chontit's avatar
chontit
chontit@siamstr.com
npub1r27y...hxu8
Road to freedom :)
chontit's avatar
chontit 11 months ago
❗️สารถึงผู้ที่รันโหนดบิตคอยน์หรือผู้ที่กำลังอยากรันโหนดครับ 😇 ‼️ระบบไฟฟ้า "โคตรสำคัญ" ✅ . 🧡 ตั้งแต่เริ่มต้นรันโหนดด้วย Raspberry Pi5 ,, ผมได้รับประสบการณ์ไฟฟ้าดับประมาณ 5-10 รอบได้ แต่ทุกครั้งเจ้า Pi5 ก็กลับมาออนไลน์ได้เอง (พอไฟฟ้ากลับมาปกติ.. ตัว Pi5 มันก็ทำงานต่ออัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องไปกดปุ่มเปิดเครื่อง) แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม 5555 😰 . ❗️ประมาณ 3 วันก่อน.. ผมก็เข้า Lightning Wallet ของตัวเองไม่ได้ จึงเข้าไปเช็คที่ Umbrel OS แล้วพบว่า.. ..Bitcoin Node มันค้างที่ "Starting" ก็คือมันมีปัญหาบางอย่างที่ทำให้ระบบทำงานต่อไม่ได้ ❌ จึงเช็คจาก Trobleshoot ของ Umbrel เลยรู้ว่า "ไฟล์ Database ของ Bitcoin node มันเสียหาย" แน่นอนว่ามันเกิดจากการที่ "ไฟดับ" เนี่ยแหละ (คือถ้าไฟฟ้าดับตอนที่ Pi5 มันกำลังเขียนไฟล์ลงบน Harddisk อยู่ .. มันก็ทำให้ไฟล์นั้นพังได้ และนำไปสู่ระบบมันทำงานต่อไม่ได้เป็นโดมิโน่) 🫠 . โดยข้อความ Error แบบเป๊ะ ๆ ก็คือ ➡️ bitcoin_bitcoind_1 | EXCEPTION: 15dbwrapper_error ➡️ bitcoin_bitcoind_1 | Fatal LevelDB error: Corruption: checksum mismatch: /data/.bitcoin/indexes/txindex/890080.log ➡️ bitcoin_bitcoind_1 | bitcoin in AppInit() ❗️ผมก็ได้หาวิธีแก้ไขปัญหาจาก Community Umbrel ซึ่งมีคนแนะนำให้ทำการ Re-index blockchain ใหม่ !!! ✅ ก็เลยเริ่มต้น reindex bitcoin blockchain ใหม่ทั้งหมด ,, โดยเจ้า Pi5 ใช้เวลาไปทั้งสิ้น 2 วันเต็ม ๆ ‼️ปัญหาต่อมาก็คือ... Lightning Channel ที่เราเปิดค้างไว้ ,, มันจะยังอยู่เหมือนเดิมมั้ย ? แน่นอนว่าพอระบบปกติ ผมก็ไล่เช็คที่ละ App ที่เกี่ยวกับ Bitcoin ➡️ Bitcoin Core ปกติ ✅ ➡️ Electrum Rust Serve ปกติ ✅ ➡️ Lightning Node (LND) เปิดได้ปกติ.. แต่ Channel Offline ❌ ➡️ Alby Hub เปิดได้ปกติ.. แต่ให้เราเริ่มต้น Open Channel ใหม่ !!❌ image ‼️งานเข้าละ .. ต้องเสีย sat ในการปิด-เปิด Channel อีกแล้วหรอ.. ไม่นะ 🥹 . …แต่เหมือนสวรรค์มาโปรด .. ระหว่างที่กำลังจะปิด Channel นั้น.. เจ้า Alby Hub ก็ขึ้นว่า "Channel Online" ✅ image 🎉 เย้ .. จบการรีวิว 🙏🧡 . ป.ล.1 โหนดผมพังหลังจากที่ทำคลิปสอนการติดตั้งและใช้งาน Umbrel OS (อ้าวว.. อุตส่าห์โฆษณาไว้ชะเยอะ 55555) 🫠 ป.ล.2 เพราะฉะนั้นใครที่อยากจะรัน Lightning Node เพื่อทำเป็น Non-Custodial Lightning Wallet ด้วยเจ้า Umbrel OS ละก็... ไม่ต้องกังวลเรื่องโหนดพังแล้วจะมีปัญหาเรื่องการ Recovery Wallet นะครับ ผมพิสูจน์ให้แล้ว 😆 ,, ตราบใดที่ยังเปิด Umbrel OS ขึ้นมาได้ .. เราก็จะค่อย ๆ แก้ไขปัญหาทีละ step ไปด้วยกัน 😘🙏 ป.ล.3 หวังว่าโพสต์นี้เป็น Lessons Learned ให้กับเพื่อน ๆ ได้.. โดยที่ไม่ต้องรอเจอปัญหากับตัวเองนะครับ 😇 ป.ล.4 ผมไม่ได้ Capture ภาพตอนที่ Bitcoin Node มัน Error ไว้ .. ตอนนั้นไม่แน่ใจว่าจะ Recovery กลับมาได้มั้ย (แอบใจเสียอยู่เหมือนกัน) 5555 😆 #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #bitcoinselfcustody #Siamstr
chontit's avatar
chontit 11 months ago
❗️สืบเนื่องจากวันก่อนได้สนทนากับพี่ชายท่านหนึ่งในเรื่องของ “การเก็บบิตคอยน์” แบบจริงจัง 🧡 ➡️ โดยไล่ตั้งแต่ Seedphrase คืออะไร, Passphrase คืออะไร, xpub zpub หรือ Watch-only wallet คืออะไร .. หรือถ้าคอมพิวเตอร์หรือมือถือที่เราทำ Watch-only wallet ไว้ มันพังหรือหาย (ถูกขโมย) เราจะ Recovery กระเป๋าเก็บบิตคอยน์ได้ยังไงบ้าง บลา ๆ ๆ ๆ 🫠 . ‼️ซึ่งมีคำถามหนึ่งจากพี่ท่านนั้นถามว่า “พี่จะทำยังไงให้กระเป๋าของพี่มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ?” 