พอทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายแล้วจะเป็นลม นี่ขนาดคิดว่าไม่ค่อยใช้อะไรแล้วนะ ถ้าไม่ทำบัญชีแล้วจ่ายตามใจจะชิบหายขนาดไหน ถถถถถถ
#Siamstr
It's over Anakin, I have the high ground.
npub1r3z6...6st7
Full-time freelance translator
การที่ทุกอย่างในชีวิตกลายเป็น to do list นี่เลาก็ว่าเป็นปัญหาเหมือนกันนะ ถ้าเรามีเป้าว่าต้องเที่ยวเท่านั้น เท่านี้ต่อปี ตกลงนี่มันคืองานหรือการไปเที่ยว? นอกจากกดดันตัวเองจากเป้าหมายในหน้าที่การงานแล้ว เราต้องกดดันตัวเองในการพักผ่อนอีกเหรอ?
การพักผ่อนมันมีหลายแบบ ไม่ได้จำเป็นว่าต้องเป็นการเที่ยวทริปยาวๆ 3 วัน+ เสมอไป อย่างสำหรับเรา หนึ่งในการพักผ่อนที่ดีคือ half day trip ไปกินข้าวกับที่บ้าน ค่าใช้จ่ายแทบไม่ต่างจากวันปกติเลย ค่าน้ำมันรถกับค่าอาหาร 1 มื้อ จบ ทุกคนแฮปปี้
ทุกวันนี้เราควรระวังกับคำว่าต้องทำ ต้องเป็น ต้องมี เพราะทุกอย่างที่ตามหลังคำนี้มักไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป เราทำอย่างอื่น มีอย่างอื่น เป็นอย่างอื่นก็ได้
พูดมาขนาดนี้ไม่ใช่ต่อต้านการเที่ยวนะ การเที่ยวก็เป็นหนึ่งในวิธีการสนุกกับชีวิตที่ดี ถ้าคุณไปเที่ยวปีละ 1-2 ครั้งโดยไม่เดือดร้อนต่อสถานะการเงิน by all means เที่ยวไปเลย แต่ถ้าต้องรูดบัตร ผ่อนค่าตั๋วผ่อนค่าห้องไปอีกหลายเดือนก็ใจเย็นๆ ก่อน ไปเที่ยววันหลังยังได้
ชีวิตมันสั้นมีอะไรอยากทำให้รีบทำ เข้าใจเลย แต่ปัญหาคือหลายครั้งเราไม่ได้ตายเร็วอย่างที่คิด
#Siamstr
https://image.nostr.build/d92d955897d54f26335c62c9c3257038f969d653cdd95b44c6c8e759ec934b07.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=1079x751&blurhash=rA84JV%5EQi_ODJ%2CJ7Rjs%3Asn%7Dt%3DKsTODEfJ7WVsonj%2Bu%2B%5ExaNuJ7OEf%2Bsosom%2B%23%2Cs%3ANaOXSgbHoLs%3AMdwKs%3BNaNuR*ofn%25oLnixafRR*W%3BWBofoLjt&x=86551440d0f26fc20fa63cc456d4164ccee7edbc9c09f03eec97bbbf091da571
"Associate with people who are likely to improve you. Welcome those whom you are capable of improving. The process is a mutual one. People learn as they teach." --Seneca
โควทนี้เป็นโควทที่คนชอบแชร์กันมาแต่ท่อนแรก
วันนี้เลยเอาโควทแบบครบความมานำเสนอ
