บิดแล้วคอย's avatar
บิดแล้วคอย
triplek@siamstr.com
npub1ycua...zz3a
Facebook บิดแล้วคอย
**Cantillon Effect** อธิบายว่า นโยบายการเงินที่เพิ่มการอุปทานเงินอย่างรวดเร็ว (เช่น การพิมพ์เงิน) ส่งผลต่อ**การกระจายความมั่งคั่ง** differentially redistributes wealth **ผู้ได้รับผลประโยชน์:** * **ผู้กู้ยืม**: * รัฐบาล: * ใช้เงินที่พิมพ์ใหม่เพื่อชำระหนี้ * ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน * ธนาคาร: * กู้ยืมเงินจากธนาคารกลาง * ปล่อยกู้ต่อให้ธุรกิจและผู้บริโภค * นักลงทุน: * ซื้อสินทรัพย์ที่มีราคาสูงขึ้น **ผู้เสียเปรียบ:** * **ผู้ฝากเงิน**: * เงินออมของพวกเขามี**มูลค่า**น้อยลง * ได้รับ**ดอกเบี้ย**น้อยลง * **ผู้มีรายได้คงที่**: * เงินเดือน**ซื้อ**สินค้าและบริการได้น้อยลง * **ผู้บริโภค**: * เผชิญกับ**ภาวะเงินเฟ้อ** * ต้องจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับสินค้าและบริการ **ตัวอย่าง:** * ธนาคารกลางพิมพ์เงิน 1 ล้านบาท * รัฐบาลใช้เงิน 1 ล้านบาทเพื่อสร้างถนน * บริษัทรับเหมาก่อสร้างได้รับเงิน 1 ล้านบาท * บริษัทรับเหมาก่อสร้างจ่ายเงิน 500,000 บาท ให้กับพนักงาน * พนักงานใช้เงิน 250,000 บาท ซื้อสินค้าและบริการ * ผู้ขายสินค้าและบริการมีเงิน 250,000 บาท **ผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์:** * **ความเหลื่อมล้ำทางสังคม**: * ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนกว้างขึ้น * **ความยากจน**: * ผู้คนจำนวนมากมี**รายได้**ไม่เพียงพอ * **ภาวะเงินเฟ้อ**: * ผู้คนต้องจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับสินค้าและบริการ * **การชะงักงันทางเศรษฐกิจ**: * ธุรกิจอาจ**ล้มละลาย** * คนงานอาจ**ตกงาน** **สรุป:** Cantillon Effect อธิบายว่า นโยบายการเงินที่เพิ่มการอุปทานเงินอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อ**การกระจายความมั่งคั่ง** differentially redistributes wealth **ผู้ได้รับผลประโยชน์** มักเป็น**ผู้กู้ยืม** **ผู้เสียเปรียบ** มักเป็น**ผู้ฝากเงิน** **ผู้มีรายได้คงที่** และ**ผู้บริโภค** **ผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์** * **ความเหลื่อมล้ำทางสังคม**: * ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนกว้างขึ้น * **ความยากจน**: * ผู้คนจำนวนมากมี**รายได้**ไม่เพียงพอ * **ภาวะเงินเฟ้อ**: * ผู้คนต้องจ่ายเงินมากขึ้นสำหรับสินค้าและบริการ * **การชะงักงันทางเศรษฐกิจ**: * ธุรกิจอาจ**ล้มละลาย** * คนงานอาจ**ตกงาน** #siamstr #nostr image
**"It is the foundation of value for the whole system."** **HAL FINNEY MAY 9, 2011** **"มันคือรากฐานของมูลค่า สำหรับทั้งระบบ"** **HAL FINNEY 9 พฤษภาคม 2554** **ข้อความ** บนโปสเตอร์นี้ อ้างอิงถึง Bitcoin ซึ่ง Finney เชื่อว่าเป็นรากฐานของมูลค่าสำหรับระบบเศรษฐกิจใหม่ **การอธิบายเพิ่มเติม** * **"It is the foundation of value"** หมายความว่า Bitcoin เป็นสิ่งที่มีค่าและเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจใหม่ * **"for the whole system"** หมายความว่า Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงสกุลเงินดิจิทัล แต่เป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลก * **Hal Finney** เขียนข้อความนี้ในปี 2554 ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นของ Bitcoin แสดงให้เห็นว่าเขามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเกี่ยวกับศักยภาพของ Bitcoin **ข้อคิด** * Bitcoin เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลก * Bitcoin อาจจะเป็นรากฐานของระบบเศรษฐกิจใหม่ * อนาคตของ Bitcoin ยังไม่แน่นอน แต่มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลก * Bitcoin Wiki: [https://en.bitcoin.it/wiki/Main_Page](https://en.bitcoin.it/wiki/Main_Page) * Bitcoin Foundation: [ * Satoshi Nakamoto's whitepaper: [ **คำถาม** * คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับ Bitcoin? * คุณคิดว่า Bitcoin มีศักยภาพที่จะเปลี่ยนแปลงโลกหรือไม่? * คุณกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของ Bitcoin หรือไม่? #siamstr #nostr #bitcoin image
## พันธบัตรรัฐบาลคืออะไร? พันธบัตรรัฐบาล คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล เพื่อระดมทุนนำไปใช้จ่ายในกิจการต่างๆ ของรัฐบาล เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การชำระหนี้เก่า **ลักษณะ:** * เป็นสัญญาเงินกู้ระหว่างผู้ซื้อ (นักลงทุน) กับรัฐบาล * ผู้ซื้อมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาล * รัฐบาลมีหน้าที่จ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นคืนตามสัญญา * มีความเสี่ยงต่ำ * ให้ผลตอบแทนแน่นอน * เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคง **ตัวอย่าง:** * พันธบัตรออมทรัพย์: ออกโดยกระทรวงการคลัง มีอายุ 3 ปี จ่ายดอกเบี้ยปีละ 0.20% ซื้อได้ตั้งแต่ 1,000 บาท * พันธบัตรรัฐบาลระยะยาว: ออกโดยกระทรวงการคลัง มีอายุ 5 ปี จ่ายดอกเบี้ยแบบคงที่ ซื้อได้ตั้งแต่ 100,000 บาท * หุ้นกู้รัฐวิสาหกิจ: ออกโดยรัฐวิสาหกิจ มีอายุ 10 ปี จ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัว ซื้อได้ตั้งแต่ 1,000,000 บาท **ข้อดี:** * ความเสี่ยงต่ำ โอกาสที่รัฐบาลจะผิดนัดชำระหนี้มีน้อย * ให้ผลตอบแทนแน่นอน * เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการความมั่นคง * สภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ในตลาดรอง **ข้อเสีย:** * ให้ผลตอบแทนไม่สูง * ไม่เหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูง * มีความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย **แหล่งข้อมูล:** * [https://www.pdmo.go.th/th/bond-saving](https://www.pdmo.go.th/th/bond-saving) * [https://www.set.or.th/](https://www.set.or.th/) #siamstr #nostr image
## แนวคิดเรื่องเงินของรัฐ เงินของรัฐ หมายถึง เงินทุนที่รัฐบาลมีไว้ใช้ในการดำเนินงานต่าง ๆ ของประเทศ แบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก คือ **1. รายได้ของรัฐ** * **ภาษีอากร:** เป็นแหล่งรายได้หลักของรัฐ มาจากภาษีเงินได้ ภาษีศุลกากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ฯลฯ * **รายได้จากรัฐวิสาหกิจ:** เงินที่รัฐบาลได้รับจากการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ เช่น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) * **รายได้จากการขายทรัพย์สินของรัฐ:** เงินที่รัฐบาลได้รับจากการขายที่ดิน อาคาร หรือทรัพย์สินอื่น ๆ * **เงินกู้:** เงินที่รัฐบาลกู้ยืมจากภายในประเทศหรือต่างประเทศ **2. รายจ่ายของรัฐ** * **เงินเดือนข้าราชการ:** เงินที่จ่ายให้แก่ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ และลูกจ้างของรัฐ * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เงินที่ใช้ในการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐ เช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่ากระดาษ * **เงินลงทุน:** เงินที่ใช้ในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาเศรษฐกิจ และพัฒนาสังคม * **การชำระหนี้:** เงินที่ใช้ในการชำระหนี้ที่รัฐบาลกู้ยืม ## ผลกระทบต่อชีวิตผู้คน เงินของรัฐมีผลกระทบต่อชีวิตผู้คนในหลาย ๆ ด้าน เช่น * **การศึกษา:** รัฐบาลใช้เงินในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน * **สาธารณสุข:** รัฐบาลใช้เงินในการจัดบริการสาธารณสุขให้แก่ประชาชน * **สวัสดิการสังคม:** รัฐบาลใช้เงินในการจัดสวัสดิการสังคมให้แก่ผู้ด้อยโอกาส * **โครงสร้างพื้นฐาน:** รัฐบาลใช้เงินในการสร้างถนน หนทาง สะพาน เขื่อน ไฟฟ้า ประปา ฯลฯ * **ความมั่นคง:** รัฐบาลใช้เงินในการรักษาความมั่นคงของประเทศ ## ระบบการปกครอง ระบบการปกครองมีผลต่อวิธีการจัดการเงินของรัฐ ตัวอย่างเช่น * **ระบอบประชาธิปไตย:** ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล * **ระบอบเผด็จการ:** รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการใช้งบประมาณของรัฐ ## ตัวอย่างผลกระทบ * **การศึกษา:** เด็กยากจนได้รับโอกาสทางการศึกษา * **สาธารณสุข:** ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพ * **สวัสดิการสังคม:** ผู้ด้อยโอกาสได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล * **โครงสร้างพื้นฐาน:** ประชาชนเดินทางสะดวก สินค้าเกษตรมีราคาดีขึ้น * **ความมั่นคง:** ประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่อย่างปลอดภัย ## สรุป เงินของรัฐมีบทบาทสำคัญต่อชีวิตผู้คน รัฐบาลควรจัดสรรเงินงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน #siamstr #nostr image
## Wealth and Liquidity **Wealth** refers to the total value of all assets owned minus the total value of all liabilities. **Liquidity** refers to the ease with which an asset can be converted into cash without significantly losing value. **Key Differences:** * **Wealth** focuses on the total value of assets, regardless of how easily they can be converted into cash. * **Liquidity** focuses on the ease and speed of converting an asset into cash without losing value. **Example:** * **Wealth:** * Owns a house worth 10 million baht * Owns a car worth 2 million baht * Has 1 million baht in bank deposits * Has 2 million baht in debt **Wealth** of this person = (10 + 2 + 1) - 2 = 11 million baht * **Liquidity:** * 1 million baht in bank deposits has high liquidity and can be converted into cash immediately. * The house and car have low liquidity and it takes time to sell them. **Summary:** * **Wealth** indicates overall financial status. * **Liquidity** indicates the ability to access cash. **Both Wealth and Liquidity are important:** * **Wealth** helps achieve long-term financial goals. * **Liquidity** helps cope with emergencies. **It is important to have a suitable balance between Wealth and Liquidity:** * **Too much Wealth** can lead to a lack of liquidity. * **Too much Liquidity** can lead to missing out on high-return investment opportunities. **It is important to consider financial goals, risk tolerance, and personal preferences.