ChaCha's avatar
ChaCha
npub1r8ad...7r8l
Creator
ChaCha's avatar
ChaCha 1 year ago
สำหรับคลิปนี้ สัมภาษณ์ BitToon (พี่เทอร์โบ) ซึ่งเป็นผู้ที่พัฒนาบอร์ดเกมบิตคอยน์และประกวดชนะเลิศในงาน Bitcoin Thailand Conference #BTC2024 ค่ะ 😀 . ถ้ารู้สึกว่า Bitcoin เป็นเรื่องเข้าใจยาก เราจะพาไปคุยกับพี่เทอร์โบ ชุมพล วงศ์มติกุล จากเพจ BitToon ผู้สร้างบอร์ดเกม Age of BITCOIN จำลองเรื่องราวของ Bitcoin ทำให้เราได้ทั้งความรู้เเละความสนุกสนานผ่านการลงมือทำ😃 . #nostr #wherostr #siamstr #efinanceThai #bitcoin #bittoon image
ChaCha's avatar
ChaCha 1 year ago
กูรูชี้! การศึกษาบิตคอยน์ที่แท้จริงคือการศึกษาระบบการเงิน การตั้งคำถามกับตำราที่เคยเรียนมา มุมมองที่แตกต่างช่วยให้เห็นโลกได้ชัดขึ้น ย้ำ! “เวลามีค่า ศึกษาบิตคอยน์” . “บิตคอยน์” เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับใครหลายๆ คน เช่นเดียวกับมุมมอง “อ.ตั๊ม” ในยุคแรกๆ ที่เริ่มเข้ามาศึกษาและให้ความรู้คนไทยแต่ยิ่งศึกษาเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้าใจมากขึ้นทั้ง​ในเชิงปรัชญา เชิงเศรษฐศาสตร์และในเชิงของคอมพิวเตอร์โปรแกรมมิ่ง เรียกว่าเริ่มเข้าใจแก่นแท้ของบิตคอยน์ และมองว่า “บิตคอยน์คือโอกาสรอด” . อ.พิริยะ สัมพันธารักษ์ Managing Director CDC Chaloke DotCom เปิดเผยในงานสัมมนา Better Trade 2024 หัวข้อ The Future of Bitcoin : ทางเลือกหรือทางรอดระบบการเงินโลก เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา . ***เวลามีค่า ศึกษาบิตคอยน์ . อ.พิริยะ ชี้ให้เห็นว่าการศึกษาบิตคอยน์ที่แท้จริง คือการศึกษาระบบการเงิน และการตั้งคำถามกับวิชาการที่มีอยู่ในตำรา ซึ่งไม่ได้แปลว่าตำราเหล่านั้นโกหก แต่มุมมองที่แตกต่างจากการศึกษาบิตคอยน์อย่างถ่องแท้จะช่วยเราเห็นโลกได้ชัดขึ้น . “ตรงนี้ต่างหากที่มันจะให้ประโยชน์ ในที่สุดคุณจะซื้อบิตคอยน์ทันหรือไม่ทันก็ตาม แต่ถ้าคุณไม่เห็นตรงนี้คุณซื้อไปก็เป็นเหยื่อระบบตรงนี้อยู่ดี” อ.พิริยะ กล่าว . พร้อมแนะนำว่า “เวลามีค่า ศึกษาบิตคอยน์” ใครก็ตามที่สนใจบิตคอยน์ควรเริ่มศึกษา แม้มันจะต้องใช้เวลานานกว่าที่จะสามารถเข้าใจได้ ด้วยความที่มันจะไปขัดแย้งกับชุดความคิดเดิมๆ ของเราหลายอย่าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ บิตคอยน์จะชี้ให้เราเห็นว่า ความเป็นจริงของโลกอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด . “ความเป็นจริง ที่เราท่องจำกันมาจากมหาวิทยาลัย คำสอนที่บอกว่าเงินวันนี้ต้องมีค่ามากกว่าเงินวันพรุ่งนี้ หรือการที่เงินต้องเสื่อมค่าลงตลอดเวลา ความเป็นจริงที่ถือว่าเป็นสัจธรรมมันอาจจะไม่ใช่สัจธรรม มันอาจเป็นเพียงแค่บางสิ่งบางอย่างที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการ ควบคุมเรา” อ.ตั๊ม ระบุ . *** “ไม่ใช่โอกาสรวย” แต่ “เป็นโอกาสรอด” . เมื่อบิตคอยน์ทำให้เราเห็นว่าระบบการเงินโลกมันมีปัญหาอะไร นักลงทุนควรเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อจับโอกาสนี้อย่างไรบ้างนั้น สิ่งที่สำคัญอ.ตั๊ม บอกว่า “จะต้องเข้าใจระบบการเงินปัจจุบัน” . “แต่ผมไม่ได้มองว่า บิตคอยน์มันเป็นโอกาสรวย แต่มองว่ามันเป็นโอกาสรอด” . พร้อมเปรียบโลกของเราเป็นเหมือนเรือที่กำลังจะจมลงเรื่อยๆ อย่างช้าๆ เหมือนกับเรือไททานิกที่ลำใหญ่ สวยหรู มีอาหารอร่อยแต่เรือกำลังจะจม บางคนอยู่บนสุดของเรือก็ไม่รู้สถานการณ์ บางคนอยู่ด้านล่างของเรือรู้แล้วว่าเรือมันจมก็กระโดดไปเรือชูชีพ! . “บิตคอยน์เปรียบเสมือนเรือชูชีพลำเล็กๆ เล็กมากถ้าเทียบเรือลำใหญ่ลำนี้ แต่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ” . ***แม้วันนี้ยังไม่สนใจ แต่ไม่ควรนิ่งนอนใจ! . ในวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกคนยังต้องใช้เงินตราที่ออกโดยรัฐบาล (เงินเฟียต) บรรดาร้านค้าที่รับบิตคอยน์ก็ยังมีน้อยเพราะซัพพลายเชนต่างๆ ยังใช้เงินเฟียต ดังนั้น แม้เราอาจจะยังไม่จำเป็นที่จะต้องกระโดดเข้ามาข้องเกี่ยวกับบิตคอยน์ในตอนนี้ แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรนิ่งนอนใจในการที่จะรู้ว่าโลกนี้มันมีปัญหาอะไร . เราต้องรู้ว่า "ปริมาณของเงินมันเพิ่มขึ้น แต่ความมั่งคั่งของเราไม่ได้เพิ่มขึ้น" มันคือการที่เงินของเรา "ถูกขโมย" ออกไปตลอดเวลา ทำไมเงินเรามันระเหยได้ มันไม่ต่างกับการที่เรา “ถูกปล้น” โดยไม่ได้ยินยอม . ประชาชนทุกคนบนโลกนี้กำลังโดนปล้น หมายความว่า วันนี้ของ ๆ เรา ทรัพย์สินของเรา ความมั่งคั่งของเรา ถูกหยิบออกไปจากตัวเรา ถูกทำให้หายไป หรือถูกทำให้ลดลง โดยที่เราไม่มีสิทธิยินยอม รับรู้ หรือทักท้วงใดๆ ไม่ต่างอะไรกับการ "โดนลักหลับ" . นั่นเท่ากับว่าเราทำงาน มีเงินเก็บ แต่ "เงินเก็บระเหย​" ทำให้เราต้องทำงานครั้งที่สองด้วยการไปลงทุน รับความเสี่ยงอีกทั้งๆ ที่ไม่จำเป็นต้องรับ แต่เพราะเงินออมมันถูกทำลาย ทำให้เราต้องทำทุกอย่างเพื่อรักษาเงินออม แล้วเราก็จะหลงไปกับคำหลอกลวงทั้งหลาย ที่บอกจะพาเราไปรวย นำพาไปเจอความเสี่ยงที่มากขึ้น และท้ายสุดอาจเผชิญกับความสูญเสีย . ***เก็บเงินให้ถูกที่ วิธีปลดแอกมนุษยชาติ . “เพราะฉะนั้น การทำความเข้าใจเรื่องนี้ (ระบบการเงิน,บิตคอยน์) จะช่วยปลดแอกเราได้ประมาณหนึ่งว่า ในเมื่อเรารู้เช่นนี้ เราก็ควรจะเลือกเก็บเงินให้ถูกที่ เลือกออมเงินให้ถูกที่ ทรัพย์สินที่รัฐบาลผลิตเพิ่มไม่ได้ ผมมองว่าเป็นทรัพย์สินที่เหมาะสมสำหรับการเก็บออม” อ.