#Siamstr
ช่วงนี้พูดถึง seed phrase กันบ่อยเลยเอารูปนี้มาฝาก
ระบบส่วนใหญ่ล้วนถูกเจาะได้เพราะ human error ฉะนั้นจริงๆ แล้ว ในการปกป้องบิตคอยน์ของคุณ มาตรการรักษาความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดคือการปกป้องบิตคอยน์จากตัวคุณเอง
#Siamstr
https://image.nostr.build/c539e641dd75ad3a3949a29562416a5deb55f593439b4971c2fe6897dc7b16a4.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=740x601&blurhash=%233R3TW%3Fb_3D%25xu%3Fb%7EqIURjD%25IU4nM%7BM%7Bof-%3Bxu-%3BD%25xu%3Fbxu-%3BxuofofRj%25M%3Fb00xuxuIU-%3Bt7RjD%25%25MxuWB-%3B4nayt7WBxu%25M9FM%7BM%7Bxu%3FbM%7B%25M009F-%3Bt7M%7B%25MIUt7xu&x=f37df34fc63db83da04a2cf6bf6903cbcb87460f7fac86631a07ca119729149c
ทุกวันนี้เสื้อผ้าสีพาสเทลเยอะกว่าเสื้อวงเมทัลละ 🤣🤣🤣🤣
#Siamstr
https://image.nostr.build/e7f245b2383c13c603b57afb1a668127eeda2d5c1125328bee5796588ae01283.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=564x733&blurhash=_BQ0UAof%7Eqof_3-%3B8%7B%7Eq%25Mt7MyM%7BD%25xu00xu%3FbR%25t7ofIU_3f7%3FbD%25IUxuIU00tQWBM%7BIUM%7Bt74nWB-%3Bt7tQofRP-%3BRjayWBofRjof-%3BM%7BRjx%5BRjRjbZtQWBRjofWBaet7&x=92852b07a36b818284e1234fa6607329fc2bf64dcaafd27dc4b54d44d8c97228
ตอนนี้กำลังพยายามทำความเข้าใจว่าทำไมยุคนี้การแปะป้ายถึงเป็นสิ่งสำคัญ หรือมองอีกมุมหนึ่งคือทำไมการถูกเข้าใจผิดจึงสำคัญหรือเป็นเรื่องใหญ่?
การแปะป้าย (label) ว่าเราเป็นไอ้นั่น ไอ้นี่ ก็เพราะกลัวถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอย่างอื่นจริงมั้ย?
ทีนี้ทำไมเราต้องกลัวการถูกเข้าใจผิด หรืออยากให้คนอื่นเข้าใจเราถูกตั้งแต่ต้น เพราะจริงๆ ถ้าถูกเข้าใจผิดเราจะอธิบายทีหลังก็ได้ แต่อะไรผลักดันให้เรารู้สึกว่าการบอกว่าเราเป็นอะไรถึงเป็นเรื่องด่วนที่ต้องทำ?
ตัวตนของเรามันไม่ควรเป็นสิ่งที่ต้องรีบบอก หรือสรุปได้ง่ายๆ ในแค่ไม่กี่คำหรือเปล่า เพราะคนเราไม่ได้มีแค่มิติเดียว อะไรคือตัวกระตุ้นให้เราต้องเร่งรีบอธิบายตัวตนของเราในนิยามสั้นๆ ให้คนอื่นเข้าใจได้ ทั้งที่ตัวตนของเราจริงๆ มันไม่ได้นิยามง่ายขนาดนั้น?
#Siamstr
How to spot your ego?
Ego makes comparisons.