** #siamstr #nostr #bitcoin image
Wealth และ Liquidity **Wealth (ความมั่งคั่ง)** หมายถึง มูลค่ารวมของสินทรัพย์ทั้งหมดที่มี หักลบด้วยมูลค่าหนี้สินทั้งหมด **Liquidity (สภาพคล่อง)** หมายถึง ความสามารถในการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดได้รวดเร็ว โดยไม่สูญเสียมูลค่ามาก **ความแตกต่าง** * **Wealth** เน้นไปที่มูลค่ารวมของสินทรัพย์ ไม่ได้เจาะจงว่าสินทรัพย์นั้นสามารถแปลงเป็นเงินสดได้ง่ายหรือไม่ * **Liquidity** เน้นไปที่ความสามารถในการแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสด โดยไม่สูญเสียมูลค่า **ตัวอย่างเปรียบเทียบ** * **Wealth:** * มีบ้านราคา 10 ล้านบาท * มีรถราคา 2 ล้านบาท * มีเงินฝากธนาคาร 1 ล้านบาท * มีหนี้สิน 2 ล้านบาท **Wealth** ของบุคคลนี้ = (10 + 2 + 1) - 2 = 11 ล้านบาท * **Liquidity:** * เงินฝากธนาคาร 1 ล้านบาท มีสภาพคล่องสูง สามารถแปลงเป็นเงินสดได้ทันที * บ้านและรถ มีสภาพคล่องต่ำ ต้องใช้เวลานานในการขาย **สรุป** * **Wealth** บอกถึงสถานะทางการเงินโดยรวม * **Liquidity** บอกถึงความสามารถในการเข้าถึงเงินสด **ทั้ง Wealth และ Liquidity เป็นสิ่งสำคัญ** * **Wealth** ช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินระยะยาว * **Liquidity** ช่วยให้รับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน **ควรมีสัดส่วน Wealth และ Liquidity ที่เหมาะสม** * **Wealth มากเกินไป** อาจทำให้ขาดสภาพคล่อง * **Liquidity มากเกินไป** อาจทำให้พลาดโอกาสการลงทุนที่มีผลตอบแทนสูง **ควรพิจารณาเป้าหมายทางการเงิน ความเสี่ยง และความชอบส่วนตัว** #siamstr #nostr image
#Bitcoin    is better than Gold in almost every way possible. ## บทความจากภาพ: บิตคอยน์ดีกว่าทองคำใน (เกือบ) ทุกแง่มุม **ความขาดแคลน:** * บิตคอยน์มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ * ทองคำมีอัตราเงินเฟ้อจากสต๊อกต่อการไหลเวียนประมาณ 1.5-2% ต่อปี * หลังจากการแบ่งครึ่งในเดือนเมษายนปีนี้ อัตราเงินเฟ้อจากสต๊อกต่อการไหลเวียนของบิตคอยน์จะต่ำกว่าทองคำอย่างเป็นทางการ และจะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีความยากที่สุดเท่าที่เคยมีมา **ความเร็วและความสะดวก:** * บิตคอยน์เร็วกว่าทองคำและพกพาสะดวกมาก * คุณสามารถส่งเงินหนึ่งพันล้านดอลลาร์จากนิวยอร์กไปโตเกียวและได้รับการชำระสะสางภายใน 30 นาที **การตรวจสอบ:** * บิตคอยน์สามารถตรวจสอบได้ง่ายบนบล็อกเชนว่ามีเงินทุนอยู่หรือไม่ * ทองคำมักต้องถูกหลอมละลายหรือเจียระไนเพื่อตรวจสอบว่าไม่มีทังสเตนอยู่ภายใน และผู้ขายจะต้องเสียค่าธรรมเนียมการหลอมใหม่ ฯลฯ **การแบ่งย่อย:** * บิตคอยน์สามารถแบ่งย่อยได้ถึงหนึ่งในร้อยล้านของบิตคอยน์และส่งในจำนวนที่น้อยมาก (อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมเครือข่ายอาจทำให้การส่งจำนวนน้อยไม่คุ้มค่า นี่คือจุดที่ L2 และ L3 เข้ามา) * ทองคำนั้นยากมากที่จะทำเช่นนั้นโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม **คุณสมบัติอื่นๆ:** * ทั้งบิตคอยน์และทองคำนั้นมีความยืดหยุ่นและคงทน * ทองคำมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในฐานะสินทรัพย์ทางการเงิน **ประวัติผลการดำเนินงาน:** * ทองคำเป็นที่เก็บรักษามูลค่าที่ไม่ดีนัก * ราคาของทองคำนั้นใกล้เคียงกันในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เทียบกับภาวะเงินเฟ้อที่รุนแรง * ในขณะที่บิตคอยน์มีการเติบโตและการนำไปใช้ที่รวดเร็ว แม้จะผันผวนมากก็ตาม **อนาคต:** * บิตคอยน์มีแนวโน้มที่จะอยู่รอดต่อไปในฐานะสินทรัพย์ที่มีค่า * ผลลัพธ์ของ Lindy ชี้ให้เห็นว่ายิ่งบิตคอยน์อยู่รอดนานเท่าไหร่ ความมั่นใจของสังคมว่าจะอยู่รอดต่อไปในอนาคตก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น **สรุป:** * ยกเว้นการเป็นหินสีเหลืองเงางามที่ใช้ในเครื่องประดับ งานศิลปะ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ทองคำนั้นด้อยกว่าบิตคอยน์ในเกือบทุกแง่มุม * บิตคอยน์ติดอยู่ในกาลเวลา * ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องกอดรับอนาคต **หมายเหตุ:** * บทความนี้แปลจากข้อความในภาพ * ข้อมูลบางส่วนอาจเป็นการตีความหรือแสดงความคิดเห็นของผู้เขียน * ผู้อ่านควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งอื่นเพื่อประกอบการตัดสินใจ #siamstr #nostr #bitcoin image
"At some point, people will realize that they will have more to fear by not embracing this technology, than by embracing it." - Michael Saylor #Bitcoin    อนาคตของ Bitcoin: โอกาสและความท้าทาย คำกล่าวของ Michael Saylor ว่า "สักวันหนึ่ง ผู้คนจะตระหนักว่าพวกเขามีสิ่งที่น่ากลัวมากกว่าการไม่ยอมรับเทคโนโลยีนี้ นั่นคือการไม่ยอมรับมัน" สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันยิ่งใหญ่ของ Bitcoin เทคโนโลยีการเงินที่ล้ำสมัยนี้กำลังปฏิวัติวิธีการที่เราใช้ จัดการ และแลกเปลี่ยนเงิน #siamstr #nostr image
#Inflation is a cancer that has killed civilizations throughout history. #Bitcoin    is the cure. # มหันตภัยเงินเฟ้อ: มะเร็งร้ายคุกคามอารยธรรม **บทนำ** ประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า เงินเฟ้อเปรียบเสมือนมะเร็งร้ายที่กัดกินรากฐานของอารยธรรม กลืนกินความมั่งคั่ง กัดเซาะเสถียรภาพ และบั่นทอนความศรัทธาในระบบการเงิน อารยธรรมโบราณหลายแห่งล่มสลาย ท่ามกลางไฟลามทุ่งของเงินเฟ้อ ประชาชนต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เกิดจลาจล ความอดอยาก และความวุ่นวาย **บทวิเคราะห์** เงินเฟ้อคือภาวะที่ราคาสินค้าและบริการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเงินลดลง ประชาชนซื้อของได้น้อยลง เงินออมสูญเสียมูลค่า เกิดความยากลำบากในการดำรงชีวิต สาเหตุของเงินเฟ้อมีหลากหลาย แต่สาเหตุหลักมักมาจากการพิมพ์เงินมากเกินไป หรือเกิดจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ **บทเปรียบเทียบ** ในอดีต อารยธรรมโบราณหลายแห่งเผชิญกับวิกฤตเงินเฟ้อ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ โรมันโบราณ ในช่วงปลายจักรวรรดิ โรมันพิมพ์เงินมากเกินไปเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายในการทำสงคราม ส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ประชาชนเดือดร้อน เกิดจลาจล และท้ายที่สุด จักรวรรดิโรมันก็ล่มสลาย **บทสรุป** เงินเฟ้อคือภัยคุกคามร้ายแรงต่ออารยธรรม บทเรียนจากประวัติศาสตร์สอนให้เรารู้ว่า การจัดการเงินเฟ้ออย่างมีประสิทธิภาพ เป็นสิ่งที่จำเป็นต่อความมั่นคงและยั่งยืนของสังคม #siamstr #nostr image