🤯 …อ้ออ .. ลืมบอกไปว่าผมสร้างกระเป๋าแบบ Single signature wallet ไว้ให้แกแล้ว และก็ย้ำให้แกเก็บ Seedphrase ทั้ง 24 คำไว้ดี ๆ ,, จากนั้นก็ทำ Watch-only wallet ไว้บนคอมพิวเตอร์ของแกด้วยโปรแกรม Sparrow Wallet และทำไว้บนโทรศัพท์มือถือด้วย App Blue Wallet ,, และก็บอกให้แกใช้ Sparrow Wallet หรือ Blue Wallet ในการ Monitor Bitcoin Balance หรือสร้าง Address สำหรับรับโอนบิตคอยน์เพิ่ม (โดยไม่ต้องสนใจ Seedphrase ที่จดไว้) ✅😘 ❗️เอาจริง ๆ ที่แกมีก็โคตรปลอดภัยแล้ว 555 🤣 . ซึ่งผมก็คาดว่า… คงมีมือใหม่หลาย ๆ คนตั้งคำถามในลักษณะเดียวกัน เช่น ➡️ เก็บบิตคอยน์บน Exchange ได้มั้ย ? ➡️ ใช้ Hardware wallet แบบไหนดี ? ➡️ ใช้ Passphrase ดีมั้ย ? ➡️ จำเป็นแค่ไหนต้อง Multisig ? ฯลฯ . ✅ ผมเลยลองออกแบบ Tree Diagram ของกระบวนการตัดสินใจเลือกใช้งาน Bitcoin Self-Custody Wallet แต่ละประเภท 👍 ‼️ซึ่งคำถามอาจจะไม่ได้ครอบคลุมทุก ๆ เงื่อนไข (เพราะมันเยอะมาก) แต่ก็คาดหวังว่าจะเพียงพอที่ทำให้เราได้ “เลือก” แนวทางที่เหมาะสมกับตัวเราที่สุดครับ image ➡️ จุดเริ่มต้น : ตำแหน่งบนสุด “ต้องการเก็บ ‘บิตคอยน์’ ด้วยตัวเองใช่มั้ย ?” 🤔 ➡️ ผลลัพธ์สุดท้าย : ช่องสีส้มที่มีเครื่องหมายขีดถูก ✅ ,, และจำนวนเครื่องหมาย ✅ จะแสดงถึงระดับของความปลอดภัย (คร่าว ๆ) 😎 . ก็หวังว่า…เพื่อน ๆ เหล่า Bitcoiner มือใหม่ทั้งหลายคงได้ใช้ประโยชน์จาก Bitcoin Self-Custody Decision Tree Diagram นี้.. ไม่มากก็น้อยครับ 🧡😇 #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #bitcoinselfcustody #Siamstr
chontit's avatar
chontit 1 year ago
🙋‍♂️ ECDSA ฉบับเตรียมสอบ‼️ #Siamstr ❗️ทุกคนที่ผ่านการร่ำเรียนในระดับชั้นต่าง ๆ มาคงรู้ใช่มั้ยครับว่าก่อนสอบจะมีเพื่อนมาปล่อยโผ!! ซึ่งมันคือข้อมูลที่นำไปใช้สอบเพื่อ 'ผ่าน' แต่คงไม่มีทางเข้าใจอย่างถ่องแท้จากแค่โผแน่ ๆ 5555 😊 ✅วันนี้ผมก็ขอลองปล่อยโผ ECDSA ให้เพื่อน ๆ ลองอ่านเล่น ๆ กันนะครับ เผื่อต้องไปตอบคำถามป้าข้างบ้านว่าทำไม Bitcoin Address มันถึงคำนวนย้อนกลับไปหา Private Key ไม่ได้ 🤔 . ➡️ เริ่มต้นด้วยทฤษฎีก่อน ,, ECDSA ย่อมาจาก Elliptic Curve Digital Signature Algorithm โดยในตัวบิตคอยน์เนี่ย.. มันใช้ Parameters secp256k1 ซึ่งในรายละเอียดมันคืออะไรนั้น .. ช่างมันเถอะนะ 😎 เอาเป็นว่า... ✅ มันคือกล่องสี่เหลี่ยมที่เต็มไปด้วยจุดตัวเลขจำนวนเต็มพิกัด x,y ต่าง ๆ 'จำนวนมหาศาล' ,, ถ้าจินตนาการไม่ออกว่ามันเยอะแค่ไหนลองดูภาพประกอบด้านล่างได้ ➡️ ค่า x และ y ที่เป็นไปได้ คือ จำนวนเต็มที่มีค่าระหว่าง 0 ถึง 1.15792 x 10^77 หรือประมาณ "หนึ่งแสน หนึ่งหมื่น ห้าพัน เจ็ดร้อย เก้าสิบ สอง ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน ล้าน" ตัวเลขเท่านั้นเอง 😇 ➡️ ค่า x, y ทุก ๆ ค่าจะเป็นไปตามสมการ y^2 mod p = x^3 + 7 mod p (ใคร งง ตรงนี้ข้ามไปได้เลย ,, ไว้วันที่กินเบียร์งาน Meetup เดี๋ยวเล่าให้ฟัง) 👍 . ❗️ทีนี้เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ทำไมเราถึงไม่สามารถคำนวนย้อนกลับจาก Bitcoin Address ไปหา Private Key ได้ ? ลองดูในรูปประกอบนะฮะ ,, ซึ่งเป็นตัวอย่างการคำนวนแค่ 5G เพื่อให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพเท่านั้นเอง image ➡️ เริ่มต้นจากจุด G หรือเป็นค่าคงที่ที่กำหนดไว้แล้ว เรียกว่า Generator Point (หมายเลข 1 ในภาพประกอบ) 1️⃣ จากนั้นคำนวนหา 2G (2G = G+G) ซึ่ง..มันมีสมการคำนวนแหละ แต่ยังไม่ต้องรู้หรอก ,, เอาเป็นว่า เราจะได้จุด 2G ตามหมายเลข 2 ในภาพประกอบ 2️⃣ จากนั้นคำนวนหาจุด 4G ซึ่งเราจะใช้ข้อมูลจากจุด 2G มาคำนวน (4G = 2G + 2G) ทำให้การคำนวนรวดเร็วมากขึ้น (เร็วกว่า 4G = G+G+G+G) 3️⃣ สุดท้ายก็จะนำค่าพิกัด x,y ที่จุด 4G มาบวกกับค่า G ก็จะได้พิกัดของจุด 5G ตามต้องการ เย้ 🎉 ✅ แต่ถ้าเราต้องการ 10G ล่ะ ? ใช่แล้วแหละ เราก็จะคำนวนจาก 10G = 5G+5G ก็จะได้ตำแหน่งของ 10G ทันที ,, และเช่นเดียวกัน ถ้าเราต้องการตำแหน่ง 100G เราก็จะใช้วิธีการบวกทบ ๆ กันไปเรื่อย ๆ ตามตัวอย่างแบบที่อธิบายแหละ 👍 . 🙋‍♂️ ดูแล้วก็ไม่น่ายากนี่น่า.. งั้นลองคิดกลับกัน ‼️ถ้าเรารู้พิกัด x = 7.33209 x 10^76 และ y = 7.40137 x 10^76 ,, เราจะสามารถหา 'จำนวนตัวเลข' ที่มาคูนกับ G แล้วผลลัพธ์เป็นพิกัดดังกล่าวได้มั้ยนะ ? 🤔 ✅ ใช่แล้ว.... มันไม่มีสมการคำนวนย้อนกลับ ,, เพราะฉะนั้น เราไม่มีทางรู้ว่า 'ตัวเลข' ไหนที่นำมาคำนวนกับค่า G แล้วจะได้ผลลัพธ์นั้นแบบ 'พอดีเป๊ะ ๆ' นอกจากว่าจะลองคำนวนจาก G+G+G+G..... ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอตัวเลขที่ต้องการ 👍 . ❗แต่ Bitcoin Address มันไม่ได้คำนวนจากตัวเลขน้อย ๆ แค่ 5G เหมือนที่ผมสาธิตหน่ะสิ ‼️ตัวเลขจำนวนเต็มที่ใช้คูนกับค่า G มันก็คือ 'Private Key' นั่นเอง ➡️ สมมุติว่า Private Key = 0000000000000000000000000000000000000000000000000DE0B6B3A7640000 ➡️ เมื่อแปลงเป็นเลขฐาน 10 คือ 1,000,000,000,000,000,000 (1 ล้าน ล้าน ล้าน) นั่นหมายความว่า ... ✅ กระบวนการ kG ก็คือ การบวกค่า G เรื่อย ๆ ทั้งหมด '1 ล้าน ล้าน ล้าน' ครั้ง ,, แล้วผลลัพธ์ที่ได้จะถูกนำไปใช้คำนวนหา Public Key ต่อไป (ผลลัพธ์ยังไม่ใช่ Bitcoin Address นะฮะ ,, การได้ Bitcoin Address ที่เราใช้งานกันยังต้องผ่านกระบวนการเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย) 🙋‍♂️ รู้แบบนี้แล้ว… ยังจะมีใครลองพยายามคำนวน Public Key กลับไปเป็น Private Key อยู่อีกมั้ยนะ ? 😘 . ❗ทิ้งท้ายไว้อีกนิด เผื่อมีคนสงสัยว่า…ถ้าเราใช้วิธีการ 'สุ่ม' ไปเรื่อย ๆ หรือ Brute Force ทำได้มั้ย ? 🤔 ✅ ขอตอบว่า ‘ทำได้แน่นอน’ แต่...ชาตินี้คุณมีเวลาชีวิตพอหรือป่าวล่ะ ? ➡️ ยกตัวอย่าง Private Key ด้านบน ,, คุณใช้คอมพิวเตอร์ที่สามารถสุ่มได้ 1 ล้านรหัสต่อวินาที (โคตรเร็ว) 😱 ➡️ คุณต้องใช้เวลาอีก 1 ล้าน ล้าน วินาที ในการสุ่มจนกว่าจะเจอ Private Key (ประมาณ 11,574,074 วัน หรือ 31,709 ปี) 🥶 . 🙋‍♂️ พอเห็นภาพกันมั้ยครับ ? ว่า.. 🧡 'บิตคอยน์' เป็นระบบการเงินที่โคตรของโคตรปลอดภัยในปัจจุบันนี้เลย ป.ล.ภาพประกอบผมใช้ Matlab สร้างกราฟให้ครับ ,, ส่วนผลลัพธ์การคำนวนแต่ละจุดให้ ChatGPT ช่วย ,, ตัวเลขอาจจะตรงบ้างไม่ตรงบ้าง แต่โดยหลักการแล้วถูกต้องตามนี้ 😇🙏 #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #Siamstr
chontit's avatar
chontit 1 year ago
🙋‍♂️ เมื่อวานได้ฟังพี่หลามอธิบายถึงโครงสร้างของข้อมูลแต่ละ Block ของบิตคอยน์ใน Right Tech EP.1 แล้วพบว่า... มันมหัศจรรย์มากกกกกก ผมเลยต้องกลับไปอ่านหนังสือ Mastering Bitcoin 2nd by Andreas M. Antonopoulos อีกรอบ 5555 😊 ❗️ซึ่งโพสต์นี้จะขอขยายความว่าเจ้าระบบบิตคอยน์ที่ทุกคนเคยได้ยินมาว่า "มันเปลี่ยนแปลงข้อมูลไม่ได้" หมายถึงอะไรกัน ? 🤔 . ➡️ จริง ๆ ต้องเกริ่นก่อนว่า.. Database ทุก ๆ ชนิดบนโลกมันสามารถ "เปลี่ยนแปลงข้อมูล" ได้ และ "Block chain" มันก็คือ Database ชนิดหนึ่งที่ใช้กระบวนการเก็บข้อมูลต่อเนื่องเรียงกันเป็น Block ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด และสามารถเรียกดูข้อมูลจากอดีตถึงปัจจุบันได้ทั้งหมด (ต่างจาก Database บางระบบที่ใช้การบันทึกข้อมูล "ซ้ำ" ลงไปแทนที่ข้อมูลเดิม) ดังนั้น ข้อมูลในตัว Block Chain มันก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน ✅ . แต่‼️ ระบบบิตคอยน์นั้น ,, เราได้เพิ่มกระบวนการที่เรียกว่า "Cryptographic Hash Algorithm" มาประกอบการใช้งานกับ Block chain ซึ่งมันคือการ "เก็บลายนิ้วมือ" ของข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่ในบล็อกนั้น และมีการบรรจุ "ลายนิ้วมือ" อันนี้ลงไปในบล็อกถัดไปที่กำลังจะสร้างด้วย 👍 ✅ กระบวนการนี้จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในบล็อกก่อนหน้านั้น "ทำไม่ได้" เพราะว่าถ้ามีส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อมูลในบล็อกก่อนหน้า "เปลี่ยนไป" แม้เพียงเล็กน้อย (เช่น การเพิ่มเว้นวรรค หรือตัวอักษรพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็กไม่เหมือนกัน) ก็จะส่งผลให้ "ลายนิ้วมือ" ของข้อมูลในบล็อกนั้น "เปลี่ยนไป" ทั้งหมด 😎 . image จากภาพประกอบจะเห็นได้ว่า ➡️ Block Height : 277,316 จะมีส่วนข้อมูล "ลายนิ้วมือ" จากบล็อก 277,315 ➡️ Block Height : 277,315 ก็จะมีส่วนข้อมูล "ลายนิ้วมือ" จากบล็อก 277,314 ➡️ Block Height : 277,314 ก็จะมีส่วนข้อมูล "ลายนิ้วมือ" จากบล็อก 277,313 ✅ และแน่นอนว่า Block Height : 277,317 ก็จะต้องนำ "ลายนิ้วมือ" จากบล็อก 277,316 ไปประกอบเป็นส่วนหนึ่งในข้อมูลของบล็อก ‼️ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ใน Block Header นั้น ถูกคิดมาเป็นอย่างดีแล้วว่า "สำคัญ", "ประหยัดพื้นที่" และ "มีความรวดเร็วในการยืนยัน" ,, โดยเฉพาะส่วนของ Merkle Trees ซึ่งเป็นข้อมูล Hashing ของ Transaction ทั้งหมดในบล็อกนั้น (การใช้โครงสร้าง Merkle Trees นั้นจะช่วยให้การยืนยันข้อมูลธุรกรรมของ "Node" เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากที่สุด) . ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า… ❗️ข้อมูลใน Block Chain มันสามารถ “เปลี่ยนแปลง” ได้ ✅ ‼️แต่ Block Chain ของระบบบิตคอยน์จะมีส่วนที่เรียกว่า Block Header Hash ซึ่งเปรียบเสมือน "ลายนิ้วมือ" ของข้อมูลในบล็อกก่อนหน้า ✅ เจ้าส่วนนี้แหละที่เป็นตัวทำให้การแก้ไขข้อมูลในบล็อกเป็นเรื่องที่ "เป็นไปไม่ได้" เพราะทันทีที่มีการแก้ไข.. ข้อมูลในบล็อกถัดมาก็จะ Invalid ทันที 🥷และหากใครที่อยากจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆ ในบล็อก.. ก็จำเป็นที่จะต้องสร้างบล็อกลำดับถัดไปด้วย "ตนเอง" และต้องทำด้วยอัตราเร่งที่เร็วกว่า 10 นาทีต่อบล็อก เพื่อให้ Block Chain ของคุณนั้น Valid และกลับมาอยู่ใน Bitcoin Network 🎉 . อ้อ.. ข้อมูลที่สามารถแก้ไขได้จะมีแค่ "ข้อมูลธุรกรรมของตัวคุณเอง" เท่านั้นนะ ,, คุณจะไปแก้ไขข้อมูลว่าเรามี 10,000 บิตคอยน์ “ไม่ได้”‼️ไม่ว่าจะโดยวิธีการใด ๆ ก็ตาม 😇 ป.ล.สินทรัพย์อื่น ๆ ทำได้มั้ยน๊าาาา 😎😘 #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #Siamstr
chontit's avatar
chontit 1 year ago
GM #Siamstr 🧡 ถาม : ทำไมผมถึงชอบมองทุกอย่างเป็นกราฟ ? 🤔 ตอบ : เพราะว่ามันเห็นแนวโน้มในอนาคต และตีความได้ง่าย ,, ข้อมูลถูกนำเสนอครบถ้วนภายในภาพเพียงภาพเดียว ✅ . image ❗️ยกตัวอย่างกราฟนี้ ,, ผมลองเปรียบเทียบง่าย ๆ ว่า… ‼️ถ้าเราต้องการ “ปริมาณเงินบาท” เพิ่มขึ้น โดยการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีอัตราเติบโตทบต้นเฉลี่ย 30% (i.e. บิตคอยน์) ,, แต่ไม่ได้มีความเข้าใจมากพอที่จะเก็บรักษาบิตคอยน์ทั้งหมดเอาไว้ ,, จึงอยากขายบางส่วนเพื่อดึงต้นทุนออกก่อน และปล่อยให้กำไรมันเติบโตต่อไป… . ผลมันเป็นยังไงนะ ? 🤔 . 1️⃣ กำหนดเงินต้นจำนวน 100,000 บาท ซื้อบิตคอยน์ ณ วันนี้ที่ราคาประมาณ 3,300,000 บาท ,, เราจะได้บิตคอยน์จำนวน 0.03030303 BTC (3,030,303 satoshi) ✅ 2️⃣ ระหว่างที่เราได้กำไรจากมูลค่าบิตคอยน์ที่เพิ่มขึ้น.. เราก็จะขายส่วนต่างกำไรออกมา เช่น ผ่านไป 1 ปี เรามีกำไร 30,000 บาท ,, เราก็จะขายบิตคอยน์มูลค่า 30,000 บาทเป็นเงินสด และปล่อยให้ส่วนที่เหลือเติบโตต่อไป (กราฟเส้นสีแดง) 😇 3️⃣ เราจะทำการขายประมาณ 4 ครั้ง (ปีละ 1 ครั้ง) เพื่อได้เงินต้นที่มีมูลค่า 100,000 บาท คืนกลับมา 🎉 4️⃣ เมื่อถึงตอนนี้ เราจะมีบิตคอยน์เหลืออยู่เพียงแค่ 0.01273192 BTC และปล่อยให้เกิด Capital Gain ต่อไป (กราฟเส้นสีส้ม) ✅ . ‼️เมื่อระยะเวลาผ่านไป 10 ปี ➡️ กรณีขายเอาทุนออก เราจะเหลือ 0.01273192 BTC ซึ่งมีมูลค่าในหน่วย ”บาท“ ประมาณ 6 แสนบาท 😎 ➡️ กรณีไม่ขายเอาทุนออก เราจะยังคงมีบิตคอยน์ 0.03030303 BTC ซึ่งคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1.3 ล้านบาท 🧡 ..นับว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ😊 . ❗️ฝากไว้ให้คิด : คุณซื้อบิตคอยน์เพื่อต้องการจำนวน “เงินบาท“ เพิ่มขึ้น หรือคุณซื้อบิตคอยน์เพื่อต้องการเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่มีจำนวนจำกัด ‼️เงินของคุณ ชีวิตของคุณ .. คุณเลือกได้เอง 🧡😇 ถ้าท่านใดยังสงสัยหรือไม่เคลียร์ตรงไหน… #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ ครับ #ความจริงมันช้า #Siamstr
chontit's avatar
chontit 1 year ago
‼️ถ้าคุณเริ่มเบื่อกับซอฟต์แวร์จากผู้ผลิต Hardware Wallet แบบเดิม ๆ ที่ใช้งานได้แค่พื้นฐาน หรือเกิดความไม่สบายใจเกรงว่าผู้ผลิตจะแอบฝั่งอะไรไว้หลังบ้านหรือป่าว.. หรืออยากลองอะไรใหม่ ๆ ที่ทำให้คุณสามารถควบคุมบิตคอยน์ได้เต็ม 100% ในแบบที่ปลอดภัยและล้ำกว่าเดิม 🤭 ✅วิดีโอแนะนำการใช้งาน Sparrow Bitcoin Wallet ฉบับบ้าน ๆ อันนี้แหละที่จะนำพาให้คุณเห็นภาพรวมของโปรแกรม ลงลึกในระดับที่สามารถทำตามได้จริง (ถ้าไม่หัวบวมกันก่อนนะ 🤯) . ❗️ถ้าพร้อมแล้ว..ลองไปรับชมกันได้เลยครับ ☺️ . 🧡 จับมือทำ “แนะนำการใช้งาน Sparrow Bitcoin Wallet” หนึ่งในที่สุดของ Financial Self Sovereignty 🧡 ➡️ 😎 . ป.ล.ในลิงค์จะเป็นวิดีโอฉบับเต็มความยาว 46:32 นาทีครับ แต่ผมเพิ่มสารบัญให้เข้าชมได้ง่าย ๆ 😀 ป.ล.2 หากท่านใดมีคำถาม หรือข้อสงสัยใด ๆ สามารถหลังไมค์มาได้เลยนะครับ หรือหากมีคำแนะนำใด ๆ ผมก็ขอน้อมรับในทุก ๆ คำแนะนำครับ 🫡 ป.ล.3 เสียดายตอนท้ายไปนิดนึงครับ ท่านที่สนใจอาจมีความไม่ค่อยเคลียร์กับประเด็นของ Absolute Locktime Function ซึ่งผมก็ไม่อยากจะเสีย sats โอนใหม่อีกรอบ 5555 #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #bitcoinselfcustody #Siamstr
chontit's avatar
chontit 1 year ago