#Siamstr
พี่จิมมาเจิมแบบนี้ อีกเดี๋ยวน่าจะได้เก็บ sats ถูกๆ บ้าง 🤣🤣🤣
#Siamstr
https://image.nostr.build/a07b8dd03098ddc077f034f99a127cb2795de3a500c6c358ea6451f412abe51b.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=599x532&blurhash=%3B24LUb%7Eq%3Fc%251smt7s%3AtSoexuWBRjWBWCofj%5BayWB%25Lx%5Ds%2CozWAV%40WCWAbc%25N%25Mxvs%3AaeRkWBkDogIoVrt8xZxaofn%23ozs%2CITflt6t7s.adj%3FWBog9FNLM%7BIpM%7CIoR.RjW%3FNGxtxus%2Ct6ods%2Cj%5Bax&x=ae9734acb48b9361e0a194cec2a4d7009aaad73db22757439106533f9bfa638a
บัญชีหน่วยงานราชการแต่ไม่มี 2FA 🤣🤣🤣🤣 เจริญจริงๆ ทำงานกันประสาอะไร
#Siamstr
https://image.nostr.build/6063e644b186e1bea4f7ed80332f6c8b4ef594cbb8ee57010a3a5933bcbf07aa.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=1080x726&blurhash=r684ujxuM_xuITofIUj%5BRP%3FwoIoJogRja%23WAayRj00adxvRjxuWBt7WBt78%5Eozt8WBkDWBofWBf%2BROogj%3FoeofWBWXWBoMI%5Eo%23jYf6ofWBWBWBof&x=a24b08152ef9c4718225039033d0049b2df4cbb6c255f5df3a86018344c86941
จากการทดลองทำสมาธิมาหลายๆ แบบก็ได้ความว่าที่คนไทยไม่ชอบการนั่งสมาธิ ไม่เห็นประโยชน์ของการนั่งสมาธิคือผลจากความล้มเหลวทางการศึกษาและความล้มเหลวในฐานะผู้เผยแพร่ศาสนาของพระล้วนๆ
ถามว่าวิธีนั่งสมาธิที่คนไทยส่วนใหญ่รู้จักคืออะไร กำหนดลมหายใจ ยุบหนอ พองหนอ มีอยู่เท่านั้นอะ ทั้งที่จริงๆ วิธีทำสมาธิมีเป็นร้อยแบบ ตามหนังสือที่แชร์เมื่อวาน แล้วคนเราวิธีคิด กลไกการลำดับความคิดก็ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นไม่ใช่ทุกคนที่จะมานั่งยุบหนอ พองหนอแล้วจะทำสมาธิได้ แต่ละคนก็มีวิธีที่เหมาะกับตัวเอง ใครสนใจว่าตัวเองเหมาะกับวิธีไหนก็ลองไปดูหนังสือที่เราแนะนำเมื่อวาน
พอศึกษาเรื่องสมาธิไประดับหนึ่งก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมโยคีมันฝึกอะไรกันแปลกๆ มีท่าพิลึกๆ เยอะแยะ โยคีนี่หน้าที่เหมือนคนป่าสมัยก่อนที่กินเห็ดป่าแล้วดูว่าอันไหนกินได้ อันไหนกินแล้วตาย อันไหนกินแล้วเมาอะ คือทดลองวิธีสมาธิมั่วไปเรื่อย อันไหนได้ผลก็จดไว้ อันไหนทำแล้วเป็นบ้าได้ก็เป็นบ้าไป
เราควรร่วมกันทำสมาธิเพื่อระลึกถึงโยคีที่กลายเป็นบ้า เพื่อให้เราได้วิธีนั่งสมาธิดีๆ 😆😆😆
#Siamstr
สำหรับคนที่สนใจเรื่องสมาธิ แนะนำเล่มนี้เลย มีฉบับแปลไทยในชื่อ คัมภีร์แห่งความเร้นลับ ฉบับไทยจะแบ่งเป็น 3 เล่ม เพราะเล่มต้นฉบับมันพันกว่าหน้า
เป็นหนังสือรวบรวมเทคนิคการนั่งสมาธิทั้งหมด 112 แบบ ถามว่าทำไมเราถึงควรอ่านเล่มนี้ แทนที่จะไปหาวิธีการนั่งสมาธิแบบพุทธที่หาได้ทั่วไปในไทย เพราะว่าเทคนิคการนั่งสมาธิในไทยหลายอันค่อนข้างอันตราย พูดตรงไปตรงมาคือ คนสอนจงใจเอาเทคนิคสมาธิที่มีแนวโน้มกระตุ้น psychosis มาสอน ถามว่าเขาทำแบบนั้นไปทำไม เพราะพวกคลั่งความเป็นผู้วิเศษในไทยชอบ นั่งสมาธิแล้วเห็นนิมิต โดยหารู้ไม่ว่าจริงๆ ตัวเองถูกกระตุ้นให้ประสาทหลอนเลยเห็นนิมิต ตัวอย่างที่ชัดเจนของเคสแบบนี้ก็คือแม่ชีชื่อดังนั่นอะ เพราะฉะนั้นไปหาเทคนิคจากต้นทางเลยจะปลอดภัยกว่า
ส่วนคนที่เป็นซึมเศร้า มีอาการวิตกกังวลหรืออาการจิตเวชก็มีเทคนิคสมาธิที่คนที่มีอาการเหล่านี้ทำได้ แต่ถ้าจะลองจริงๆ แนะนำว่าให้ปรึกษาหมอก่อนจะดีที่สุด
การทำสมาธิมีประโยชน์หลายอย่างก็จริง แต่ถ้าทำผิดวิธีก็อันตราย ฉะนั้นหากคุณเป็นกลุ่มเสี่ยงก็ควรปรึกษาแพทย์ อย่าลองเทคนิคสมาธิพิลึกๆ ด้วยตัวเอง จากจะดีจะกลายเป็นแย่แทน
#Siamstr

Goodreads
The Book of Secrets (Complete)
In this comprehensive and practical guide, the secrets …
ถ้าทุกคนเป็นวีแกนกันหมด แล้วเราจะเอาปุ๋ยคอกจากไหนมาใส่ผัก?
