธรรมดาคือวันที่โชคดี โชคดีกว่าหลายๆ วัน โชคดีที่ไม่มีอุปสรรค โชคดีที่ผ่านมาได้ โชคดีที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ โชคดีที่ไม่ได้พิเศษอะไร โชคดีที่ได้อยู่ร่วมกัน
Kei 1 year ago
gm กั๊บ image
Kei 1 year ago
#freewriting day 16 #เขียนขีดอิสระ วันที่ 16 #siamstr อารมณ์อ่อนไหว สิ่งที่เกิดขึ้นกับทุกคนในยามที่ไม่มั่นคง บางคนแสดงออกอย่างแข็งกร้าว บางคนแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ระบบป้องกันตัวเองแต่ละคนไม่เหมือนกัน แล้วแต่การเติบโตที่ผ่านมา ความอ่อนไหวทำให้เราเข้าใจคนอื่นมากขึ้น มีความเป็นมนุษย์มากขึ้น หลายครั้งที่เราลืมไป คิดเอาเองว่า ทุกคนก็เหมือนกับเรา เปล่า ทุกคนอ่อนไหวคนละเรื่อง นึกถึงสมัยรุ่นพ่อแม่ปู่ย่าที่ยังไม่มีความรู้ทางจิตวิทยากันมากนัก ต้องหาเลี้ยงชีพและเลี้ยงลูกไปด้วย ไม่มีเวลาอธิบายหรือเยียวยาซึ่งกันและกัน ต้องรีบเขี่ยอารมณ์ออกไปให้เร็วที่สุด พร้อมรับกับปัญหาใหม่และความวุ่นวายที่ประดังเข้ามา การแสดงออกจึงเป็นไปอย่างแข็งกร้าว ทั้งกับคนรัก ลูก ครอบครัว หรือคนรู้จัก ความสามารถในการสื่อสารทางอารมณ์จึงไม่ได้รับการดูแล เราจะเห็นผู้ใหญ่หลายคน อธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ถูก หรืออธิบายบางเหตุการณ์ไม่ได้ แม้กระทั่งเป็นเรื่องง่ายๆ หรือ คำง่ายๆ สำหรับเรา เป็นหนึ่งในสิ่งที่เราคิดว่า ควรมีโรงเรียนผู้ใหญ่ ทุกครั้งที่เห็นปัญหาทางอารมณ์หรือทางจิตใจของคนอื่น ต้องไม่ลืมว่า ยามที่เราอ่อนไหว เราเคยรู้สึกอย่างไร ตอนนั้นเราไม่แน่ใจว่า คนอื่นจะคิดเหมือนเรามั้ย ไม่รู้ว่าตัวเราเองจะแก้ปัญหาอย่างไร มีแต่ความแตกหักทางความรู้สึก บางครั้งก็กลัว บางครั้งก็สับสน บางครั้งโกรธ ให้เวลากับอีกฝ่ายให้มาก คนที่อบอุ่นเป็นคนที่ไวต่อเรื่องแบบนี้ ละเอียดในการสังเกต ผู้ใหญ่ที่นับถือ รุ่นพี่ที่เคารพ เพียงแค่ทำอะไรต่างออกไปในวันนึง ก็ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบเป็นอย่างดี แต่บางครั้งก็เป็น false signal นะ แต่ของแบบนี้ บางทีก็ต้องใช้เวลา เพราะอาจจุกจิกเกินกว่าที่จะอธิบายให้ฟังทุกครั้ง การมีคนที่รู้ใจหรือคนที่พร้อมจะรับฟัง ช่วยได้มากๆ ในบางเวลาที่ต้องพึ่งตัวเอง ก็จะออกกำลังกาย เขียนออกมา ทำสมาธิ วิปัสสนา ก็ช่วยได้ในบางครั้ง แต่บางครั้งก็แค่ต้องเปลี่ยนสิ่งที่กำลังทำหรือสนใจอยู่ เปลี่ยนสถานที่ ไปเจอผู้คน ความอ่อนไหวทำให้เราสื่อสารและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น อ่อ จริงๆ แล้ว อาจจะหมายถึงความอ่อนโยนมากกว่า คล้ายกัน แต่ต่างกัน คนที่อ่อนโยน ไม่จำเป็นต้องอ่อนไหวเสมอไป