GM #Siamstr ❗️Why shouldn’t you sell your Bitcoin to close your debt? 💸 ‼️ทำไมถึงไม่ควร “ขายบิตคอยน์” แล้วเอามาปิดหนี้ที่เรากำลังจ่ายนะ ? . สมมุติว่า.. ➡️ เรามีหนี้อยู่ 1 ก้อน (ประมาณสัก 1 ล้านบาท) ➡️ เราต้องจ่ายหนี้ประมาณ 1 หมื่นบาทต่อเดือน (ดอกเบี้ยประมาณ 5% ต่อปี) ❗️เราจะต้องใช้เวลาจ่ายหนี้ประมาณ 10 ปี หรือ 120 งวด ✅ ..แล้วบังเอิญว่าช่วงปลายปี 2022 ได้ช้อนบิตคอยน์ช่วงราคา 7 แสนบาทมาได้ 0.5 BTC พอดีเป๊ะ 👍 . ✅ ในวันนี้ 0.5 BTC นั้นแปลงเป็นเงินบาทจะมีมูลค่าประมาณ 1.6 ล้านบาท .. โปะหนี้ได้สบายเลยว่ะ 🎉😇 เราควรทำไงดี ? . ระหว่าง.. 1️⃣ ทำงานหาเฟียตผ่อนหนี้ต่อไป .. ก็ไม่ได้เดือดร้อนนี่น่าา ,, จ่ายเดือนละ 1 หมื่นบาทไปเรื่อย ๆ ก็สบายใจดี 😊🧡 2️⃣ เมียบอกว่า.. ”ความไม่มีหนี้เป็นลาภอันประเสริฐ‼️✅” ,, เลยต้องตัดใจขายสัก 0.3125 บิตคอยน์ เพื่อปิดหนี้ !!!! ,, แต่เราจะเหลือแค่ 0.1875 บิตคอยน์นะ 😰 ,, แต่ไม่เป็นไร .. เดี๋ยวเราเอาเงินที่ต้องผ่อนหนี้เดือนละ 1 หมื่นนั่นแหละมา DCA บิตคอยน์คืนทุกเดือน 🥹🙏 . ผลลัพธ์สุดท้ายเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปีจะเป็นไงนะ ? . ❗️1. ถ้าเราเก็บ 0.5 บิตคอยน์นั้นไว้ + เราจ่ายหนี้ด้วยเงินเฟียตไปเรื่อย ๆ ➡️ ผ่านไป 10 ปี เราใช้หนี้หมด + มีบิตคอยน์อยู่ 0.5 BTC เช่นเดิม ✅👍 ‼️2. ถ้าเราขายบิตคอยน์เพื่อปิดหนี้.. แล้วทะยอยซื้อคืนทุกเดือน ,, ถ้าบิตคอยน์เติบโตด้วยอัตราเฉลี่ย 20% ต่อปี (conservative) ,, แสดงว่าราคาบิตคอยน์จะแพงขึ้นเรื่อย ๆ และแน่นอนว่า.. เราจะซื้อคืนได้น้อยลงเรื่อย ๆ 🥲😨😭 image ซึ่งกราฟที่เห็นบอกเราว่า… ⁉️เราจะมีบิตคอยน์ได้แค่ประมาณ 0.4 BTC ซึ่งน้อยกว่าเดิม 0.1 BTC 🥹 . ป.ล.1 อัตราการเติบโตเฉลี่ยของบิตคอยน์ไม่ใช่ 20% ในช่วง 10 ปีนี้แน่นอน 😊 ป.ล.2 Don’t sell you bitcoin‼️ ป.ล.3 เส้นทึบในกราฟคือจำนวนบิตคอยน์ ,, ส่วนเส้นปะคือมูลค่าในหน่วย “ล้านบาท” ,, ราคาบิตคอยน์ในอีก 10 ปีประมาณ 9.5 ล้านบาท (20% ทบต้น) 😊 ✅ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแผนการบริหารความเสี่ยงของแต่ละคนครับ ,, ถ้าใครคิดว่าจะขายที่ราคาสูง ๆ แล้วซื้อคืนในราคาต่ำ ๆ ได้ (เพื่อมีบิตคอยน์เยอะขึ้น) … As Required 😇🙏 แต่ยังไม่เห็นใครที่ทำได้เลย ,, แทบจะร้อยละ 99.99999998 … จะมีบิตคอยน์จำนวน “ลดลง” 😊 #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #ความจริงมันช้า #Siamstr
chontit's avatar
chontit 1 year ago
‼️'บิตคอยน์' คือ 'การเก็บออม' .. หมายความว่าอะไรนะ ? 🧡😇 . คุณรู้จักการ 'เก็บออม' ใช่มั้ยนะ ? ✅ การ 'เก็บออม' มันก็คือการ 'เก็บ' จากส่วนที่เรา 'เหลือ' ,, เพราะฉะนั้น 'การเก็บออมบิตคอยน์' มันก็คือการเปลี่ยนเงินส่วนที่เรา 'เหลือ' ให้เป็น 'บิตคอยน์'🧡 ❗️และคุณก็จะไม่ 'ถูกบังคับ' ให้เปลี่ยน 'บิตคอยน์' ↔️ 'เงินบาท' ในเวลาที่ไม่ถูกไม่ควร (เช่น ช่วงราคากำลังลง)😘 . ➡️แล้วต้องทำยังไงถึงจะรู้ล่ะ.. ว่าจะออมบิตคอยน์ยังไงดี ? . ‼️พี่ชิตใช้คำว่า "แดก ก่อน เก็บ" ซึ่งมันก็มีความหมายตรงตามนั้นแหละ ✅ เราต้องมีเงินเหลือพอที่จะ 'แดก' แล้วค่อย 'เก็บ' บิตคอยน์ไง . ➡️ สำหรับท่านที่อาจจะไม่เคยวางแผนการเงิน หรือไม่เคยทำบันทึกรายรับรายจ่าย (หรือท่านที่ไม่ถนัดในการใช้โปรแกรมอย่างเช่น Excel) ,, ผมมี Google Sheet สำหรับคำนวนการออมบิตคอยน์แบบโง่ ๆ มาให้ลองเล่นกันนะฮะ 🧡😇 . ❗️เริ่มต้นด้วยสถานการณ์สมมุติ (จะได้เข้าใจง่าย ๆ 5555) ➡️ นาย A มีเงินเดือน 15,000 บาท และหาเงินเพิ่มจากการขายหมูปิ้งได้อีกเดือนละประมาณ 2,000 บาท อีกทั้งปลายปียังได้โบนัสจากการเป็นพนักงานดีเด่นอีก 10,000 บาท ‼️แต่ชีวิตของนาย A ก็จำเป็นต้องกินต้องใช้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นรายจ่ายรายเดือน เช่น ค่าเช่าห้องพัก, ค่าเดินทางไปทำงาน, ค่าอาหารการกิน รวมถึงงานเลี้ยงสังสรรค์บ้างเป็นครั้งคราว ...นาย A ก็นำตัวเลขพวกนี้แหละ.. มากรอกในช่องของ 'รายรับ' และ 'รายจ่าย' ✅ . ➡️ จากนั้นนาย A ก็เลือกระยะเวลาที่จะอยู่รอดในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน หรือช่วงที่ไม่มีรายได้ โดยกำหนดไว้ที่ "ระยะเวลา 3 เดือน" image ดังนั้น จากการคำนวนง่าย ๆ จะพบว่า... 1️⃣ นาย A ต้องมีเงินติดบัญชีไม่น้อยกว่า 35,100 บาท (เพื่อใช้ดำรงชีวิตตามปกติหากไม่มีรายได้) 2️⃣ นาย A จะสามารถออมเงินได้เดือนละประมาณ 3,200 บาท (ซึ่งเลือกได้ว่าจะออมเป็นเงินบาท หรือออมเป็นบิตคอยน์) . สมมุติว่า นาย A เลือกเก็บเป็น 'บิตคอยน์' 🧡 ให้ นาย A เริ่มทำงานเดือน ม.ค.68 นี้เป็นเดือนแรก แสดงว่านาย A จะได้เริ่มต้นซื้อบิตคอยน์ในราคา 3.3 ล้านบาท และด้วยอัตราเติบโตแบบทบต้นประมาณ 20% ต่อปีของบิตคอยน์ 😇 ‼️ภายในระยะเวลา 3 ปี นาย A จะมีบิตคอยน์ประมาณ 0.026 BTC และมีมูลค่ามากกว่าการเก็บเงินบาทไว้เฉยๆ ประมาณ 35% 🙏 . ✅ เพียงแค่การออมบิตคอยน์ (ต่อเดือน) ดัวยจำนวนเงินเท่านี้.. จะทำให้เราดำรงชีวิตได้ปกติ และไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกบังคับขายบิตคอยน์ในเวลาที่ไม่อยากขายอีกด้วย 😊✌️ ป.ล.Link Google Sheet สำหรับผู้ที่ต้องการนำไปลองเล่นครับ #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #Siamstr