ไม่ว่าเกษตรอินทรีย์หรืออุตสาหกรรมก็ใช้ปุ๋ยคอกทั้งคู่ ต่างกันที่ปริมาณ อินทรีย์ก็ใช้ปุ๋ยคอกเกือบ 100% เท่ากับว่าทันทีที่ทุกคนบนโลกเป็นวีแกน เราก็จะไม่มีสินค้าออแกนิกให้ซื้ออีกต่อไปเพราะไม่มีปุ๋ยคอกให้ใช้ 🤔🤔🤔
#Siamstr
ตราบใดที่คุณยังตั้งเป้าหมายในการนั่งสมาธิเป็นเวลาบนนาฬิกา คุณยังไม่เข้าใจหัวใจของการทำสมาธิ เพราะหัวใจของการทำสมาธิคือการรู้สติ ไม่ใช่แค่การนั่งเฉยๆ
ที่พูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าการตั้งเวลานั่งสมาธิเป็นสิ่งไม่ดี เพราะการเริ่มต้นย่อมดีกว่าไม่เริ่ม เพียงแต่หากคุณเข้าใจหัวใจของการรู้สติ คุณจะตระหนักว่าเวลาไม่ใช่สิ่งสำคัญ เพราะสิ่งสำคัญคือ ขณะที่คุณรู้สติย่อมดีกว่าเมื่อไม่รู้สติเสมอ เมื่อตระหนักเช่นนี้ เป้าหมายของคุณจึงไม่ใช่นั่งสมาธิได้นานแค่ไหนอีกต่อไป แต่เป็นคุณทำให้ภาวะไม่มีสติลดลงให้น้อยที่สุดได้แค่ไหน
#Siamstr
เอาล่ะ เรามาทบทวนบทเรียนปี 2023 กันเถอะ แต่ของเราน่าจะต้องเรียกว่าทบทวนบทเรียน 5 ปีที่ผ่านมามากกว่า เพราะปีก่อนๆ ก็ไม่เคยเขียนทบทวนอะไรจริงจัง ที่ต้องย้อนหลังไป 5 ปี เพราะมันมี Nexus Event เกิดขึ้น เหตุการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตเราไปเลยตลอดกาล นั่นคือแฟนโดนรถชน พูดได้เต็มปากเลยว่า ก่อนหน้านั้นในชีวิตไม่เคยเจอวิกฤติมาก่อน ชีวิตปกติสุขดีมาก ปัญหาใหญ่สุดในชีวิตก่อนหน้าเรื่องนี้ก็แค่ชีวิตรักวัยรุ่น อกหักรักคุด ไม่มีใครเกือบตาย
นอกจากเปลี่ยนชีวิตเราแบบ mentally แล้ว ยังเปลี่ยนชีวิตเราแบบ physically ด้วย เพราะต้องไปดูแลแฟนช่วงที่นอนรพ. กับตอนพักฟื้น เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราต้องคิดถึงคนอื่นแบบจริงๆ จังๆ ไม่ใช่แค่ว่าเราปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นยังไง ส่วนหนึ่งที่ทำให้ปี 2023 เป็นปีที่ดีสำหรับเรา คือ ปีนี้เป็นปีที่แฟนเรากลับมาใช้ชีวิตตามที่ตัวเองต้องการจริงๆ ได้แล้ว ช่วงก่อนหน้านี้ 2-3 ปีหลังรถชนแฟนยังต้องไปไหนมาไหนกับเราตลอดเพราะยังดูแลตัวเองไม่ได้ 100% และยังต้องให้ช่วยในบางเรื่อง ทำให้หลายอย่างเราต้องตัดสินใจแทนเขาเพราะในตอนนั้นต้องอ้างอิงตามความสะดวกและงานของเราว่าเราต้องไปไหน ทำอะไร