#Bitcoin will bring in a second renaissance. ## บทเพลงแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาบทใหม่: บทบาทของ Bitcoin ในการปลุกพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง ท่ามกลางกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รุดหน้า เทคโนโลยีใหม่ ๆ กำลังหล่อหลอมโลกของเราใหม่อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เสียงเพรียกแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาบทใหม่กำลังก้องกังวาน ดังก้องไปทั่วทุกมุมโลก Bitcoin เทคโนโลยีการเงินที่ปฏิวัติวงการ เปรียบเสมือนคบเพลิงแห่งยุคสมัยใหม่ เปี่ยมไปด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ที่จะปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ ขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่สดใส **เสรีภาพทางการเงิน:** Bitcoin มอบอิสรภาพทางการเงินที่แท้จริงแก่ผู้คน โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางใด ๆ ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของเงินของตัวเอง ควบคุมจัดการธุรกรรมได้อย่างอิสระ ปราศจากข้อจำกัด **ความโปร่งใส:** ระบบ Bitcoin ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทุกธุรกรรมถูกบันทึกไว้บนสมุดบัญชีสาธารณะ ปิดกั้นช่องโหว่การทุจริต คอร์รัปชั่น **ความเท่าเทียม:** Bitcoin เป็นระบบการเงินที่ไร้พรมแดน ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดบนโลก ลบเลือนอุปสรรคด้านสถานะทางสังคม เศรษฐกิจ หรือเชื้อชาติ **การกระจายอำนาจ:** Bitcoin ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นระบบที่กระจายอำนาจ สร้างความสมดุล และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม **พลังแห่งนวัตกรรม:** Bitcoin กระตุ้นให้เกิดนวัตกรรมทางการเงิน รูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ และบริการที่หลากหลาย ส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจ **บทเพลงแห่งอนาคต:** Bitcoin เปรียบเสมือนบทเพลงแห่งอนาคต บทเพลงที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งเทคโนโลยี เสรีภาพ และความเท่าเทียม บทเพลงที่ปลุกพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง นำพาสังคมไปสู่อนาคตที่รุ่งเรือง ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาบทใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เสียงเพรียกแห่งการเปลี่ยนแปลงดังก้องกังวาน Bitcoin เปรียบเสมือนคบเพลิงแห่งยุคสมัยใหม่ พลังอันยิ่งใหญ่ที่จะปลดปล่อยศักยภาพของมนุษย์ ขับเคลื่อนสังคมไปสู่อนาคตที่สดใส ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง ร่วมขับเคลื่อนบทเพลงแห่งยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาบทใหม่ ร่วมสร้างอนาคตที่สดใสสำหรับทุกคน ## The Renaissance of a New Era: Bitcoin's Role in Ushering in Transformative Change Amidst the ever-accelerating pace of change, new technologies are reshaping our world in ways never before seen. The clarion call of a new Renaissance echoes across the globe, resonating with a profound sense of hope and possibility. Bitcoin, a revolutionary financial technology, stands as a torchbearer for this modern era, brimming with immense potential to unleash human potential and propel society towards a brighter future. **Financial Freedom:** Bitcoin grants individuals true financial freedom, eliminating the need for intermediaries. Everyone can own their own money, exercising control over transactions with absolute autonomy and without restrictions. **Transparency:** Bitcoin operates on blockchain technology, ensuring transparency and auditability. Every transaction is recorded on a public ledger, precluding opportunities for corruption and