chontit's avatar
chontit 1 year ago
‼️ข้างใน Bitcoin Wallet ของเรา… มันมีอะไรบ้างนะ ? 🤔 . 🙋‍♂️สำหรับใครที่เก็บบิตคอยน์ใน Hardware Wallet แล้วมีคำถามหรือมีข้อสงสัยว่า.. ➡️ ทำไม Address ที่ใช้รับบิตคอยน์มันเปลี่ยนใหม่ไปเรื่อย ๆ เลย ? ➡️ ใช้ Address เดิมรับบิตคอยน์ซ้ำได้มั้ย ? ➡️ เวลาโอนออกทำไมค่าฟีไม่เท่ากัน ทั้ง ๆ ที่ใส่เลขเดียวกัน เช่น กำหนดไว้ที่ 5 sats/vB แต่บางครั้งก็จ่ายเยอะ บางครั้งก็จ่ายน้อย ? ✅ งั้นเราลองมาดูโครงสร้างกระเป๋าแบบง่าย ๆ กันดีกว่าเนาะ 😊 . ❗️ในระบบกระเป๋าบิตคอยน์แบบ HD Wallet.. หรือกระเป๋าบิตคอยน์แบบที่เราต้องจดบันทึก ‘Seedphrase' ไว้เป็น Backup นั่นแหละ ,, เค้ามีโครงสร้างแตกย่อยไปอีกเยอะแยะมากมาย 👍 (มองให้เป็นต้นไม้ ,, ที่แตกแยกย่อยเป็นกิ่งใหญ่, กิ่งเล็ก และแต่ละกิ่งก็แยกเป็นใบหรือเป็นดอกเป็นผล.. จะทำให้เข้าใจง่ายขึ้น😊) ➡️ ยกตัวอย่าง 'Seedphrase 1 ชุด' ไม่ว่าจะเป็นแบบ 12 คำหรือ 24 คำก็ตาม ,, มันจะสร้างกระเป๋าได้หลายแบบ เช่น Legacy, Segwit, Native Segwit หรือ Taproot (แต่ยังไม่ต้องไปสนใจมันหรอกนะ..) เอาเป็นว่า… ‼️ โดยทั่วไปเราจะได้ใช้กระเป๋าแบบ Native Segwit (BIP-84) หรือเวลาที่เราสร้าง Address เพื่อรับบิตคอยน์ ,, เราจะได้ Address ที่มีชื่อขึ้นต้นด้วย bc1q.... นั่นแหละฮะ ➡️ ในกระเป๋าแต่ละแบบนั้น.. เราก็ยังแยกย่อยได้อีกเป็นหลาย ๆ Account (เหมือนบัญชีธนาคารแหละ .. ถ้าเราอยากมีบัญชีธนาคารหลาย ๆ เล่ม เราก็ทำได้ไม่มีใครห้าม ,, แต่เวลาจะโอนหรือถอนเงินก็ต้องนำสมุดบัญชีเล่มนั้น ๆ ไป) 👍 ➡️ จากนั้นในแต่ละ Account ก็จะแบ่งเป็นกลุ่มของ Address สำหรับใช้เพื่อ 'รับบิตคอยน์' และ Address สำหรับใช้เพื่อรับ 'เงินทอน' ,, ซึ่งสามารถสร้าง Address ได้อีก 'จำนวนมากมายมหาศาล' ชนิดที่เรียกได้ว่าใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด 🧐 ✅ โดยเมื่อนำมาเขียนเรียงกันจะได้ประมาณนี้ [m/84'/0'/0'/0/0] ,, ซึ่งสิ่งนี้เองที่เราเรียกว่า 'Derivation Path' 🧡👍 งงป่ะ ? งั้นดูตามภาพประกอบเลยแล้วกัน 😅 . 1️⃣ Receive Addresses หรือรายการ Address สำหรับ 'รับโอน' บิตคอยน์ ,, ซึ่งหากเราใช้ Address ใดในการโอนเข้าเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัว Software wallet จะเลือก Address 'ลำดับถัดไป' ให้เราโดยอัตโนมัติ เช่น … ครั้งแรกเราโอนไปยัง Address ลำดับ 0 [m/84'/0'/0'/0/0] ,, จากนั้นการโอนครั้งถัดไปมันจะเลือก Address ลำดับ 1 [m/84'/0'/0'/0/1] และลำดับ 2 [m/84'/0'/0'/0/2] … ต่อไปเรื่อย ๆ ✅ สำหรับการโอนบิตคอยน์ไปยัง ’Address เดิม‘ ที่ถูกใช้งานแล้ว.. สามารถโอนไปได้ปกตินะครับ ไม่ได้มีผลต่อการใช้งานใด ๆ เลย 👍 ,, เพียงแต่ว่ามันจะ 'ลดความเป็นส่วนตัวลง' ,, เพราะจะทำให้คนอื่น ๆ สามารถรู้ได้ว่าเรามีบิตคอยน์เยอะหรือน้อยแค่ไหน ,, โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยโอนไปยัง Address ใหม่ ๆ เลยยิ่งมีความเสี่ยงครับ ❗️กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่ใช้ Address เดิมซ้ำ ๆ ก็จะเป็น Exchange หรือกระเป๋ากองทุน เพื่อให้ง่ายในการบริหารจัดการหรือตรวจสอบ ✅ 2️⃣ Change Addresses หรือรายการ Address สำหรับรับ 'เงินทอน' ,,❗️เวลาเราโอนบิตคอยน์ออกจากกระเป๋า.. เช่น เรามี UTXO ขนาด 1,000,000 sats และต้องการโอนไป Address ปลายทางเพียงแค่ 300,000 sats ,, ส่วนที่เหลืออีก 700,000 sats นั่นแหละจะถูกโอนกลับมายัง Address เหล่านี้ ,, ซึ่งการใช้ Change Addresses ก็จะไล่ลำดับไปเรื่อย ๆ เช่นกัน โดยเริ่มจาก Change Address ลำดับ 0 [m/84'/0'/0'/1/0] ... และต่อไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนครั้งที่เราโอนบิตคอยน์ออกจากกระเป๋า 😘 3️⃣ ส่วนนี้เรียกว่า UTXO หรือชื่อเต็ม ๆ คือ Unspent Transaction Outputs หรือแปลเป็นไทยก็คือ 