ปีนี้เป็นปีแรกที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา เมื่อก่อนก่อนรถชนเวลากลับบ้านเรากลับคนเดียวไง แฟนอยู่กทม. แต่ช่วงรถชนก็ต้องไปกลับด้วยกัน สำหรับเราการได้แยกกันอยู่จึงเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ไม่ใช่ว่าเพราะไม่อยากอยู่ด้วยกันนะ แต่มันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่าแฟนเรากลับมาพึ่งพาตัวเองได้ 100% โดยไม่ต้องให้เราช่วยแล้ว ไม่ใช่ว่าเราขี้เกียจจะช่วยหรือเหนื่อยแล้วหรอกนะ แต่การช่วยของเราต่อให้เรามีความปรารถนาดีแค่ไหน พยายามเข้าใจเขาแค่ไหน สุดท้ายคนช่วยก็ต้องเอาความสะดวกของตัวเองเป็นที่ตั้งอยู่ดี เพราะไม่งั้นก็ช่วยลำบาก ซึ่งเมื่อเราเอาความสะดวกของตัวเองเป็นที่ตั้งก็เท่ากับเราได้พรากอำนาจการตัดสินใจบางอย่างไปจากเขาไม่ว่าเราจะพยายามแค่ไหนก็ตาม และแน่นอนว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรน่ายินดีไปกว่าการได้อำนาจ สิทธิในการควบคุมชีวิตของตัวเองกลับมา
เรื่องต่อไปคือ Stoicism กับประสบการณ์ชีวิต คือจริงๆ เราสนใจสโตอิกมานานแล้วแหละ แต่ก่อนหน้านี้ ก่อน Nexus Event สโตอิกมันเหมือนคำแนะนำดีๆ ที่เราฟังแต่ไม่ทำตามอะ 555555 ช่วงหลัง Nexus Event นี่แหละที่เราได้มานั่งตกผลึกและน้อมนำคำสอนของสโตอิกมาใช้จริงๆ อ่อ นอกจาก Nexus Event อีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเข้าใจตัวเองและสิ่งรอบข้างมากขึ้นคือไซคีเดลิก หลายคนน่าจะเคยได้ยิน All is one, one is all. มากันหลายครั้งแล้ว ไม่ว่าจะในการ์ตูน ในซีรีส์ คำสอนอะไรต่างๆ แต่ไซคีเดลิกเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้าใจคำนี้จริงๆ จังๆ ทำให้เรารู้สึกถึงการเป็นส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของโลก ของจักรวาล ถ้าจะให้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องไปท่องทริปไซคีเดลิกเอง (แม้จะแนะนำว่าอยากให้ทุกคนลองและพร้อมเป็นซิตเตอร์ให้ก็ตาม 😆) ให้นึกว่าโลกของเรา จักรวาลของเราประกอบด้วยอะไร สสาร (อะตอม) + พลังงาน ความแตกต่างที่แยกเราออกจากสิ่งรอบตัว ให้เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ส่วนเดียวกับเราคืออะไร ความแตกต่างระหว่างพันธะของอะตอมรอบๆ ตัวเรา และปฏิสัมพันธ์ของกลุ่มอะตอมเหล่านั้น แต่จริงๆ แล้ว ทุกอย่างก็แค่อะตอมกับช่องว่างระหว่างอะตอม ถ้าจักรวาลคือผืนผ้าใบ เราก็คือองค์ประกอบหนึ่งในภาพ สีเราอาจจะต่างจากสิ่งข้างๆ แต่จริงๆ แล้วเราก็แค่เม็ดสีกับผืนผ้าใบ