พิริยะ ระบุ . บิตคอยน์เป็นทรัพย์สินที่จำกัด นโยบายการเงินของบิตคอยน์กำหนดไว้มีแค่ 21 ล้าน BTC ใครอยากผลิตก็สามารถทำได้ แต่มีต้นทุนที่เท่ากันทุกคน ไม่มีใครมีอำนาจเสกบิตคอยน์ได้ และลักหลับเราได้ในขณะที่เรานอน . “แน่นอนว่าหากเทียบราคาบิตคอยน์กับเงินดอลลาร์ มันอาจจะหวือหวาหน่อย แต่ถ้าคุณรอจนราคาไม่หวือหวา เรือมันก็จมไปแล้วเรียบร้อย” . โดยสรุปแล้ว อ.ตั๊ม อยากให้ศึกษาระบบการเงินปัจจุบันมากกว่า และลองถามตัวเองดูว่า เราจะหนีจากมันได้อย่างไร . ***บิตคอยน์ในอีก 10 ปีข้างหน้า จะเป็นอย่างไร? . “บิตคอยน์” จะเป็นอย่างไร ต้องเริ่มจากการมองว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับ "ดอลลาร์" เพราะดอลลาร์เป็นสกุลเงินหลักของโลก ที่ต้องยอมรับว่าไม่สามารถยับยั้งการผลิตเพิ่มได้อีกแล้ว เนื่องจากต้องพิมพ์เงินเพื่อใช้หนี้ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะเงินภาษีที่เก็บได้ในประเทศมันไม่พอ ทำให้ยิ่งผลิตดอลลาร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคตดอลลาร์ก็จะยิ่งเสื่อมค่าลงไปเรื่อยๆ . ดังนั้น ทุกอย่างบนโลกนี้ที่วัดราคาในหน่วยของ “ดอลลาร์” และไม่สามารถผลิตเพิ่มได้เร็วเท่าดอลลาร์ มันก็ควรจะมีราคาที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ทองคำ ที่ดิน หรือบิตคอยน์ก็ตาม . ปัจจุบัน มูลค่าตลาดของสินทรัพย์ทั้งโลกนี้อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งในอนาคตก็จะเติบโตไปอีกหลายเท่า ปัจจุบันบิตคอยน์มีมูลค่าไม่ถึง 1% ของมูลค่าตลาดสินทรัพย์รวมทั้งโลก ในอนาคตอาจจะโตขึ้นมาอีกประมาณ 3-4% ขณะที่ตลาดรวมของสินทรัพย์ทั้งโลกก็จะโตขึ้นไปอีกหลายเท่าเช่นกัน . มูลค่าในระยะยาวจะมากขนาดไหน อาจพิจารณาว่าเมื่อบิตคอยน์ถูกออกแบบมาเป็นเงิน หากมันบรรลุเป้าหมายในการเป็นสกุลเงินหลักของมนุษยชาติได้ วันนั้นเราคงไม่สามารถประเมินมันเป็นหน่วยดอลลาร์ได้ . แต่หากจะเปรียบเทียบกัน มันก็ควรจะมีมูลค่าเท่ากับสินทรัพย์ทั้งหมดบนโลกนี้หารด้วย 21,000,000 BTC เป็นอย่างน้อย แต่มันอาจจะเป็นโลกในอุดมคติที่ไกลเกินไป เพราะบนความเป็นจริงแล้ว โลกของเรายังมีสินทรัพย์ประเภทอื่นอีก เช่น ที่ดิน งานศิลปะชั้นสูง เพราะฉะนั้นมูลค่ามันก็จะกระจายอยู่ในหลากหลายสินทรัพย์ . “แต่อย่าไปคิดมากเลย เราคงอยู่ไม่ได้ถึงที่จะเห็นวันนั้น ผมเองก็ไม่มั่นใจว่าบิตคอยน์จะอยู่ถึงถึงหรือเปล่า เพราะความเสี่ยงไม่ใช่ไม่มี เพราะมันเป็นเทคโนโลยีที่มีอายุ 16 ปีซึ่งก็แค่ 16 ปีเองเราก็ต้องเฝ้ารอดู” อ.พิริยะ กล่าว . ***ถ้าไซเคิล 4 ปียังคงซ้ำรอย ขาขึ้นรอบนี้เริ่มปี 2025 . ต่อคำถามที่ว่า “บิตคอยน์” มีโอกาสจะทำจุดสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่ในปีนี้ (2024) ได้หรือไม่ หลังจากที่เพิ่งทำจุดสูงสุดตลอดกาลครั้งล่าสุดเมื่อกลางเดือนมีนาคมที่กว่า 73,000 ดอลลาร์ . อ.ตั๊ม มองว่าที่ระดับกว่า 73,000 ดอลลาร์ เมื่อกลางเดือนมีนาคมเราอาจจะมองว่าเป็นจุดสูงสุดตลอดกาล (ATH) แต่หากเราปรับค่าตามอัตราเงินเฟ้อเข้าไปในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เมื่ออิงจากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ประมาณ 4-5% หมายความว่าที่ระดับ 73,000 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดตลอดกาลในปี 2021 ราคายังอยู่ที่ประมาณช่วงต้น 60,000 ดอลลาร์เท่านั้น ยังไม่นับว่าทำ ATH . ดังนั้น บนมุมมองที่ปรับค่าตามอัตราเงินเฟ้อ หากจะบอกว่าแตะจุดสูงสุดตลอดกาลได้ ราคาจะต้องขึ้นไปประมาณ 78,000 - 80,000 ดอลลาร์ ซึ่งปกตินักลงทุนจะคาดหวังวัฏจักรบิตคอยน์ทุกๆ 4 ปีที่จะเป็นขาขึ้น หลายคนเชื่อว่ามันยังมีไซเคิลนี้ซึ่งจริงๆ มันอาจจะไม่ซ้ำรอยก็ได้เพราะเพิ่งเกิดไม่กี่ไซเคิลเอง บิตคอยน์เพิ่งอายุ 16 ปี . อย่างไรก็ตาม อ.พิริยะ ทิ้งท้ายไว้ว่า “แต่ถ้ามันเป็นจริงขึ้นมา ไซเคิลมันเริ่มปีหน้าไม่ใช่ปีนี้!!...” . #siamstr #bitcoiner #nostr #wherostr . . ที่มา : https://www.efinancethai.com/LastestNews/LatestNewsMain.aspx?release=y&ref=M&id=ditpa1UycExJV0E9 image
ChaCha's avatar
ChaCha 1 year ago
Right Shift ชุมชนบิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เปิดพื้นที่สนทนาธรรม 2 ชม.ในประเด็นเมื่อโลกกำลังกระจายศูนย์ ภายใต้แนวคิดของ “พรรคชาติหน้า พัฒนา” ที่มีสารตั้งต้นมาจาก “ดร.วิชิต ซ้ายเกล้า” . “ดร.วิชิต” หรือ “พี่ชิต” คือบิตคอยน์เนอร์ชาวไทย ผู้ก่อตั้ง “Chitbeer” ที่มีความฝันอันแรงกล้าอยากเห็นประชาชนคนไทยสามารถ “พึ่งพาตัวเองได้” สิ่งนี้จะนำมาสู่ความสันติสุข เพราะหน่วยเล็กๆ ของสังคมแข็งแรง . บรรทัดจากนี้ไป จะเป็นการสรุปประเด็นสำคัญๆ กลั่น “แนวความคิด” และ “หลักปรัชญา” ของ ดร.วิชิต ออกมาเป็นภาษาที่ผู้เขียนเองก็หวังว่าจะช่วยให้ผู้อ่าน “เข้าใจได้ง่ายขึ้น” สรุปมา 14 ข้อ (จาก 2 ชม.เต็ม) . 1.#พรรคชาติหน้าพัฒนา คือแนวคิด . "พรรคชาติหน้า พัฒนา" ไม่ใช่พรรคการเมืองจริง แต่เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่อง “การกระจายอำนาจสู่ประชาชน” เป้าหมายคือให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ ลดการพึ่งพารัฐเน้นการสร้างระบบแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่แต่ละหน่วยเข้มแข็ง . ประชาชนแต่ละคนจะต้อง "Take care yourself" พูดง่ายๆ ว่าต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ หรือง่ายกว่านั้นอีกคือ "แล้วแต่มึงเลย!" . ซึ่ง ดร.