Xsara8's avatar
Xsara8
itssara@rightshift.to
npub1z7k4...xre4
Make it happen, build it come true.
Xsara8's avatar
xsara8 1 year ago
GE #siamstr ครับ ช่วงนี้กำลังเช้าโค้งสุดท้ายก่อนงาน TBC2024 แล้ว อ่า....แต่ละวันผ่านไปเร็วเหลือเกิน
Xsara8's avatar
xsara8 1 year ago
1 ปีแล้วสินะ #siamstr #ThailandZapathon รู้หมือไร่ เมื่อก่อนเรามี #ทีมฮูก #ทีมตรู่ ด้วยนะ
Xsara8's avatar
xsara8 1 year ago
งานสี่ด้าน GM #siamstr "โอ้งานงอกแล้วสิ" ผมเชื่อว่าทุกท่านก็คงจะเคยได้ยินประโยคนี้ เป็นคำอุทานที่มักใช้ตอนที่เรา ทำอะไรผิดพลาดจนเกิดปัญหา แต่ช่วงไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมพึ่งได้เจอคำว่างานงอกของจริง งานที่ 1 แตกแยกย่อยเป็นงานที่ 2 ตามมาด้วยงานที่ 3 ที่จะพาไปสู่งานที่ 4, 5 และ 6 ต่อไป เรียกได้ว่างอกมาวันละไร่ ทำเท่าไหร่ก็ยิ่งเพิ่ม ผมยังคงมีความสุขกับงานและส่วนใหญ่งานเหล่านี้คืองานที่ผมสร้างมันขึ้นมาเองด้วย (สั้นก็คือ "หาทำ" นั่นแหละฮะ 555) แต่หลายอาทิตย์เข้าก็ชักเริ่มเยอะซะแล้วสิ จะจัดการกับกองพะเนินนี้ยังไงดี? จนผมได้ไปเจอกับ นิทานเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสามก๊ก ขอเรียกชื่อว่า "ถังน้ำของขงเบ้ง" ก็แล้วกัน นิทานถังน้ำของขงเบ้งนั้น เป็นเรื่องราวที่ขงเบ้ง ให้คำปรึกษาเรื่องการจัดการงานที่มากมายของเล่าปี่ โดยแบ่งงานออกเป็น 4 ชนิดและเปรียบเทียบเป็นแต่ละสิ่งต่างกัน 1. งานประเภทก้อนกรวด (งานที่ด่วนและสำคัญ) : เช่นงานที่มีเดดไลน์กำหนดชัดเจนและใกล้เวลาเต็มที, งานที่ส่งผลกระทบต่อด้านอื่นๆของชีวิต / Reward สูง Risk สูง แน่ๆ ถ้าไม่ทำ 2. งานประเภทก้อนหินใหญ่ (งานที่ไม่ด่วนแต่สำคัญ) : งานซึ่งไม่มีกำหนดเวลาหรือมีแต่ไกลออกไป อาจหมายถึงงานซึ่งหวังผลในระยะยาวเช่น การพัฒนาทักษะ การ คนใช้เครื่องมือทุ่นแรง การออกไอเดีย ,การวางแผนงานโปรเจคใหม่ๆ / Reward สูง Risk ต่ำ 3. งานประเภทเม็ดทราย (งานที่ด่วนแต่ไม่สำคัญ) : เช่นงานทั่วไปที่ต้องใช้เวลา หรือโฟกัสไปกับงานเช่น การจัดระเบียบเอกสาร, จัดการธุระส่วนตัวต่างๆ, งานสังคม/ Reward ปานกลาง Risk ปานกลาง 4. งานประเภทน้ำ (งานที่ไม่ด่วนและไม่สำคัญ): เป็นเรื่องที่เรามองแล้วไม่ควรเสียเวลาด้วย /Reward ต่ำ Risk ต่ำ - มีงาน 4 ด้านแล้ว ถังน้ำเกี่ยวอะไร ? ถังน้ำก็เปรียบเสมือนเวลาในชีวิตของเรา ซึ่งมีอยู่อย่างจำกัด ถ้าใส่แต่น้ำไปเต็มถัง ถังก็เต็มไม่สามารถใส่อย่างอื่นได้อีก ถ้าใส่ทรายลงไปเต็มถัง น้ำก็ยังพอจะแทรกในทรายได้ ถ้าใส่แต่กรวดลงไป ทรายและน้ำก็ยังพอใส่ได้ แต่จะไม่มีที่สำหรับก้อนหินใหญ่เลย สุดท้ายก้อนหินใหญ่เหล่านี้ก็จะกลายเป็นก้อนกรวดในวันข้างหน้า เป็นงานที่ใกล้วันเข้ามาแล้วนั่นเอง เปรียบเหมือนการบริหารงานในชีวิตของเรา ถ้านำหลักการบริหารงานมาใช้ ก็อาจแบ่งเรียงลำดับได้ว่า 1.