ถามว่าเข้าใจเรื่องนี้แล้วมันได้อะไร บอกไม่ถูก แต่มันทำให้บางอย่างในหัวมันคลิกเข้าที่เข้าทาง ถ้าอธิบายง่ายสุดก็คงทำให้เรามี Empathy ต่อคนและทุกสิ่งรอบตัวมากขึ้น เพราะทุกอย่างรอบตัวเราก็เป็นหนึ่งเดียวกับเราแค่คนละฟอร์ม
ต่อมาอีกเรื่องที่ได้จากสโตอิกและไซคีเดลิกคือความสำคัญและทรงพลังของการรู้สติ อันนี้ต้องบอกว่าจุดเริ่มต้นมันมาจากไซคีเดลิกก่อน คือหลังจากทริปมันมักมี After effect ที่ทำให้เรารู้ตัว รู้สติ รับรู้สิ่งรอบข้างได้ดีขึ้นและโฟกัสสิ่งต่างๆ มากขึ้น นานขึ้นด้วย จำได้ว่าครั้งที่อัศจรรย์ที่สุดคือวันหลังทริปที่วันนั้นทั้งวันเรามีสติรู้ตัวเกือบทั้งวันว่าทำอะไร บางคนน่าจะจำได้ที่มีช่วงนึงที่เราพูดถึงการนั่งสมาธิ ทำสมาธิบ่อยๆ ช่วงนั้นแหละคือช่วงหลังทริป และพอได้ประสบการณ์มีสติแบบตั๋วฟรี หลังจากนั้นเราถึงได้เอาสโตอิกมาจับอีกที คือรู้สติเองแบบไม่ต้องพึ่งของเมา 55555555
ถามว่าการรู้สติมันดียังไง การรู้สติดีเพราะว่ามันทำให้เราตระหนักว่า เราจะเป็นอะไรก็ได้ I mean literally anything that humanly possible with enough time. ทำไมการรู้สติทำให้เราเข้าใจเรื่องนี้ เพราะเมื่อเรารู้สติ เราจะตระหนักว่า จริงๆ แล้วเราไม่ต้องเป็นอะไรเลย ไม่ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดอะไรขึ้นกับเราก็ตาม เมื่อ 5 นาทีที่แล้วเราจะทำอะไร เมื่อ 10 ปีที่แล้วเราจะทำอะไรล้วนไม่เกี่ยวข้องกับตัวเรา ณ ปัจจุบัน สิ่งเดียวที่มีและดำรงอยู่ในตอนนี้ คือตัวเราในปัจจุบัน เมื่อเราตระหนักว่าเราไม่ต้องเป็นอะไรเลย เราจึงเป็นอะไรก็ได้
เอวัง จบแบบนี้ได้มั้ย? 55555
ปล. อาจจะมีภาคต่อ แต่วันนี้รู้สึกว่าจบประมาณนี้กำลังสวย
#Siamstr
ก่อนจะสรุปบทเรียนของปีที่ผ่านมา ขออวดผลงานตาม KPI เดียวที่เลามีก่อน นั่นก็คือ ชั่วโมงการทำงาน
ปีที่แล้วทำงานไปทั้งหมด 546 ชั่วโมง ถ้าคิดเป็น office hours ปกติ เท่ากับเราทำงานไป 68.25 ~ 69 วัน Nice!! 🤣
#Siamstr