วิชิต บอกว่าหากสร้างการเปลี่ยนแปลงสำเร็จได้ในชาตินี้ก็ดีไป แต่ชาติหน้าก็ไม่เป็นไร เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา แต่ถ้าชาตินี้สำเร็จก็ถือว่าเป็นโบนัส . 2.#การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง . การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างกำลังมาถึงในอนาคต จากในอดีตที่ระบบทุนนิยมยังมี Bug (ข้อบกพร่อง) เนื่องจากขาด Free Market Money หรือ “เงินที่เป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐ” ทำให้ไม่สามารถพัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่สมบูรณ์ได้! แต่วันนี้บิตคอยน์ผงาดขึ้นมาแล้ว! เพื่อเป็น Free Market Money ของแทร่!! และจะเข้ามาแก้ไข Bug นี้ นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่แท้จริง . 3.#เรามี 2 ทางเลือก เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง . ทางเลือกแรกเป็นผู้สังเกตการณ์ บ่นซ้ำๆ ซากๆ ว่าระบบเศรษฐกิจและการเมืองแย่ ไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และทางเลือกที่สองเป็นผู้เตรียมพร้อม เตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง . ดร.วิชิต เล่าว่าปัญหาที่ผ่านมาตลอด 20 ปีที่ตนเฝ้ามองพบว่าพรรคการเมืองไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการ “เสริมพลังประชาชน” มีแต่กฎระเบียบและการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนต้อง “ขออนุญาตรัฐ” ในการทำทุกอย่าง ขาดแนวคิดที่จะ “ปลดปล่อย” ศักยภาพของประชาชน . 4.#ระบบใหม่จะลดขั้นตอน การขออนุญาตจากภาครัฐ . ระบบใหม่ของโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะลดขั้นตอนการขออนุญาตจากภาครัฐ (Permissionless) ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีอิสระในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น . แต่ย้ำว่าอิสระก็มาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบ” แม้จะไม่ต้องขออนุญาตรัฐ แต่ทุกคนต้องมีวินัยในการควบคุมตนเอง และรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่การทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ! จนสร้างปัญหาให้ผู้อื่น . 5.#การเปลี่ยนแปลงระดับถอนโคน ต้องมีครบ 3 ส่วน . การเปลี่ยนแปลงระดับปฏิรูป (Reform) หรือปฏิวัติ (Revolution) กำลังจะเกิดขึ้นด้วยเงินที่เป็น Free-market Money ซึ่งกำเนิดขึ้นมาแล้ว ทำให้โลกกำลังจะสวิงกลับไปทางขวาจากตอนนี้ที่เอียงกะเท่เร่ไปทางซ้าย . ในประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงในระดับนี้จะต้องมี 3 องค์ประกอบสำคัญและที่น่าสะพรึง! ปัจจุบันองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้มันครบแล้ว . 1.Will of Change - มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง สัญญาณนี้จะเริ่มรุนแรงมากขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ให้นึกภาพว่าตอนนี้โลกอยู่ในสถานการณ์ "ต้มกบ" . 2.Social layer for change- การรวมตัวของกลุ่มคนที่มีแนวคิดเหมือนกัน ช่วยกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้าง . ซึ่งข้อ 1 และ 2 จะยังเป็นแค่แนวคิด ปรัชญา อุดมการณ์ มันจะเกิดขึ้นได้ต้องมี… . ข้อ 3.Tools of Change - การมีเครื่องมือที่สอดคล้องกับแนวคิดและอุดมการณ์ ทำให้ทุกคนสมารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้จริง สิ่งนั้นคือ "บิตคอยน์" . “เมื่อ 1+2+3 มารวมกันเท่ากับ ฉิบหาย ไอสัX!” . 6.#การทำให้ประชาชนมีเกียรติในตัวเอง . เป้าหมายสูงสุดของแนวคิด "พรรคชาติหน้าพัฒนา" คือการสร้างความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีให้ประชาชน โดยลดการพึ่งพารัฐและผู้มีอำนาจ เพราะการมีคำว่า "ผู้มีอำนาจ" สะท้อนว่าประชาชนยังอ่อนแอ ต้องคอยพึ่งพาผู้อื่น . ในแนวคิดนี้ ประชาชนเปรียบเสมือนโหนด (node) ในเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันโหนดยังอ่อนแอเพราะต้องพึ่งพาศูนย์กลาง หากทำให้แต่ละโหนดเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ มีศักดิ์ศรีในตัวเอง ประชาธิปไตยที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นได้ . 7.#ไม่ต้องสมัคร ถ้าวิถี DeCen คุณคือสมาชิกพรรค . สมัครได้ยัง? อย่างที่พูดไปตอนต้นว่ามันไม่ใช่พรรคการเมืองจริงๆ แต่คือหลักการ แนวคิด ดังนั้น ใครก็ตามที่เข้าใจและปฏิบัติตามแนวคิดบิตคอยน์ก็ถือเป็นสมาชิก "พรรคชาติหน้าพัฒนา" แบบอัตโนมัติ! . ดังนั้น ไม่ต้องมาขอสมัครหรือขออนุญาตใดๆ เลย ย้ำ! ไม่ต้องขออนุญาตใครหากคุณใช้ชีวิตตามหลักการสำคัญด้วยการ ทำงานหนัก ใช้จ่ายน้อย และเก็บออมเป็นบิตคอยน์ (คุณกำลังทำ PoW - Proof of Work) . นอกจากนี้ “แนวคิดนี้เป็นแบบ open source หรือเปิดฟรี” ใครๆ ก็สามารถ hard fork (นำไปพัฒนาต่อ) หรือตั้งเป็นพรรคการเมืองได้ จริง ไม่หวงเพราะมันคือพิมพ์เขียวคุณแค่เอาไปต่อยอด เผลอๆ ในอนาคตเมื่อลูก ดร.วิชิต โตอาจมาตั้งพรรคการเมืองก็ได้ ใครจะไปรู้ (แต่ตอนนี้ยังเป็นทารกอยู่นะ) . 8.#Decentralization แบบไทยๆ จาก Chitbeer ถึงวัดวาอาราม . การกระจายศูนย์ (Decentralization) ในสังคมไทย ก็มีให้เห็นอยู่แล้วแต่เราอาจนึกไม่ถึง เช่น ระบบวัดในไทยที่เป็นการกระจายศูนย์ สร้างวัดขึ้นด้วยศรัทธา คนบริจาคให้วัดด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ อีกตัวอย่าง ดร.