Kei 1 year ago
#freewriting day 15 #เขียนขีดอิสระ วันที่ 15 #siamstr อะไรดีลองทำเลย ทำทันทีดีกว่าเสียดายทีหลัง เท่าที่ลองทำดูก็ได้ผลที่ดีเป็นส่วนใหญ่ ทำให้วันเดิมๆ ต่างออกไป ทำให้ได้ลองเล่นอาวุธใหม่ เครื่องมือสู้ชีวิตแบบใหม่ ชอบความรู้สึกที่ได้ลองสิ่งใหม่ แต่เมื่อทำถึงจุดหนึ่ง สิ่งใหม่นั้นก็ต้องการเวลาที่มากขึ้น ต้องปรับแต่งเวลาที่มีต่อสิ่งเดิมให้น้อยลง แล้วก็เริ่มใส่ใจต่อสิ่งเดิมน้อยลง จะทำสิ่งเดิมและสิ่งใหม่ให้ไปอีกขั้น ก็ต้องใช้เวลามากขึ้นทั้งสองฝั่ง แต่ก็ยังเลือกที่จะทำตามอารมณ์ความรู้สึกแต่ละวัน โดยไม่มีการวางแผนที่ชัดเจน ยังไม่เชื่อในการวางแผน การจัดตารางเวลา การจัดสรรทรัพยากรที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ในชีวิต การจัดสรรชีวิต ไม่ชอบการจัดสรรชีวิตตัวเอง แต่กลับทำตามนัดเมื่อมีคนอื่นต้องการเวลาจากเรา เมื่อกระทบภาพที่กว้างขึ้น เราให้ความสำคัญ นัดกับตัวเราในอนาคต หลายครั้งกลับไม่ใส่ใจ เราไม่ค่อยใส่ใจกับการนัดเจอตัวเราที่อยากจะเป็นในอนาคต เราเลยไม่ได้เจอจริงๆ หาคนทำสิ่งใหม่ร่วมกัน เลยได้เจอเพื่อนร่วมทำและเจอตัวเราที่อยากเป็นไปด้วย คนข้างๆ ก็ดีใจที่ได้เป็นคนใหม่เช่นกัน พัฒนาไปด้วยกัน ไม่เหงา น่าชื่นชมคนที่สร้างตัวเองขึ้นด้วยตัวคนเดียว เค้าตรงต่อเวลากับอนาคตของเค้า โดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งอื่น ทำอย่างไร กระตุ้นความอยากด้วยตนเองเมื่อถึงเวลาที่ตั้งใจไว้ ทบทวนภาพในอดีตที่ไม่อยากเป็นแล้ว และภาพในอนาคตที่อยากจะได้มา visual board น่าจะช่วยได้ ทำให้อายตัวเองด้วย ถ้าไม่ได้ทำ พยายามเข้าใจตัวตนของเราในอนาคตให้ดี วลีนี้ได้อ่านจากสรุปของอาจารย์นภดล จากหนังสือ อนาคตที่ดี คุณกำหนดได้ หมายถึงสำรวจตัวตนที่เราตั้งใจจะเป็นทั้งภายในและภายนอก เป็นแนวคิดที่น่าสนใจมากๆ เวลาเห็นภาพบุคคลตัวอย่างที่เราชื่นชม ส่วนใหญ่เป็นแค่ผิว ชอบลงลึกไปตามดูการสัมภาษณ์ ศึกษาความคิด ประวัติ สิ่งแวดล้อม ทำให้เข้าใจผู้วิเศษมากขึ้น เห็นเส้นทางที่จะเดิน แต่ไม่สามารถรู้ภายในจิตใจ ทำได้ใกล้เคียงที่สุดเพียงสำรวจจิตใจตัวเองตอนที่เดินตาม
Kei 1 year ago