https://image.nostr.build/7a2e2ccc2cde4d47a8d7f64dc152284cc477a2e97736e1498f1bb05de1d698a5.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=603x857&blurhash=%5EES%24P_XSOUXlS%7EWBtlkCjFWVaeaeuhozRPaKVtoLQTkWkCWBkVbHVsfkV%40kCkCj%5Bo%7Dayf6kCjaayV%40WBWoj%5Bj%5Bj%5BtlWBafaeaeayV%5BRjj%5Bf6j%5Bj%5B&x=7c833897f8766a504fae9d16e938cfcc79b2d19286b9db99299bee2e10b1128a
สิ่งสำคัญที่สุดของคนที่สมาทานแนวคิดเริ่มต้นด้วยตนเอง คือ คุณควรเริ่มต้นที่ตัวเองจริงๆ ไม่ใช่ไปสั่งสอนคนอื่นให้เริ่มต้นด้วยตัวเอง ถ้าเขาขอคำแนะนำเราว่าทำยังไงดีก็อีกเรื่อง เราอาจจะแนะนำเขาได้ว่าควรทำยังงั้น ยังงี้ แต่ถ้าเขาไม่ได้ขอคำแนะนำ การไปเที่ยวบอกคนอื่นว่าเริ่มต้นที่ตัวเองสิ คือ การไร้ความรับผิดชอบ
ทำไมการบอกคนอื่นว่าให้เริ่มที่ตัวเองจึงถือว่าไร้ความรับผิดชอบ เพราะแต่ละคนมีเงื่อนไขในชีวิตไม่เหมือนกัน การเริ่มต้นด้วยตัวเองของแต่ละคนต้นทุนไม่เท่ากัน
จุดอ่อนที่ร้ายแรงที่สุดของคนที่สมาทานแนวคิดเริ่มต้นด้วยตนเองไม่ว่าจะจากแนวคิดแบบพุทธหรือสโตอิกคือ พอจัดการตนเองได้ดี รับมือกับอารมณ์ตัวเองได้ ก็จะเริ่มคิดว่า มันก็ไม่ยากนี่หว่า ทำไมคนอื่นไม่รู้จักทำบ้างวะ แล้วก็เริ่มดูแคลนคนอื่นว่าไม่รู้จักเริ่มที่ตัวเอง ทั้งที่จริงๆ ตัวคุณเองก่อนจะมาถึงจุดที่ลงตัว รับมือสรรพสิ่งรอบตัวได้ คุณก็หัวหมุน ทำอะไรไม่ถูกมาก่อน แต่เมื่อเรารับมือกับปัญหาของตัวเองได้ ปัญหาของคนอื่นจะดูกระจอกเสมอ
ด้วยเหตุนี้ พวกนักคิดสโตอิกถึงมีโคว้ททำนองว่า ให้เคร่งครัดกับตนเองและผ่อนปรนกับคนอื่นเยอะแยะไปหมด เพราะคนเรามักเผลอมองปัญหาของคนอื่นด้วยมุมของตัวเองเสมอโดยลืมไปว่านั่นคือปัญหาของคนอื่น เราควรมองในมุมของคนอื่นด้วย ไม่ใช่มองจากมุมคนนอกอย่างเดียว
การที่คุณหาทางออกปัญหาในชีวิตคุณได้เป็นเรื่องน่ายินดี แต่คุณก็ไม่ควรใช้ไม้บรรทัดของตัวเองมาใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินปัญหาของผู้อื่น ถ้าอยากช่วยเขาก็ช่วย ถ้าไม่ช่วยก็ไม่ต้องไปชี้หน้าด่าเขาว่าโง่จริงๆ ทำไมไม่ทำแบบกู
ถ้าจะเริ่มต้นด้วยตัวเองจริงๆ ก็ควรเริ่มด้วยการไม่ไปเสือกปัญหาของคนอื่น
เอวัง
#Siamstr
No man ever steps in the same river twice, for it's not the same river and he's not the same man.