วิชิต ยกกรณีธุรกิจคราฟต์เบียร์ของตนเอง เมื่อมีคนมาเรียนต้มเบียร์ ก็ไม่มีการบังคับซื้ออุปกรณ์ต้มเบียร์ รวมถึงไม่เคยคิดจะตั้งสมาคมใดๆ อยากให้กระจายศูนย์อำนาจ . 9.#ยิ่งใหญ่ ยิ่งรวมศูนย์ : กับดักระบบกระจายอำนาจ . อุปสรรคสำคัญของระบบกระจายศูนย์ คือการเติบโตจนใหญ่เกินไปของบางหน่วย ซึ่งนำไปสู่การรวมศูนย์อำนาจ เมื่อหน่วยใดหน่วยหนึ่งแข็งแกร่งเกินไป จะกลายเป็นผู้ควบคุมตลาด . แม้ตัวเองจะเข้มแข็ง แต่ละเลยการดูแลระบบนิเวศโดยรวม ทำให้หน่วยอื่นๆ (โหนด) อ่อนแอลง ต้องกลับมาพึ่งพาหน่วยที่ใหญ่กว่า และเมื่อเกิดวิกฤติ ระบบทั้งหมดก็จะพังทลาย เพราะขาดความเข้มแข็งของทุกภาคส่วน . 10.#สหรัฐฯ: ตัวอย่างระบบรวมศูนย์ที่ทำลายระบบนิเวศโลก . สหรัฐฯ เป็นตัวอย่างของการรวมศูนย์อำนาจที่ชัดเจน แม้จะอ้างว่าเป็นตลาดเสรี แต่ในความเป็นจริงกลับควบคุมระบบการเงินโลกผ่านเงินดอลลาร์ ทำให้ประเทศเล็กๆ หรือโหนดอื่นๆ อ่อนแอลง อีกทั้งยังหลงคิดว่าตนเป็นศูนย์กลางของโลก โดยไม่สร้างคุณค่าให้ระบบนิเวศโดยรวม . ทั้งที่หลักการสำคัญคือทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคลหรือประเทศ ต้องสร้างคุณประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่ใช่คิดแต่จะเอาเปรียบ หากทุกฝ่ายยึดหลักการนี้ โลกจะน่าอยู่ขึ้น เพราะ "ไม่มีใครต้องแบกใคร" . 11.#กติกาเท่ากัน ผลต่างกัน . การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบกระจายศูนย์ ต้องคำนึงถึงกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากระบบรวมศูนย์เดิม โดยต้องมีมาตรการเยียวยาในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) . แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ ต้องปลูกฝังแนวคิดใหม่ที่ว่า “กติกาของเกมเท่าเทียมกัน แต่ผลลัพธ์มันจะไม่เท่ากัน” เหมือนกฎฟุตบอลของฟีฟ่าที่เท่าเทียมกัน แต่ละทีมมีความสามารถต่างกัน นี่คือหลักการของความเท่าเทียมที่แท้จริง . 12.#สังคมกระจายศูนย์ : ทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง . สังคมแบบกระจายศูนย์ จะดีขึ้นเพราะมีการปรับโครงสร้างให้ชุมชนและภาครัฐมีขนาดเล็กลง กระจายหน่วยทางสังคมให้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้คนสื่อสารและใกล้ชิดกันมากขึ้น เกิดเป็นระบบที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีความกระตือรือร้น และมีพลัง . โดยทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง ไม่ใช่มีเพียงไม่กี่คนที่เปล่งประกาย ที่สำคัญคือต้องอยู่ร่วมกันโดยไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน . 13.#ความจริงอยู่ตรงหน้า แค่มันรอให้ทุกคนมองเห็น . “ความจริงมีอยู่แล้ว” แต่คำว่า “ความจริงมันช้า” หมายถึง "เลนส์" หรือมุมมองในการมองเห็นความจริงของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นแนวคิดพรรคชาติหน้าพัฒนา ไม่สามารถเร่งการรับรู้ความจริงได้ บางคนเห็นความจริงมา 10 ปีแล้ว บางคน 15 ปี (ที่รู้จักกับบิตคอยน์) . ภารกิจสำคัญของพรรคคือ การช่วยให้ผู้คนมองเห็นความจริงเร็วขึ้นผ่านเลนส์ของตัวเอง ด้วยการทำ Social Layer of Change เพื่อนำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้าง . เมื่อคนเห็นความจริง ก็ไม่จำเป็นต้องมาจัดงานเพื่ออธิบายว่าบิตคอยน์คืออะไร เหมือนปัจจุบันที่ไม่ต้องจัดงาน Internet Conference แล้ว . คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 10 ปีที่ผู้คนเห็นความจริง และอีก 10-15 ปีในการต่อยอดจากความจริงที่มีอยู่ต่อ เพื่อสร้างคุณค่าให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและโลก . 14.#บิตคอยน์: ความจริงที่เริ่มต้นตั้งแต่ 3 มกราคม 2009 . บิตคอยน์เป็นความจริงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 3 มกราคม 2009 แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญ จึงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ . แม้ว่าการใช้งานจริงจะทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ “เก็บออม” เพื่อเป็นทุนระยะยาว แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่มีเงินสดเหลือ ตอนนี้บิตคอยน์จึงกลายเป็นเรื่องของคนที่มีเงินสดในมือเหลือ . ทำให้ประเทศที่พัฒนาแล้วและเข้าใจความจริงแล้ว นำเงินสดที่เหลือมาเก็บบิตคอยน์ ส่วนประเทศยากจน แม้บิตคอยน์จะเป็นทางออกในการลดความเหลื่อมล้ำ แต่เอาเข้าจริงๆ คนในประเทศก็ยังคงสนใจดอลลาร์เพราะว่ายังอยู่ในเฟสที่ต้องเอาตัวรอดไปรายวัน. . . *ที่มา : Game of Decentralized : พรรคชาติหน้าพัฒนา : Right Talk *************************************** #nostr #siamstr #wherostr image
ChaCha's avatar
ChaCha 1 year ago