#freewriting day 14 เขียนขีดอิสระ วันที่ 14 #siamstr ความไม่สอดคล้องกันของตัวเราในปัจจุบัน อนาคต และอดีต ปัญหาอาจเกิดจากจุดนี้ ข้อจำกัดความเป็นมนุษย์อาจทำให้เรามองไม่ออกว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร แม้จะพอมองเห็นบ้างว่า จากอดีตมาเป็นเราในปัจจุบันได้อย่างไร จะมีสักกี่คนที่สามารถไตร่ตรองและบอกได้ว่า ตอนนี้เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร มีผู้คนไม่น้อยที่บอกว่าเค้าโชคดี อาจไม่ใช่แค่การถ่อมตัว แต่เค้าหมายความเช่นนั้นจริงๆ แม้ว่าสิ่งที่ควบคุมได้คือทำตัวให้พร้อมตลอด และเปิดเผยตัวตนเพื่อสร้างโอกาส แต่ถ้าทอยเต๋าได้ไม่ถูกเลขก็ยังเดินไปไม่ตรงช่องที่ต้องการอยู่ดี อดีตสร้างบทเรียนให้ได้ปรับปรุงตัวเอง บางอย่างเราก็ฉลาดพอจะแก้ แต่บางอย่างก็ไม่ จนเป็นนิสัย ถ้าย้อนอดีตได้ สิ่งที่ต้องกลับไปแก้ อาจไม่ใช่เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง แต่เป็นนิสัยที่ต้องอาศัยการทำซ้ำๆ สิ่งแวดล้อมก็ช่วยปรับปรุงนิสัยได้ ก็อาจกล่าวได้เช่นกันว่า มาถึงจุดนี้เพราะสิ่งแวดล้อม การให้เกียรติและขอบคุณ คนอื่น คนรอบข้าง องค์กร สถาบัน สภาวะอากาศ สภาพพื้นที่อยู่อาศัย จึงไม่ใช่แค่การวางอัตตา แต่เป็นการซาบซึ้งและชื่นชมอย่างแท้จริง หรือกุญแจสำคัญที่จะพาเราไปอนาคตที่คาดหวังได้ จะเป็นสิ่งแวดล้อม สิ่งที่ได้รับทำให้ตัวเราแปรเปลี่ยนเสมอไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็กก็ตาม แม้กระทั่งวิธีที่เราสื่อสารออกมา ขณะเดียวกันสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่เปลี่ยนยากมาก ยิ่งมีความเคยชิน ยิ่งไม่อยากเปลี่ยน แถมนิสัยแบบเดิมก็ยังมักจะพาไปในสภาพแวดล้อมแบบเดิม วนเวียนเสริมกันและกัน นิสัยเดิม สภาพแวดล้อมเดิม เป็นโครงสร้างที่แข็งแรง ใช้พลังงานน้อย แทบไม่ต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ หลอกตัวเองทีละนิดสร้างสิ่งใหม่ในสภาพแวดล้อมเดิม ก็พอจะเป็นไปได้ ไม่เกิดความเครียดต่อชีวิตมากเกินไปนัก ทำไมต้องกลัวความเครียด และทำไมเปลี่ยนแปลงมากเกินไปถึงทำให้เครียด ความมั่นใจลดลง ความแน่นอนลดลง ความประเมินไม่ได้ การใช้พลังงานเพิ่มขึ้นแบบประมาณไม่ถูก ความไม่เคย ความวุ่นวาย ความยืดหยุ่นอาจช่วยได้ คนที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ ดูจะมีความยืดหยุ่นสูง ไม่รู้เค้าเครียดน้อยกว่าหรือรับมือกับความเครียดได้ไม่ยาก ความเครียดทำร้ายเรา หรือเราทำร้ายตัวเองเพราะกลัวความเครียด ถ้าการเปลี่ยนแปลงจะต้องเครียด แปลว่า อยากเป็นคนที่ดีขึ้นยังไงก็ต้องผ่านความเครียด