'บิตคอยน์ที่ยังไม่ถูกใช้' 🧡 ,, ซึ่งจำนวน UTXO จะขึ้นอยู่กับ ’จำนวนครั้ง‘ ที่เรารับโอนบิตคอยน์มาเก็บ เช่น เราโอนบิตคอยน์ออกจาก Exchange มายัง Address ลำดับ 0 ก็จะมี UTXO จำนวน 1 อัน ,, และวันต่อมาเรารับโอนบิตคอยน์จากเพื่อนเข้าที่ Address ลำดับ 0 (Address เหมือนเดิม) ก็จะมี UTXO เพิ่มมาอีก 1 อัน ,, สรุปตอนนี้กระเป๋าของเราจะมี UTXO จำนวน 2 อัน แต่อยู่บน Address เดียวกันทั้ง 2 อัน ‼️งงมั้ยนะ 🥺 ,, ลองคิดภาพง่าย ๆ ก็คือ ทุกครั้งที่เรารับบิตคอยน์เข้ากระเป๋า เราจะได้แบงค์ที่มีจำนวน Satoshi เท่ากับจำนวนที่เราโอนเข้ามา ,, ถ้าโอน 2 ครั้งก็จะมีแบงค์ 2 ใบ ,, ถ้าโอน 10 ครั้งก็จะมีแบงค์ 10 ใบ โดยที่ไม่สนใจว่าจะโอนไป Address เดียวกันหรือคนละ Address กันก็ตาม ✅ อ้ออ.. แต่หลังจากเรามีการโอนบิตคอยน์ออกจาก UTXO แล้ว.. มันจะถูกทำลายและสร้างเป็น UTXO ใหม่ก็คือ ’เงินทอน‘ (ถ้ามี) ✅ 4️⃣ ในกรณีใช้ซอฟต์แวร์ Sparrow Wallet จะสามารถ ‘เลือก’ UTXO ที่ต้องการโอนออกได้เลย (ถ้าเราไม่เลือก.. โปรแกรมก็จะเลือกให้เองแหละ แต่บางครั้งมันก็อาจจะไม่ถูกใจเราไง) ‼️สมมุติเราจะโอน UTXO สีเขียว ,, เราก็สามารถที่จะเลือก UTXO นั้น และคลิกที่ Send Selected ได้เลย ,, โดยที่เราจะส่งบิตคอยน์ได้ ‘ไม่เกิน’ จำนวน satoshi ที่มีใน UTXO นั้นนะ ❌😅 ✅ ในกรณีเราต้องการโอนบิตคอยน์เกินขนาด UTXO เช่น ต้องการโอนจำนวน 4,000,000 satoshi ,, เราจำเป็นต้องโอนออกจาก UTXO สีเขียว และ UTXO สีม่วง ’รวมกัน‘ (เพื่อให้มีจำนวนมากกว่า Output ที่ต้องการ) 👍 ➡️ ซึ่งกรณีที่มี Input มากกว่า 1 UTXO เนี่ยแหละ.. มันทำให้ Transaction ของเรามีข้อมูล ’เพิ่มขึ้น‘ และทำให้ ‘ค่าธรรมเนียม’ ที่ต้องจ่าย ’มากขึ้น’ ตามลำดับ❗️(ยิ่งมีหลาย UTXO ก็ยิ่งต้องจ่ายค่าฟีแพงขึ้น) ,, อาจารย์จึงแนะนำว่า 1 UTXO ไม่ควรมีขนาดเล็กเกินไป ,, ถ้าจะให้ดีควรมีมากกว่า 1,000,000 sats (โหดอยู่) 😂🙏 . ‼️สำหรับท่านที่ใช้งานเฉพาะ Application ที่มากับเจ้าตัว HW เช่น Trezor Suite ก็อาจจะไม่เคยเห็นโครงสร้างละเอียดแบบนี้ ,, แต่โดยหลักการแล้วทำงานเหมือนกัน 🧡 และเพื่อให้ใช้บิตคอยน์ได้สนุกขึ้นจึงอยากให้ลองศึกษาการใช้งาน HW ร่วมกับซอฟต์แวร์ Sparrow Wallet ดูครับ 👍✅ . ป.ล. ผมกำลังเขียนบทความสอนใช้งาน Sparrow Bitcoin Wallet อยู่นะฮะ.. แต่น่าจะอีกสักพักใหญ่ ๆ 😅 #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #bitcoinselfcustody #Siamstr
chontit's avatar
chontit 1 year ago
GM from WNK #Siamstr 🧡 Feels Like 14 องศา ,, อากาศดี ๆ เหมาะแก่การจัด #korat103 🫣  image ✅ลมแรง, เด็กวิ่งว่าวได้ 👍  image ✅มีลานหญ้าสำหรับ Bitcoiner  image ✅มีอาคารเปิดโล่ง จัดปิ้งย่างได้ชิลๆ  image ✅ห้องน้ำสะอาดมาก เพราะเป็นที่พักใหม่ 555  image ..น่าสนใจดีแหะ 🤭
chontit's avatar
chontit 1 year ago
‼️แนะนำการส่งมอบทรัพย์สินมูลค่า 2 แสนล้านบาทให้แก่ลูกหลานในอนาคตด้วยกระดาษ A4 แผ่นเดียว 😇 . ✅ อย่างที่ท่านบิตคอยเนอร์มือเก่าหรือมือเก๋าเรารู้กันก็คือ.. 'บิตคอยน์' สามารถเข้าถึงและโอนออกได้ด้วย 'คำศัพท์' จำนวนเพียง 12 หรือ 24 คำ (เรียกว่า Seedphrase) ❗️ซึ่งคลังคำศัพท์ที่ใช้งานเป็น Seedphrase นั้น ,, จะมีอยู่ทั้งสิ้น 2,048 คำ และแต่ละคำก็จะเป็นคำที่มีความหมาย เพื่อช่วยลดความผิดพลาดในการจดหรือการจำ 📝👍 . แต่... มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นชะทีเดียวนะฮะ เราสามารถเพิ่มลูกเล่นให้ Seedphrase ของเราได้ 😎 ➡️ โดยใน Seed Phrase แต่ละชุดนั้น.. สามารถแยกออกเป็น Account ได้อีกจำนวนมาก และแต่ละ Account ก็สามารถสร้าง Address ได้อีกจำนวนมากเช่นเดียวกัน ‼️ซึ่ง.. ถ้าเราโอน 'บิตคอยน์' ไปเก็บไว้ที่ Account ลำดับอื่น ๆ จะช่วย 'เพิ่ม' ความยากในการสุ่มเจอบิตคอยน์ในกระเป๋าขึ้นอีก 'พอสมควร' และในขณะเดียวกันก็จะ 'ลดโอกาส' ที่ลูกหลานจะเข้าถึงบิตคอยน์ให้น้อยลงไปด้วย 555 😅 . 