Right Shift ชุมชนบิตคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย เปิดพื้นที่สนทนาธรรม 2 ชม.ในประเด็นเมื่อโลกกำลังกระจายศูนย์ ภายใต้แนวคิดของ “พรรคชาติหน้า พัฒนา” ที่มีสารตั้งต้นมาจาก “ดร.วิชิต ซ้ายเกล้า” . “ดร.วิชิต” หรือ “พี่ชิต” คือบิตคอยน์เนอร์ชาวไทย ผู้ก่อตั้ง “Chitbeer” ที่มีความฝันอันแรงกล้าอยากเห็นประชาชนคนไทยสามารถ “พึ่งพาตัวเองได้” สิ่งนี้จะนำมาสู่ความสันติสุข เพราะหน่วยเล็กๆ ของสังคมแข็งแรง . บรรทัดจากนี้ไป จะเป็นการสรุปประเด็นสำคัญๆ กลั่น “แนวความคิด” และ “หลักปรัชญา” ของ ดร.วิชิต ออกมาเป็นภาษาที่ผู้เขียนเองก็หวังว่าจะช่วยให้ผู้อ่าน “เข้าใจได้ง่ายขึ้น” สรุปมา 14 ข้อ (จาก 2 ชม.เต็ม) . 1.#พรรคชาติหน้าพัฒนา คือแนวคิด . "พรรคชาติหน้า พัฒนา" ไม่ใช่พรรคการเมืองจริง แต่เป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่อง “การกระจายอำนาจสู่ประชาชน” เป้าหมายคือให้ประชาชนพึ่งพาตนเองได้ ลดการพึ่งพารัฐเน้นการสร้างระบบแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่แต่ละหน่วยเข้มแข็ง . ประชาชนแต่ละคนจะต้อง "Take care yourself" พูดง่ายๆ ว่าต้องพึ่งพาตัวเองให้ได้ หรือง่ายกว่านั้นอีกคือ "แล้วแต่มึงเลย!" . ซึ่ง ดร.วิชิต บอกว่าหากสร้างการเปลี่ยนแปลงสำเร็จได้ในชาตินี้ก็ดีไป แต่ชาติหน้าก็ไม่เป็นไร เพราะการเปลี่ยนแปลงต้องใช้เวลา แต่ถ้าชาตินี้สำเร็จก็ถือว่าเป็นโบนัส . 2.#การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้าง . การเปลี่ยนแปลงในระดับโครงสร้างกำลังมาถึงในอนาคต จากในอดีตที่ระบบทุนนิยมยังมี Bug (ข้อบกพร่อง) เนื่องจากขาด Free Market Money หรือ “เงินที่เป็นอิสระจากการควบคุมของรัฐ” ทำให้ไม่สามารถพัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่สมบูรณ์ได้! แต่วันนี้บิตคอยน์ผงาดขึ้นมาแล้ว! เพื่อเป็น Free Market Money ของแทร่!! และจะเข้ามาแก้ไข Bug นี้ นำไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเสรีที่แท้จริง . 3.#เรามี 2 ทางเลือก เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง . ทางเลือกแรกเป็นผู้สังเกตการณ์ บ่นซ้ำๆ ซากๆ ว่าระบบเศรษฐกิจและการเมืองแย่ ไม่ได้เตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง และทางเลือกที่สองเป็นผู้เตรียมพร้อม เตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลง . ดร.วิชิต เล่าว่าปัญหาที่ผ่านมาตลอด 20 ปีที่ตนเฝ้ามองพบว่าพรรคการเมืองไทยไม่ได้ให้ความสำคัญกับการ “เสริมพลังประชาชน” มีแต่กฎระเบียบและการควบคุมที่เข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนต้อง “ขออนุญาตรัฐ” ในการทำทุกอย่าง ขาดแนวคิดที่จะ “ปลดปล่อย” ศักยภาพของประชาชน . 4.#ระบบใหม่จะลดขั้นตอน การขออนุญาตจากภาครัฐ . ระบบใหม่ของโลกที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จะลดขั้นตอนการขออนุญาตจากภาครัฐ (Permissionless) ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีอิสระในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น . แต่ย้ำว่าอิสระก็มาพร้อมกับ “ความรับผิดชอบ” แม้จะไม่ต้องขออนุญาตรัฐ แต่ทุกคนต้องมีวินัยในการควบคุมตนเอง และรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่การทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ! จนสร้างปัญหาให้ผู้อื่น . 5.#การเปลี่ยนแปลงระดับถอนโคน ต้องมีครบ 3 ส่วน . การเปลี่ยนแปลงระดับปฏิรูป (Reform) หรือปฏิวัติ (Revolution) กำลังจะเกิดขึ้นด้วยเงินที่เป็น Free-market Money ซึ่งกำเนิดขึ้นมาแล้ว ทำให้โลกกำลังจะสวิงกลับไปทางขวาจากตอนนี้ที่เอียงกะเท่เร่ไปทางซ้าย . ในประวัติศาสตร์การเปลี่ยนแปลงในระดับนี้จะต้องมี 3 องค์ประกอบสำคัญและที่น่าสะพรึง! ปัจจุบันองค์ประกอบทั้ง 3 ส่วนนี้มันครบแล้ว . 1.Will of Change - มีความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลง สัญญาณนี้จะเริ่มรุนแรงมากขึ้นในอีก 3 ปีข้างหน้า ให้นึกภาพว่าตอนนี้โลกอยู่ในสถานการณ์ "ต้มกบ" . 2.Social layer for change- การรวมตัวของกลุ่มคนที่มีแนวคิดเหมือนกัน ช่วยกันขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้าง . ซึ่งข้อ 1 และ 2 จะยังเป็นแค่แนวคิด ปรัชญา อุดมการณ์ มันจะเกิดขึ้นได้ต้องมี… . ข้อ 3.Tools of Change - การมีเครื่องมือที่สอดคล้องกับแนวคิดและอุดมการณ์ ทำให้ทุกคนสมารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้จริง สิ่งนั้นคือ "บิตคอยน์" . “เมื่อ 1+2+3 มารวมกันเท่ากับ ฉิบหาย ไอสัX!” . 6.#การทำให้ประชาชนมีเกียรติในตัวเอง . เป้าหมายสูงสุดของแนวคิด "พรรคชาติหน้าพัฒนา" คือการสร้างความภาคภูมิใจและศักดิ์ศรีให้ประชาชน โดยลดการพึ่งพารัฐและผู้มีอำนาจ เพราะการมีคำว่า "ผู้มีอำนาจ" สะท้อนว่าประชาชนยังอ่อนแอ ต้องคอยพึ่งพาผู้อื่น . ในแนวคิดนี้ ประชาชนเปรียบเสมือนโหนด (node) ในเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันโหนดยังอ่อนแอเพราะต้องพึ่งพาศูนย์กลาง หากทำให้แต่ละโหนดเข้มแข็ง พึ่งตนเองได้ มีศักดิ์ศรีในตัวเอง ประชาธิปไตยที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้นได้ . 7.#ไม่ต้องสมัคร ถ้าวิถี DeCen คุณคือสมาชิกพรรค . สมัครได้ยัง? อย่างที่พูดไปตอนต้นว่ามันไม่ใช่พรรคการเมืองจริงๆ แต่คือหลักการ แนวคิด ดังนั้น ใครก็ตามที่เข้าใจและปฏิบัติตามแนวคิดบิตคอยน์ก็ถือเป็นสมาชิก "พรรคชาติหน้าพัฒนา" แบบอัตโนมัติ! . ดังนั้น ไม่ต้องมาขอสมัครหรือขออนุญาตใดๆ เลย ย้ำ! ไม่ต้องขออนุญาตใครหากคุณใช้ชีวิตตามหลักการสำคัญด้วยการ ทำงานหนัก ใช้จ่ายน้อย และเก็บออมเป็นบิตคอยน์ (คุณกำลังทำ PoW - Proof of Work) . นอกจากนี้ “แนวคิดนี้เป็นแบบ open source หรือเปิดฟรี” ใครๆ ก็สามารถ hard fork (นำไปพัฒนาต่อ) หรือตั้งเป็นพรรคการเมืองได้ จริง ไม่หวงเพราะมันคือพิมพ์เขียวคุณแค่เอาไปต่อยอด เผลอๆ ในอนาคตเมื่อลูก ดร.วิชิต โตอาจมาตั้งพรรคการเมืองก็ได้ ใครจะไปรู้ (แต่ตอนนี้ยังเป็นทารกอยู่นะ) . 8.#Decentralization แบบไทยๆ จาก Chitbeer ถึงวัดวาอาราม . การกระจายศูนย์ (Decentralization) ในสังคมไทย ก็มีให้เห็นอยู่แล้วแต่เราอาจนึกไม่ถึง เช่น ระบบวัดในไทยที่เป็นการกระจายศูนย์ สร้างวัดขึ้นด้วยศรัทธา คนบริจาคให้วัดด้วยความสมัครใจ ไม่มีการบังคับ อีกตัวอย่าง ดร.