Kei 1 year ago
#freewriting day 13 เขียนขีดอิสระ วันที่ 13 #siamstr ว่างเปล่า นิ่งงัน แต่ไม่สงบ ไม่โปร่ง ไม่หนักไม่เบา เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา มาๆ หายๆ งงๆ เหมือนหยุดแต่ยังไม่ใช่ ทึบหน่อยๆ พูดคุย รัก กลับมา … ชีวิตที่เห็นอยู่ตรงหน้า มันเป็นแค่ layer เดียว ชั้นบางๆ ที่รับรู้ได้อย่างเร็วๆ หยาบๆ หากมองลึกลงไปหรือถอยออกมา จะเห็นเราในจุดที่ต่างออกไป สิ่งที่เรากำลังเก็บเกี่ยวความสุขอยู่ มันเป็นแค่จุดเล็กๆ บนผ้าบางๆ สำคัญผิดไปว่า จุดเล็กๆ นั้นมันใหญ่ เพราะตอนนี้ก็เห็นอยู่แค่นั้น สิ่งที่เห็นไม่ใช่สิ่งที่เป็น ฟังดูแล้วสับสน แต่ต้องการให้เห็นมากกว่าเดิม เห็นด้วยภาพของมุมมองที่กว้างขึ้น ช่วงเวลาที่ยาวนานขึ้น เข้าใจในสิ่งที่เห็นให้ลึกขึ้น อาจจะเห็นผิดหรือเห็นถูก ไม่แน่ใจ แต่เห็นรอบขึ้น จะดีแค่ไหนถ้าช่วงเวลาปัจจุบันทุกขณะที่เราหาความสุขใส่ตัวอยู่ จะมีประโยชน์กับทั้งตัวเองและคนอื่นในขณะอื่นด้วย หรือสร้างสุขให้กับช่วงเวลาอื่นๆ compound effect ของประโยชน์และความสุข จุดเล็กๆ บนผ้าบางๆ ก็จะได้เป็นหมึกจากพู่กันขนาดใหญ่ ซึมลงไปอีกหลายชั้น … มืดทึบ หมดพลัง อ่อนล้า เหมือนหมด แต่ยังไม่หมด ก้นบึ้งอยู่ตรงไหน ขุดขึ้นมา พยายาม ดึงลุก เข็นผลัก ไปให้ถึง ทีละนิด ยังดี เรื่อยๆ แต่ไปต่อ … แรงกายที่อ่อนลง ทำให้แรงใจ แรงคิด ไม่ไปไหน ใจเป็นนายกายเป็นบ่าว ใจอยากไปต่อ แต่แรงกายไม่ไหวแล้ว มักจะคิดว่า ใจกำหนดทิศทางและสั่งกายให้ทำ กายกำหนดหรือสั่งใจได้บ้างหรือไม่ กายที่มีพลังพาใจสร้างสรรค์ คำแนะนำที่ให้ออกกำลังกาย เมื่อใจอ่อนล้าหรือสับสน ได้ผลกับเรา หรือแม้กระทั่งสัมผัสจากคนรัก กายส่งไปให้ใจ อาจจะไม่ได้กำหนดทิศทางหรือบังคับจิตใจได้ แต่เบี่ยงเบนให้ใจที่หลงกลับมาก่อน หรือการกินบางอย่างก็พาใจล่องลอย ไม่ใช่สารเสพติด แต่หมายถึงของอร่อยถูกใจ หรือรสชาติที่ทำให้ระลึกถึงช่วงเวลาที่มีความหมาย หรือแม้กระทั่งแค่การหายใจ เหมือนใจกายได้กินน้ำเปล่า คำว่า หายใจ น่าสนใจ ไม่ใช่ใจหาย แต่ หาย ใจ อาจหมายถึง หายแล้ว ดีขึ้นแล้ว หรือหายจากอยู่กับใจไปอยู่กับลมสัมผัสที่เข้าออกร่างกาย คนแรกที่คิดคำนี้ คิดจริงๆ หรือไม่ว่า การสูดลมเข้า ปล่อยลมออกจากร่างกายจะเกี่ยวกับใจ