ทำทันที, 2.กำหนดจัดการ, 3.แจกให้คนอื่นทำ, และ 4. ไม่ทำ เพื่อเป็นการเร่งจัดการงานที่ค้างให้หมดไวที่สุด แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นของเราในโพสต์นี้ - งานกับถังที่มีจำกัด แต่ถ้าเราต้องการขนสิ่งเหล่านี้ให้ได้มากที่สุดล่ะ เราควรเริ่มจาก หินก้อนใหญ่, เมื่อหินก้อนใหญ่เต็ม จึงใส่ก้อนกรวดลงไป เพราะก้อนกรวดแทรกไปตามช่องว่างของหินก้อนใหญ่ได้, ต่อมาเม็ดทราย ปิดสุดท้ายด้วยน้ำ ด้วยเหตุผลเดียวกัน.. ช่องว่างที่ใหญ่ก็เปรียบเสมือนเวลาที่ยังเหลือทิ้ง ยิ่งเติมช่องว่างให้เล็กลง เรายิ่งใช้เวลาได้มากขึ้น เหมือนกับกองพะเนินงานของผม หลังจากที่ผมประเมินงานทั้งหมด มีงานประเภทก้อนกรวดน้อยมาก ในขณะที่ส่วนใหญ่จะเป็นงานประเภทก้อนหินใหญ่ งานกฎหมายซึ่งมีกำหนดการล่วงหน้า, รายการกฎหมายชาวบ้านทุกเสาร์-อาทิตย์ หรือ Right shift ที่มีรูทีนชัดเจนเช่นรายการ สภายาส้ม หรือ Onlynips เปรียบเสมือนงานประเภทก้อนกรวด ส่วนที่เหลือจะเป็นโปรเจคระยะยาว หรืองานที่ไม่มีกำหนดเวลาอันใกล้ เช่น งานแปลหนังสือ, รายการอื่นๆ, งานฟ้องคดี และการพัฒนาวิธีการใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพมากกว้าเดิมในการทำงาน, การพัฒนาทักษะที่ต้องการ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนงานก้อนหินใหญ่ เมื่อเรายังไม่มีงานด่วนมากนัก..ก็สร้างมันขึ้นมาซะเลย โดยการทุบก้อนใหญ่ออกมาให้แหลก แยกงานชิ้นใหญ่ออกมาให้เล็ก ซึ่งบางส่วนก็จะกลายเป็นทราย เพื่อเติมเต็มช่องว่างของก้อนกรวดต่อไป งานชิ้นใหญ่อย่างการวางแผนโครงสร้าง หรือโปรเจคงานต่างๆ ย่อมเต็มไปด้วยขั้นตอนและวิธีการแยกย่อยเต็มไปหมด ถ้าเราวิเคราะห์และเข้าใจถึงเนื้องานได้ แบ่งแยกได้ว่าสิ่งไหนจำเป็นหรือไม่จำเป็น เหมือนแยกทรายออกจากกรวด หรือบางที หินก้อนนั้นอาจมีโพรงข้างในก็เป็นได้หมายถึง ง่นที่ดูยิ่งใหญ่ แต่ขริงๆแล้วกระบวนการด้านในกลับไม่มีอะไรซับซ้อน สามารถทำงานได้อย่างง่าย เท่านี้ก็เป็นการกำจัดอากาศออกไปเพื่อเพิ่มพื้นที่ได้อีกขั้น -แล้วงานประเภทน้ำล่ะ? ดูเผินๆ น้ำดูไม่มีความจำเป็นอะไร เป็นเรื่องที่ตัดทิ้งไปซะก็ดีแต่ว่า สิ่งนี้คือการปรับสมดุล ถ้าไม่มีน้ำคอยชุ่มฉโลม จะมีก้อนหินที่แห้งผาดเหล่านี้ไปทำไม เหมือนคนที่ทำแต่งาน ถ้าไม่เติมพลังให้กับชีวิต เราจะมีชีวิตไปทำไม ในอีกแง่หนึ่งเมื่อคนที่สามารถจัดการงานพร้อมให้เวลาตัวเองมีความสุขได้ เขาต่างหากคือคนที่ใช้เวลาได้คุ้มค่าอย่างแท้จริง สุดท้ายเป้าหมายของคนที่ทำงานอย่างหนักคืออะไร? ก็คืออยากทำให้ชีวิตตัวเองดีขึ้น เพื่อให้มีความสุข หรือเพื่อฝันใดๆก็ตาม มันจะมีประโยชน์ถ้าถึงวันนั้นเราไม่ได้อยู่ดูฝันนั้นเบ่งบาน ทรัพยากรที่จำกัดที่สุดของมนุษย์เราคือ เวลา แม้เราจะมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่การเก็บเกี่ยวเวลานี้ต่างหากที่ทำให้พวกเราต่างกัน บางคนเก็นได้ 2 ชั่วโมง บ้างก็ได้ 4 ชม. แต่บางคนสามารถเก็บเกี่ยวได้เป็น 100 ชม. ....ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับการกระทำและมุมมองของแต่ละคน สุดท้ายนี้ขอให้โชคดีครับ ทำงานให้มีความสุข
Xsara8's avatar
xsara8 1 year ago
สวัสดีตอนเที่ยงครับ เมื่อกี้ในรายการมี comment ถาม มาว่า " ถ้าพ่อให้ของลูกแล้วสามารถฟ้องเอาคืนได้ แต่ทำไม การให้โดยเสน่หาถึงไม่สามารถเอาคืนได้" ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ เลยจะเอามาแชร์ให้ อ่านกันครับ จากรายละเอียดที่ถามมา การที่พ่อให้ลูกและการให้โดยเสน่หาคือเรื่องเดียวกันครับ และสามารถฟ้องเรียกคืนการให้ได้อีกด้วย ซึ่งในทางกฎหมายเราเรียกว่า การขอคืนการให้ด้วยเหตุประพฤติเนรคุณ และคำว่า ประพฤติเนรคุณเนี่ยมันคือยังไง แค่ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ถือเป็นการเนรคุณหรือเปล่า? ไม่จำเป็นต้องเป็นพ่อแม่แต่เป็นใครก็ได้ เพื่อน คนรู้จัก พี่น้อง ที่ตัวเรานั้นให้ทรัพย์สินกับเขา การจะขอคืนการให้ด้วยเหตุประพฤติเนรคุณนั้น มีอยู่ด้วยกัน 3 เหตุผลด้วยกัน นั่นก็คือ 1. ถูกผู้รับประทุษร้ายอย่างร้ายแรง 2. ถูกผู้รับทำให้เสียชื่อเสียงหรือหมิ่นประมาท อย่างร้ายแรง 3. ถูกผู้รับบอกปัดไม่ให้สิ่งของจำเป็นแก่การเลี้ยงชีวิต ในเวลาที่เรายากไร้และตัวเขาสามารถให้ได้ เมื่อเข้าหัวข้อใดข้อหนึ่งก็สามารถฟ้องเพื่อเรียกคืนการให้ได้ครับ #siamstr
Xsara8's avatar
xsara8 1 year ago
พี่ชิตกำลังสอนให้พวกเราเป็นเจ้าของธุรกิจ คำถามคือแล้วเราจะเอาไอเดียมาจากไหน? มึงลองดูพระพุทธเจ้าสิ ท่านมีทุกอย่างแล้ว ทำไมยังต้องหาทางดับทุกข์ เพราะนี่คือจิตสำนึก ความรักในเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ตอนพี่ชิตทำ Start-up ไอเดียมันมีอยู่ 3 แบบ 1. การยกระดับคุณภาพชีวิต (Quality of life) ทำอะไรก็ได้ที่ทำให้คุณภาพชีวิตคนดีขึ้น อร่อยขึ้น สบายขึ้น มีความสุขมากขึ้น 2. การแก้ไขสิ่งที่ผิด (Fixing the world) ไปที่เห็นว่ามันผิด มันควรต้องมีทางออก ก็ทำทางออกให้มัน 3. ชุบชีวิตความสุขในอดีตกาล (Revive and Maintain) อะไรที่เราเห็นว่ามันดีในอดีต แต่ตอนนี้มันหายไป เราก็แค่ชุบชีวิตมันขึ้นมาใหม่ แล้วรักษามันเอาไว้ ตราบนานเท่านาน แก่นหลักสำคัญของเรื่องนี้คือ "ความเห็นใจในเพื่อนมนุษย์" ส่วนสิ่งที่จะผลักดันให้เราลงมือทำ ทันที ทำอย่างบ้าคลั่งได้นั้น คือ "Motivation" นั่นเอง #siamstr #chittalk