วิชิต ยกกรณีธุรกิจคราฟต์เบียร์ของตนเอง เมื่อมีคนมาเรียนต้มเบียร์ ก็ไม่มีการบังคับซื้ออุปกรณ์ต้มเบียร์ รวมถึงไม่เคยคิดจะตั้งสมาคมใดๆ อยากให้กระจายศูนย์อำนาจ . 9.#ยิ่งใหญ่ ยิ่งรวมศูนย์ : กับดักระบบกระจายอำนาจ . อุปสรรคสำคัญของระบบกระจายศูนย์ คือการเติบโตจนใหญ่เกินไปของบางหน่วย ซึ่งนำไปสู่การรวมศูนย์อำนาจ เมื่อหน่วยใดหน่วยหนึ่งแข็งแกร่งเกินไป จะกลายเป็นผู้ควบคุมตลาด . แม้ตัวเองจะเข้มแข็ง แต่ละเลยการดูแลระบบนิเวศโดยรวม ทำให้หน่วยอื่นๆ (โหนด) อ่อนแอลง ต้องกลับมาพึ่งพาหน่วยที่ใหญ่กว่า และเมื่อเกิดวิกฤติ ระบบทั้งหมดก็จะพังทลาย เพราะขาดความเข้มแข็งของทุกภาคส่วน . 10.#สหรัฐฯ: ตัวอย่างระบบรวมศูนย์ที่ทำลายระบบนิเวศโลก . สหรัฐฯ เป็นตัวอย่างของการรวมศูนย์อำนาจที่ชัดเจน แม้จะอ้างว่าเป็นตลาดเสรี แต่ในความเป็นจริงกลับควบคุมระบบการเงินโลกผ่านเงินดอลลาร์ ทำให้ประเทศเล็กๆ หรือโหนดอื่นๆ อ่อนแอลง อีกทั้งยังหลงคิดว่าตนเป็นศูนย์กลางของโลก โดยไม่สร้างคุณค่าให้ระบบนิเวศโดยรวม . ทั้งที่หลักการสำคัญคือทุกหน่วย ไม่ว่าจะเป็นระดับบุคคลหรือประเทศ ต้องสร้างคุณประโยชน์ต่อผู้อื่น ไม่ใช่คิดแต่จะเอาเปรียบ หากทุกฝ่ายยึดหลักการนี้ โลกจะน่าอยู่ขึ้น เพราะ "ไม่มีใครต้องแบกใคร" . 11.#กติกาเท่ากัน ผลต่างกัน . การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบกระจายศูนย์ ต้องคำนึงถึงกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากระบบรวมศูนย์เดิม โดยต้องมีมาตรการเยียวยาในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Period) . แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ ต้องปลูกฝังแนวคิดใหม่ที่ว่า “กติกาของเกมเท่าเทียมกัน แต่ผลลัพธ์มันจะไม่เท่ากัน” เหมือนกฎฟุตบอลของฟีฟ่าที่เท่าเทียมกัน แต่ละทีมมีความสามารถต่างกัน นี่คือหลักการของความเท่าเทียมที่แท้จริง . 12.#สังคมกระจายศูนย์ : ทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง . สังคมแบบกระจายศูนย์ จะดีขึ้นเพราะมีการปรับโครงสร้างให้ชุมชนและภาครัฐมีขนาดเล็กลง กระจายหน่วยทางสังคมให้มากขึ้น ส่งผลให้ผู้คนสื่อสารและใกล้ชิดกันมากขึ้น เกิดเป็นระบบที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา มีความกระตือรือร้น และมีพลัง . โดยทุกคนมีแสงสว่างในตัวเอง ไม่ใช่มีเพียงไม่กี่คนที่เปล่งประกาย ที่สำคัญคือต้องอยู่ร่วมกันโดยไม่เอาเปรียบซึ่งกันและกัน . 13.#ความจริงอยู่ตรงหน้า แค่มันรอให้ทุกคนมองเห็น . “ความจริงมีอยู่แล้ว” แต่คำว่า “ความจริงมันช้า” หมายถึง "เลนส์" หรือมุมมองในการมองเห็นความจริงของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ดังนั้นแนวคิดพรรคชาติหน้าพัฒนา ไม่สามารถเร่งการรับรู้ความจริงได้ บางคนเห็นความจริงมา 10 ปีแล้ว บางคน 15 ปี (ที่รู้จักกับบิตคอยน์) . ภารกิจสำคัญของพรรคคือ การช่วยให้ผู้คนมองเห็นความจริงเร็วขึ้นผ่านเลนส์ของตัวเอง ด้วยการทำ Social Layer of Change เพื่อนำไปสู่การสร้างความรู้ความเข้าใจในวงกว้าง . เมื่อคนเห็นความจริง ก็ไม่จำเป็นต้องมาจัดงานเพื่ออธิบายว่าบิตคอยน์คืออะไร เหมือนปัจจุบันที่ไม่ต้องจัดงาน Internet Conference แล้ว . คาดว่าต้องใช้เวลาอีก 10 ปีที่ผู้คนเห็นความจริง และอีก 10-15 ปีในการต่อยอดจากความจริงที่มีอยู่ต่อ เพื่อสร้างคุณค่าให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและโลก . 14.#บิตคอยน์: ความจริงที่เริ่มต้นตั้งแต่ 3 มกราคม 2009 . บิตคอยน์เป็นความจริงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 3 มกราคม 2009 แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญ จึงไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้อย่างเต็มที่ . แม้ว่าการใช้งานจริงจะทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ “เก็บออม” เพื่อเป็นทุนระยะยาว แต่ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่มีเงินสดเหลือ ตอนนี้บิตคอยน์จึงกลายเป็นเรื่องของคนที่มีเงินสดในมือเหลือ . ทำให้ประเทศที่พัฒนาแล้วและเข้าใจความจริงแล้ว นำเงินสดที่เหลือมาเก็บบิตคอยน์ ส่วนประเทศยากจน แม้บิตคอยน์จะเป็นทางออกในการลดความเหลื่อมล้ำ แต่เอาเข้าจริงๆ คนในประเทศก็ยังคงสนใจดอลลาร์เพราะว่ายังอยู่ในเฟสที่ต้องเอาตัวรอดไปรายวัน. . . *ใครยังอ่านไม่จุใจ ฟังต่อได้ 2 ชม.เต็ม : Game of Decentralized พรรคชาติหน้าพัฒนา : Right Talk EP.01 ที่ลิงก์นี้ https://www.youtube.com/live/i2FuVORB8Lc?si=erlm4qUMVB0T9znA *************************************** #nostr #wherostr #siamstr #efinancethai image
ChaCha's avatar
ChaCha 1 year ago
เบียร์เย็นได้กาแฟก็เย็นได้ ชิดซ้ายเตรียมยูเทิร์น!#siamstr #nostr #wherostr 🤣 #rightshift image
ChaCha's avatar
ChaCha 1 year ago