Kei 1 year ago
#freewriting day 12 เขียนขีดอิสระ วันที่ 12 #siamstr ทำอะไรก็ไม่ทัน เรื่องใหม่ๆ ก็ประดังประเด เรื่องเก่าก็กองสุมมะรุมมะตุ้ม แต่ช่วงเวลาที่พอจะทำอะไรได้ ก็ไม่ได้สนใจว่า จะต้องสะสางให้เสร็จ เลือกที่จะไปทำสิ่งที่มีความสุขกับชีวิตมากกว่า ผัดวันประกันพรุ่ง ความเฉยชาต่อภาระหน้าที่ ถ้ายังไม่เดือดร้อนต่อตนเองหรือคนอื่นก็ยังไม่ทำ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นมาตลอดชีวิต แต่ปัญหาก็ยังเกิดขึ้นเหมือนเก่า วนซ้ำไปซ้ำมา สนุกกับชีวิตที่อยู่ตรงหน้า โดยส่งความหน่วงภายในให้เป็นปัญหาของตัวเราวันพรุ่งนี้แทน เหมือนการแกะปู ยังไม่ได้เป็นชิ้น แต่หิวแล้ว กินเลยแล้วกัน ไม่ได้ลิ้มรสเนื้อปูล้วนๆ ไม่เป็นไร เปลือกปูก็ฝืนกลืนได้อยู่ ถ้าจะแกะให้เสร็จจะได้กินตอนไหน ถ้าระหว่างแกะ เราตายไปหรือคนอื่นหยิบไปกิน หรือต้องเอาความต้องการส่วนตัวออกไป แกะไปกินไปนั่นแหละ แล้วถ้าเราไม่ได้แกะ มัวแต่กินอย่างเดียว กำลังกินของคนอื่นอยู่รึเปล่า หรือการผัดวันประกันพรุ่ง จะเป็นการเห็นแก่ตัวแบบอ่อนๆ เป็นต้นเชื้อของการเห็นตัวเองแต่ไม่เห็นภาพรวม พอเร่ิมคิดว่าส่งผลต่อคนอื่นอย่างไร ผลเสียที่ตามมาคืออะไร ก็เริ่มรู้สึกว่า ต้องทำ แม้ไม่ได้รู้สึกอยากหรือคาดว่าจะมีความสุข ห่วงคนอื่น ไม่ใช่ ห่วงความสัมพันธ์ที่มีต่อคนอื่น ห่วงภาพพจน์ ห่วงความเชื่อใจ แต่ได้ผล ความกลัวต่อความผิดบาปของความเฉยชา ไม่อยากรับผิดชอบอะไรเลย เป็นภาระ ไม่มีอิสระ ในวันที่ทำสิ่งใดสำเร็จกลับไม่คิดแบบนั้น โล่ง ภูมิใจและยินดีที่ตัวเองก้าวไปอีกขั้น การคิดถึงภาพในอนาคต ถ้าหากสำเร็จกระตุ้นให้อยากทำมากขึ้น ถ้าล่าช้าหรือไม่ได้ทำ สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น ก็กระตุ้นได้เช่นกัน ก็ยังพ่ายแพ้ต่อปัจจุบันอยู่ดี เพราะภาพเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นตรงหน้า เพลิดเพลินกับปัจจุบันต่อไป ปัญหาที่กองสุมอยู่ รอเราอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล วันนึงต้องเดินไปชนเข้า กองเล็กก็สะดุดเหมือนไม่มีอะไร กองใหญ่ก็คงล้มทับจนชีวิตเป๋ไปพักนึง อย่างไรก็ต้องทำ จะทำตอนนี้หรือตั้งใจไปทำวันหลัง ทำวันนี้ก็อดสนุกสะเปะสะปะ แต่ก็ไม่มีใครบอกได้ว่า พรุ่งนี้จะได้สนุกแทนวันนี้ ทางเดียวที่จะผ่านไปได้ ยอมรับ ก้มหน้ายอมรับหน้าที่ แล้วค่อยๆ หย่อนปลายนิ้ว แตะๆ ดู น้ำอาจจะเย็นสบายกว่าที่คิดก็ได้