- Heraclitus
สวัสดีปีใหม่ครับทุกคน 😍
#Siamstr
อาทิตย์ก่อนค่า liquidity แพง แสน sat ตั้ง 200 เลยกะว่ารอก่อนแล้วกัน อาทิตย์นี้ขึ้นเป็น 700 😵😵😵
#Siamstr
https://image.nostr.build/d65728ee9ac72648216fda41d91db6cc88316bd6b7ba3d16e4c0c14811044ce5.jpg#m=image%2Fjpeg&dim=956x1920&blurhash=%5B24C9oWA8wj%5DO%5Bj%40rAWCtURjZ%7DogRja%7Dt6WBMvWVx_jZVVRjt.s%3AVBj%5Bu6WAvxRjcaofn2aypKae&x=630288443c343999bde54b1ee22fd95472190bed2616eff7b16791aa8a371d2a
ถ้าศึกษาความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างประเทศใน EU กับแอฟริกาและอเมริกาใต้ไปถึงระดับหนึ่ง เราจะเริ่มเห็นภาพว่า ความเจริญรุ่งเรืองทั้งหลายของ EU และประเทศโลกที่หนึ่งล้วนมาจากการขูดรีดเอาจากประเทศอื่นๆ รอบข้างทั้งนั้น ไอ้ที่ว่าเจริญกว่าเพราะเทคโนโลยีดีกว่าก็เป็นเพียงเสี้ยวเล็กๆ แต่ส่วนสำคัญสุดจริงๆ คือการเหยียบหัวประเทศคู่ค้าไม่ให้มีวันได้โงหัวต่างหาก
จะยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดๆ ให้ นั่นคือ ช็อกโกแลต ไทยเรากระแสช็อกโกแลต single origin/craft เพิ่งเกิดขึ้นแค่ไม่นานเอง แต่สังเกตอะไรมั้ย ไทยเรามีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผลโกโก้เป็นของตัวเองเยอะพอสมควรแล้ว เราแทบจะแปรรูปโกโก้ในประเทศเองเกือบทั้งหมดเลยแล้วขายแค่สินค้าแปรรูปไม่ค่อยมีการขายผลโกโก้เฉยๆ กลับกัน แอฟริกา/อเมริกาใต้ที่ปลูกโกโก้มาก่อนไทยตั้งนาน เรากลับแทบไม่เคยเห็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากโกโก้ที่ออกมาจากแอฟริกาเลย แต่เราได้ช็อกโกแลตเบลเยียมแทน แล้วถามว่าเบลเยียม/สวิสเนี้ย มันปลูกโกโก้ได้เองที่ไหน แล้วทำไมประเทศในแอฟริกาไม่แปรรูปเอง ทำไมต้องส่งออกไปให้ EU ก่อน?
รู้ไหมว่าหลายประเทศในแอฟริกาไม่สามารถแลกเปลี่ยนเงินตราของตัวเองเป็นเงินตราต่างประเทศได้โดยตรง หากไม่ผ่านทางอดีตเจ้าอาณานิคมของตัวเองในยุโรปก่อน หลายประเทศในแอฟริกาต้องแลกเงินตัวเองผ่านฝรั่งเศสเท่านั้น แลกกับประเทศอื่นโดยตรงไม่ได้ ลองคิดว่าทำไมหลายประเทศในแอฟริกาถึงยอมไปกู้เงินจีนทั้งๆ ที่รู้ว่าตอนจบมันจะไม่สวย ส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาลคอรัปชั่นก็จริง แต่อีกส่วนหนึ่งก็เพราะว่า อดีตเจ้าอาณานิคมอย่าง EU ก็ไม่ใช่พันธมิตรที่ดีเท่าไร
ลิงก์ในด้านล่าง คือ ตัวอย่างความสัมพัทธ์ระหว่างฝรั่งเศสและประเทศอดีตอาณานิคม จาก NY Times ไม่ต้องผ่าน Pay Wall เลาจ่ายให้แล้ว อ่านได้เลย
#Siamstr
‘Down With France’: Former Colonies in Africa Demand a Reset 

‘Down With France’: Former Colonies in Africa Demand a Reset (Published 2022)
Decades after independence, many African countries are increasingly troubled by the ongoing influence of their former colonial power.