fraud. **Equality:** Bitcoin transcends borders, offering universal accessibility regardless of geographic location. It eliminates barriers imposed by social status, economic standing, or nationality. **Decentralization:** Bitcoin is not subject to centralized control, but rather operates as a decentralized system, fostering balance and reducing societal disparities. **Innovation Engine:** Bitcoin stimulates financial innovation, driving new business models and diverse services, contributing to economic growth and prosperity. **A Song of the Future:** Bitcoin embodies a symphony of the future, a melody orchestrated by the power of technology, freedom, and equality. It awakens the transformative spirit, guiding society towards a flourishing tomorrow. The Renaissance of a new era has already begun. The clarion call for change resounds with clarity. Bitcoin stands as a beacon of hope, a potent force capable of unlocking human potential and propelling society towards a brighter future. Join the transformative movement, become a catalyst for change, and contribute to crafting a radiant future for all. #siamstr #nostr https://image.nostr.build/9e47992ace9d4aa865e33b824b18b10ce237087fc0e431fa223d1d2276188cbc.jpgs #bitcoi
“#Bitcoin    is a paradigm shift at the base layer of money. You need to take the time to understand it. #Bitcoin    represents the biggest asymmetric bet in history.” ## บทเพลงแห่งอิสรภาพ: ไซไฟจากโลกอนาคต ในยุคสมัยที่รัฐบาลเผด็จการควบคุมทุกแง่มุมของชีวิต เงินตราถูกผูกขาดโดยธนาคารกลาง ผู้คนถูกกดขี่โดยระบบที่ไร้ความยุติธรรม ท่ามกลางความมืดมิด แสงสว่างแห่งการเปลี่ยนแปลงได้ถือกำเนิดขึ้นในรูปแบบของเทคโนโลยีล้ำสมัย นามว่า "Bitcoin" **กำเนิด Bitcoin** ในห้องใต้ดินที่มืดมิด กลุ่มนักพัฒนาซอฟต์แวร์หัวกบฏ กำลังทำงานอย่างลับๆ บนโปรเจคต์ลับสุดยอด โปรเจคต์นี้มีเป้าหมายเพื่อปลดปล่อยผู้คนจากพันธนาการของระบบการเงินแบบเก่า พวกเขาสร้างระบบเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ ที่ไม่สามารถควบคุมได้โดยรัฐบาลหรือธนาคารใดๆ ระบบนี้ใช้ชื่อว่า "Bitcoin" **การต่อสู้เพื่ออิสรภาพ** การถือกำเนิดของ Bitcoin เปรียบเสมือนประกายไฟแห่งการปฏิวัติ ผู้คนเริ่มใช้ Bitcoin ในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการโดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง เป็นการปลดแอกตัวเองจากระบบการเงินแบบเก่าที่กดขี่ รัฐบาลเผด็จการตระหนักถึงภัยคุกคามจาก Bitcoin พวกเขาพยายามปราบปรามการใช้ Bitcoin อย่างรุนแรง แต่ผู้คนไม่ยอมแพ้ พวกเขาต่อสู้เพื่ออิสรภาพทางการเงิน **โลกใหม่ที่ไร้พรมแดน** ในที่สุด Bitcoin ก็ได้รับชัยชนะ ผู้คนทั่วโลกใช้ Bitcoin ในการทำธุรกรรม การเงินกลายเป็นระบบที่โปร่งใส ยุติธรรม และไร้พรมแดน **บทสรุป** Bitcoin เปรียบเสมือนเพลงแห่งอิสรภาพ เป็นบทเพลงที่ขับขานถึงโลกใหม่ โลกที่ผู้คนมีอำนาจควบคุมเงินของตัวเอง โลกที่ไร้ซึ่งการกดขี่จากระบบการเงินแบบเก่า **คำอธิบายเพิ่มเติม** * เรื่องราวนี้เป็นนิยายไซไฟที่เกิดขึ้นในโลกอนาคต * เทคโนโลยี Bitcoin มีจริง แต่บทบาทของ Bitcoin ในเรื่องราวนี้เป็นการจินตนาการของผู้เขียน * เรื่องราวนี้ต้องการสื่อถึงพลังของเทคโนโลยีในการเปลี่ยนแปลงสังคม #siamstr #nostr #bitcoin image