1.การทำความเข้าใจบิตคอยน์ จะช่วยปลดแอกเรา ทำให้เราเริ่มเก็บเงินให้ถูกที่ ทรัพย์สินที่รัฐบาลผลิตเพิ่มไม่ได้ คือทรัพย์สินที่ควรเก็บออม . 2.ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น เงินเก็บในมือจึงซื้อของได้น้อยลง ไม่ต่างอะไรกับการ ‘ถูกปล้น’ เราอยู่ในโลกที่แม้หาเงินได้มากขึ้น แต่เงินกลับเสื่อมค่าทุกๆ ปี เงินที่เก็บไว้ถูกทำลายเหมือนกับเรา ‘โดนลักหลับ’ . 3.สิ่งสำคัญสำหรับ นลท.คือการที่จะต้องเข้าใจระบบการเงินปัจจุบัน บิตคอยน์มันไม่ใช่โอกาสรวย แต่เป็น ‘โอกาสรอด’ เหมือนเรือไททานิค . 4.เราต้องรู้ว่าปริมาณของเงินมันเพิ่มขึ้น แต่ความมั่งคั่งมันไม่ได้เพิ่มขึ้น มันคือการที่เงินของเราถูกปล้นไปตลอดเวลา มันคือการที่เราทำงานและเรามีเงินเก็บ แต่เงินเก็บของเรามันระเหยได้ . 5.บิตคอยน์ ชี้ให้เห็นถึงความเป็นจริงของโลก ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ความเป็นจริงที่เราท่องจำกันมาจากมหาวิทยาลัย คำว่า เงินวันนี้มีค่ามากกว่าวันพรุ่งนี้ การที่เงินต้องเสื่อมค่าลงตลอดเวลา ความเป็นจริงที่เราถือว่าเป็นสัจธรรมเหล่านี้ มันอาจจะไม่ใช่สัจธรรม อาจจะเป็นเพียงแค่บางสิ่งบางอย่างที่ ‘เขา’ ใช้มาควบคุมเรา #bettertrade #bettertrade2024 #siamstr #nostr #wherostr #bitcoin image
ChaCha's avatar
ChaCha 1 year ago
กับเซเลปท่านหนึ่ง 🤣 ขอบคุณ อ.ตั๊ม พิริยะ🙏 ขาก RightShift ที่มาอาละวาดบนเวที #BetterTrade2024 ของอีไฟแนนซ์ไทย ดีใจที่ได้สัมภาษณ์อาจารย์อีกครั้ง แม้เวลาจะน้อยมาก 45 นาที (เวลามาตรฐานที่เคย Live คือ 2 ชม.) จนต้องติดสปีดแบบไลต์นิ่งเน็ตเวิร์ค โอกาสหน้าคงต้องเชิญ อ ตั๊ม มาทอล์คโชว์‼️ #siamstr #nostr #wherostr สรุปจะตามมา😀 image
ChaCha's avatar
ChaCha 1 year ago
@PIGROCK งือ ตกใจอีกแล้ว 😭😭😭
ChaCha's avatar
ChaCha 1 year ago
😱สมคำร่ำลือ! สำหรับทอล์คโชว์ที่ดีที่สุดแห่งปีของ อ.ตั๊ม พิริยะ บิตคอยเนอร์ตัวพ่อของเมืองไทยกับ 3 ชั่วโมงที่ฟังแล้วไม่อยากขอเวลาคืน (ทอล์คต่ออีกได้ไหม...) . "Exit The Matrix" อยากหลุดพ้น...หรือวนลูปเดิม? 🤔ฟังไปสะอึกไป อ.ตั๊ม ฉายเดี่ยวครบทุกอรรถรส เผ็ด หวาน มัน ฮา จัดจ้านสะท้านทรวง เป็นอีกหนึ่งอาหารจานเด็ด ให้คุณได้ลองชิมผ่านเลนส์เศรษฐศาสตร์ สำนักออสเตรียน . ที่แน่นอนว่าหลายๆ อย่างนี่ #อุบร๊ะ! มันช่างขัดแย้งกับที่เราเคยร่ำเรียนมาเสียจริง! หลายแง่มุมที่เราได้อ่านน่าจะกระตุ้น “ต่อมเอ๊ะ!?” ให้เราลองหาคำตอบเพิ่มเติมกันต่อ . หากว่าคุณพร้อมแล้ว…นี่คือ “กุญแจดอกแรก” . . 1.การเข้าใจว่า “โลกนี้ทำงานอย่างไร” มันจะเปลี่ยน “มุมมอง” ของคุณต่อโลกนี้ไป ตลอดกาล . 2.ลองนึกถึงชีวิตมนุษยชาติในทุกวันนี้อยู่ใน “ระบบที่ภาครัฐดูแล” ​และบอกเราว่าอะไรทำได้ไม่ได้และดูแลสวัสดิ การใช้ชีวิตไม่มีอิสรภาพตกอยู่ในสภาวะ “ทาส” 3.“ทาส” คือคนที่ไม่มีอิสรภาพคำว่า “อิสรภาพ” คือสิทธิในการที่คุณจะสามารถตัดสินใจเกี่ยวกับตัวเลือกในชีวิตด้วยตัวเอง และรับผลกระทบด้วยตัวคุณเอง . 4.ยุคนี้มันไม่ใช่การควบคุมทาสด้วยโซ่ตรวนหรือกฎหมายแต่ “เงิน” คือสิ่งที่ผู้คุมอำนาจใช้เป็นเครื่องมือควบคุมมนุษย์เปรียบเสมือน “ระบบทาสยุคใหม่” . 5.ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในชีวิตมนุษย์คือ “เวลา” เราเคยตั้งคำถามกับตัวเองบ้างไหมว่า “จะหยุดทำงานเมื่อไหร่” ​หรือทำในสิ่งที่ตนเองรักกี่โมง . 6.ทางออกเดียวที่จะทำให้เรา “หลุดพ้น” จากสภาวะที่ถูกควบคุมคือ “การออมเงิน” ซึ่งจะนำมาสู่อิสรภาพแต่ “เงินเฟ้อ” กลับกัดกร่อนมูลค่าของเงินลดลงเรื่อยๆ 7.“เงินเฟ้อ” ทำให้การเก็บออมเป็นเรื่องยากมากขึ้น และทำให้คนต้องทำงานไปตลอดชีวิตเพื่อมีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น . 8.การพิมพ์เงินเพิ่มของรัฐบาลเป็นสาเหตุหลักของเงินเฟ้อ โดยเฉพาะหลังการยกเลิกมาตรฐานทองคำในปี 1971 ทำให้รัฐบาลสามารถพิมพ์เงินได้ไม่จำกัด . 9.การพิมพ์เงินเพิ่มมักถูกใช้เป็น “เครื่องมือ” ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น แต่ส่งผลเสียในระยะยาว . 10.เงินเฟ้อรุนแรง เกิดขึ้นตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาในหลายประเทศทำให้ค่าเงินลดลงอย่างรวดเร็วเกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมตามมา . -------------------------------------- 11.รัฐบาลรายงานอัตราเงินเฟ้อโดยใช้ CPI ซึ่งไม่สะท้อนการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าที่แท้จริง เนื่องจากสามารถเปลี่ยนแปลงสินค้าในตะกร้าและควบคุมราคาสินค้า . 12.การควบคุมราคาสินค้าโดยรัฐเพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ มักนำไปสู่การขาดแคลนสินค้าและปัญหาทางเศรษฐกิจที่รุนแรงยิ่งขึ้น . 13.เงินเฟ้อทำให้ “ค่าแรงเพิ่มขึ้นช้ากว่าค่าเงินเสื่อม” ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมการเปลี่ยนงานบ่อยเพื่อขึ้นเงินเดือน บริษัทขนาดเล็กกลายเป็นทางผ่าน เกิดปัญหาสมองไหลไปสู่บริษัทใหญ่ . 14.เมื่อสมองไหลไปสู่บริษัทใหญ่ ส่งผลให้ธุรกิจขนาดเล็กรอดได้ยาก ธุรกิจขนาดใหญ่ก็ยิ่งเติบโต ความเหลื่อมล้ำทางรายได้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ . 15.เงินเฟ้อสูง ทำให้ผู้คนหาทางรักษามูลค่าเงินด้วยการลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆ เช่น อสังหาฯ หุ้น ทองคำ ทำให้ตลาดสินทรัพย์เหล่านี้เติบโตอย่างรวดเร็ว . 16.กองทุนมักจะเน้นลงทุนในหุ้นใหญ่มากกว่าหุ้นเล็ก เกิดบริษัท "ซอมบี้" ที่มีมูลค่าสูงแต่ไม่สร้างผลผลิตจริง เพราะแม้บริษัทใหญ่แต่บางแห่งแทบจะไม่มี Productivity . 17.ทั้งหมดก็มาจาก “เงิน”​ เงินที่ดีต้องทำหน้าที่ 3 ประการคือ เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน เก็บมูลค่าและเป็นหน่วยวัดมูลค่าทำให้เราวางแผนอนาคตได้ . 18.แต่ปัญหาของ“เงิน”ในทุกวันนี้ นอกเหนือจากเสื่อมค่าลงทุกปีแล้วเราไม่รู้ว่ามันจะเสื่อมค่าต่อปีเท่าไหร่ การวางแผนชีวิตระยะยาวจึงเป็นไปได้ยากมาก . 19.