🙋‍♂️ยกตัวอย่าง 'Bitcoin wallet Backup' ตามรูปที่แนบ ซึ่งประกอบไปด้วย Seedphrase จำนวน 24 คำ image ❗️หากเรานำไป Recovery ใน Software wallet หรือ Hardware Wallet เราจะได้ Account ลำดับ #0 ของกระเป๋าใบนี้ (ซึ่งเป็นค่าพื้นฐานของตัวซอฟต์แวร์และอุปกรณ์) ,, และแน่นอนว่าเราจะ ‘ไม่เจอ' บิตคอยน์ที่เราโอนไปเก็บไว้ใน Account ลำดับ #5 อย่างแน่นอน 🥲 ✅ ดังนั้น หากเราต้องการเขียน 'พินัยกรรม' เพื่อส่งมอบข้อมูลมรดกมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาทนี้ให้ลูกให้หลานในอนาคต ,, ในนั้นควรต้องมีข้อมูลตามในภาพนี้เป็นอย่างน้อย หรือสรุปง่าย ๆ ก็คือ 1️⃣ ต้องมี Seedphrase จำนวน 12 หรือ 24 คำตามที่เราทำ 2️⃣ ต้องมี Derivation Path เพื่อบอกประเภทและลำดับ Account ของกระเป๋า 3️⃣ ต้องมี Fingerprint เพื่อยืนยันว่า Seedphrase ถูกต้อง ✅ และต้องมี Note ที่จำเป็นต้องการให้ลูกหลานของเรารู้ เช่น Passphrase หรือข้อความต่าง ๆ อาทิ .. "Seedphrase นี้เป็นส่วนหนึ่งของกระเป๋า Multisig 2-of-2 โดย Seedphrase อีกส่วนจะอยู่ที่พี่ชายของแก.. จงไปคืนดีกันชะ❗️" เป็นต้น 😅 เพื่อให้มั่นใจได้ว่า.. พินัยกรรมของเราไม่มีข้อมูลที่ตกหล่น 🎉 . 🧡 เพิ่มเติมข้อมูลให้สำหรับมือใหม่นะฮะ 🧡 image ✅ ตามทฤษฎี BIP32 เรื่องของ Hierarchical Deterministic Wallets นั้น ,, Seedphrase จำนวน 1 ชุด สามารถสร้าง Account ได้สูงสุด 2^31 หรือประมาณ 2.1 พันล้าน Account และแต่ละ Account สามารถสร้าง Address ได้สูงสุด 2^31 หรือประมาณ 2.1 พันล้าน Address ‼️ ทั้งนี้.. มันจะติดด้วยข้อจำกัดของตัว Software Wallet จึงทำให้เราไม่สามารถไปใช้งาน Account หรือ Address ลำดับไกล ๆ ได้ ,, แต่มันก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานแล้วนะ 5555 😂 image . ป.ล.ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลด 'Bitcoin wallet Backup' Template สำหรับปริ้นและใช้งานกันได้นะครับ ( แต่อย่าลืมเรื่องพื้นฐานความปลอดภัยในการใช้งาน Seedphrase เป็นอันขาด ขอให้ปริ้นออกมาแล้วเขียนด้วยปากกานะฮะ [It's strongly NOT recommended to store your recovery phrase digitally (in an email, online service, screenshot, photo or any other type of computer file).] ‼️ ป.ล.2 ถ้ากระดาษที่จดข้อมูล 'ครบถ้วน' แผ่นนี้หลุดออกไป.. ทรัพย์สินของตาทวดเอ็มกว่า 2 แสนล้านก็จะหายไปทั้งหมดได้นะฮะ 😇 #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #bitcoinselfcustody #Siamstr
chontit's avatar
chontit 1 year ago
‼️สารถึงผู้ที่ยังแคลงใจว่าทำไม 'บิตคอยน์' ถึงผลิตได้จำนวน 'จำกัด' และจะมีไม่เกิน 21 ล้าน BTC (หรือถ้าจะเอาเป๊ะ ๆ ก็ 2,099,999,997,690,000 satoshis) 😊 . กำหนดให้ ➡️ HalvingInterval = 210,000 Block ➡️ COIN = 100,000,000 Satoshi ❗️สมมุติให้ตอนนี้เราอยู่ในบล็อกที่ 875,150 นะฮะ ✅ เมื่อนำมาเข้าสู่สมการจะได้ดังนี้ 1️⃣ halvings = 875,150/210,000 = 4.16738 => ปัดเศษลงเหลือ 4 2️⃣ CAmount nSubsidy = 50x100,000,000 = 5,000,000,000 Satoshi ↔️ เปลี่ยนเป็นเลขฐาน 2 ได้ดังนี้ 100101010000001011111001000000000 3️⃣ nSubsidy >>= halvings หมายถึง ให้ทำการ “bitwise right shift” จำนวนเท่ากับ halvings (ในทีนี้คือ 4) ‼️ดังนั้น จากเดิม 100101010000001011111001000000000 จะได้จำนวนใหม่เป็น 000010010101000000101111100100000 ซึ่งถ้าแปลงเป็นเลขฐาน 10 จะมีค่าเท่ากับ 312,500,000 satoshis หรือ 3.125 BTC ✅ . ❗️ทีนี้จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากถึงบล็อก 6,930,000 ? 1️⃣ halvings = 6,930,000/210,000 = 33 2️⃣ CAmount nSubsidy = 50x100,000,000 = 5,000,000,000 Satoshi ↔️ 100101010000001011111001000000000 (เหมือนเดิม) 3️⃣ nSubsidy >>= 33 ‼️ดังนั้น จากเดิม 100101010000001011111001000000000 เมื่อทำการขยับไปทางขวา 33 ครั้ง จะได้เป็น 000000000000000000000000000000000 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0 Satoshi ✅ . ❗️นั่นหมายถึง.. หลังจากบล็อกที่ 6,930,000 หรือคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2140 นั้น ‼️จะไม่มี 'บิตคอยน์' ที่ถูกผลิตใหม่เพิ่มเข้ามาในระบบอีกเลยแม้แต่ Satoshi เดียว . ✅ ซึ่งข้อมูล GetBlockSubsidy นี้ ,, ทำงานบน Bitcoin Node 'ทุกเครื่อง' บนโลก ,, โดยอยู่ในไฟล์ที่มีชื่อว่า validation.cpp (ระหว่างบรรทัดที่ 1,919 ถึง 1930) และไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงสมการของมันได้ 🎉 . ทีนี้เข้าใจได้แล้วนะท่าน Nocoiner ทั้งหลาย .. ที่ชอบตั้งคำถามว่า.. 🤷‍♂️ “แล้วจะรู้ได้ไงว่าบิตคอยน์จะมีไม่เกิน 21 ล้าน BTC อ่ะ? เดี๋ยว Satoshi กลับมาก็ผลิตเพิ่มได้“‼️ 🧡 ถ้าคิดจะมาจับผิด ‘บิตคอยน์’ อ่ะ ,, เอาเวลาไป ’ศึกษา‘ แล้วเอาตัวให้รอดจากระบบเฟียตดีกว่า 😊✌️ #เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #Siamstr