แม้แต่สหรัฐฯ ก็เผชิญปัญหาเงินเฟ้อรุนแรงในช่วงโควิด แค่ปีเดียวปริมาณเงินเพิ่มขึ้น 43% มูลค่าเงินลดลงเกือบครึ่งโดยที่ปชช.ไม่รู้ตัว ตอนนี้ราคาสินค้ากำลังเพิ่มขึ้น . 20.เงินเฟ้อเป็นการลงโทษคนที่เก็บออมแต่ให้รางวัลกับคนที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยคล้ายกับระบบทาสที่ผู้คุมให้เงินพอยังชีพแต่คุมราคาสินค้า ทำให้ออมยาก รวยก็ยาก . -------------------------------------- 21.การควบคุมปริมาณเงินเป็นเครื่องมือควบคุมสังคม มีการทดลองในค่ายกักกันทหารที่ใช้บุหรี่เป็นเงินพบว่า การเพิ่มปริมาณบุหรี่ทำให้โครงสร้างอำนาจในค่ายเปลี่ยนแปลง . 22.เมื่อมีผู้ผลิตเงินเป็นรัฐบาล แล้วสามารถใช้การควบคุมปริมาณเงินในการควบคุมสังคมได้ รัฐบาลจะกลายเป็นลูกค้าสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง แทนที่จะเป็นประชาชน . 23.ระบบการศึกษาและระบบสุขภาพถูกบิดเบือนเมื่อรัฐบาลเป็นผู้จ่ายเงิน เน้นวัดที่ปริมาณผู้ที่เรียนจบตามเคพีไอรัฐ ไม่ได้ตอบสนองความต้องการของประชาชน . 24.ประวัติศาสตร์นับครั้งไม่ถ้วนบอกเราว่า การทำให้เงินเฟ้อหรือการที่รัฐบาลใช้เงินเป็นเครื่องมือในการปกครอง สร้างให้เกิดจุดจบของอารยธรรม . 25.เงินฝืด ถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีแต่จริงๆ แล้วอาจเป็นสิ่งที่ดีสำหรับประชาชน เพราะทำให้สินค้าราคาถูกลงและเงินออมมีค่ามากขึ้น . 26.การใช้ “ทองคำ” เป็นมาตรฐานเงินตราช่วยให้เกิดเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมในช่วงศตวรรษที่ 18-19 แต่การยกเลิกมาตรฐานทองคำทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อ . 27.เงินเฟ้อทำให้การลงทุนระยะยาว และการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ลดลง เนื่องจากนักลงทุนต้องการผลตอบแทนเร็วเพื่อชดเชยค่าเงินที่เสื่อมลง . 28.การพัฒนาทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมในช่วงศตวรรษที่ 20 ช้าลง เมื่อเทียบกับศตวรรษก่อนหน้า เนื่องจากระบบเงินที่ไม่มั่นคง . 29.ระบบเงินที่มั่นคงจะช่วยให้คนมีอิสรภาพในการเลือกทำงานที่ตนรัก และส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและธุรกิจใหม่ๆ . 30.การเก็บออมในทองคำและที่ดินเป็นวิธีรักษามูลค่าเงินที่ดี แต่ก็จะมีกฎหมายควบคุม เช่น ภาษีที่ดินซึ่งอาจกระทบต่อเจ้าของที่ดินรายย่อยมากกว่านายทุน . -------------------------------------- 31.ในปี 2008 มีการเผยแพร่แนวคิดการสร้างเงินอิเล็กทรอนิกส์แบบ peer-to-peer โดยบุคคลนิรนามชื่อ “ซาโตชิ นากาโมโต” สิ่งนั้นคือ “บิตคอยน์” . 32.ก่อนหน้านี้กลุ่ม Cypherpunks เคยพยายามสร้างเงินตามแนวคิดนี้แต่ไม่สำเร็จพวกเขาเป็นกลุ่มโปรแกรมเมอร์ที่ต่อต้านการควบคุมของรัฐบาล พัฒนาเทคฯ เพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว . 33.บิตคอยน์มีอุปทานจำกัดอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญและไม่มีใครสามารถผลิตขึ้นมาได้โดยที่ไม่มีต้นทุน ทุกคนต้องทำ PoW ใช้ไฟ ใช้พลังงานสร้าง Productivity . 34.การมีจำกัดหมายความว่าคุณมี 1 บิตคอยน์ในวันนี้ผ่านไป 100 ปีก็ยังมี 1 ใน 21 ล้านเหรียญเหมือนเดิม เป็นนโยบายการเงินที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ . 35.นโยบายการเงินนั้นๆ จะทำให้ “เงินเฟ้อหรือเงินฝืด” ไม่สำคัญเท่ากับการเป็นนโยบายการเงินที่ “สามารถคาดเดาได้” เพราะทำให้ผู้คนสามารถวางแผนอนาคตได้ . 36.ปัจจุบัน bitcoin ถูกผลิตออกมาแล้ว 94% เหลืออีกประมาณ 1.2 ล้าน bitcoin ที่จะทยอยออกมาในอีกประมาณ 120 ปีต่อจากนี้ . 37.บิตคอยน์อยู่รอดมาได้ 15 ปีและสามารถเจริญเติบโตขึ้นมาเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาด ณ ปัจจุบันอันดับ 10 ของโลกแล้ว . 38.มูลค่าบิตคอยน์เทียบดอลลาร์ราคาอาจจะแกว่ง แต่ถ้าเทียบ 1 บิตคอยน์ = 1 บิตคอยน์จากทั้งหมด 21 ล้านบิตคอยน์ มันก็จะมีเท่านั้นตลอดไป . 39.หนังสือ The Bitcoin Standard ที่แปลเล่มแรก อ.ตั๊ม พยายามหาสำนักพิมพ์ที่จะตีพิมพ์แต่ส่วนใหญ่ปฏิเสธบอกว่าไม่ยุ่งกับ scam แต่มีซีเอ็ดยอมพิมพ์ให้ . 40.โดยสรุป “คุณจะออมเป็นอะไรก็ได้” แต่ขอให้เข้าใจในสิ่งที่ออม และหากบอกว่าไม่มีเงินแต่อยากออม bitcoin ก็ลองพิจารณาคำพูดของพี่วิชิตบิตคอยเนอร์ตัวพ่อที่มักบอกอยู่เสมอว่า ​“แดกก่อนเก็บ!” . . 😃เอาล่ะ! จากนี้ไป “กุญแจดอกที่สอง” อยู่ในมือคุณแล้ว อยู่ที่คุณจะไขมันลึกลงเพียงใด หรือจะหยุดมันไว้เพียงเท่านี้… ------------------------------------------------ 👉หากไม่สาแก่ใจตามไปตาแฉะหูชื้นกัน 3 ชั่วโมงเต็มที่ช่องยูทูบ Right Shift ตอน "Exit The Matrix" อยากหลุดพ้น...หรือวนลูปเดิม? ------------------------------------------------ 👉อัปเดตข่าว ก้าวทันโลกสินทรัพย์ดิจิทัล ได้ที่นี่ https://www.efinancethai.com/LastestNews/Crypto.aspx *การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน #คริปโต #คริปโท #สกุลเงินดิจิตอล #บล็อกเชน #สินทรัพย์ดิจิทัล #โทเคน #บิตคอยน์ #บิทคอยน์ #เงินดิจิตอล #Bitcoin #BTC #Ethereum #ETH #Ether #Crypto #Blockchain #DigitalAsset #AI #Cybersecurity #ฟินเทค #efinanceThai #อีไฟแนนซ์ไทย @siamstr ------------------------------------------------ 👉มาค้นหาโอกาสใหม่ๆ ไปด้วยกัน! ที่งาน BetterTrade 2024 : The Next Wealth Opportunity 👉ลงทะเบียนฟรี : 👉วันที่ 2 พฤศจิกายน 2024 Samyan Mitrtown Hall ชั้น5 image