Default avatar
nobody
npub1phya...guyd
account deleted
nobody 2 years ago
2023 เป็นปีทึ่ผมก้าวกระโดดในการพัฒนารูปร่างและหน้าตา เพื่อเล่น Date-Game #siamstr ผมเลิกกับแฟนตอนต้นตุลา2022 ( ตอนนั้นยัง Virgin - Incel - simp - bluepilled(ในแง่จีบสาว)) - niceguy ) ก็ได้โหลดทินเด้อมาเล่น และอยู่ในกลุ่มดีลมหาลัย พอปลายเดือนตุลา ผมเดทกับสาว ที่ เอ่อ ไม่อยากพูดแรง แต่สภาพหน้าตาเขาน่าจะ Incel มาหลายปีแล้ว --> bluepilled เม็ดที่ 1 ผมไม่มี Pre-Selection สังเกตว่า incel จับคู่กับ incel คือเวลต่ำกันทั้งคู่ ทั้งผม และ คนนั้น แม่งเป็นการเดทที่ Bullshit สัสๆ555 นัดกันที่ห้าง 10:30 เขามาเลท 1 ชั่วโมง ผมก็ยังรอนะ ---> bluepilled เม็ดที่ 2 ผมไม่มีการเคารพในตัวเอง ปล่อยให้คนมาเลทแล้วยังจะรอ สรุปคือจะเรียกว่าเดทไหม มันคือการเจอกัน เฉยๆอะ ตอนแรกจะนัดดูหนังละเหมือนเขาเห็นผมไม่ตรงปกหรือผมโชว์ความเวลต่ำไปให้เขาเห็น เขาจึงทำสิ่งนี้ครับ เขาบอกเพื่อนโทรมาตามงาน ขอตัวกลับก่อน ผมก็โอเค บายๆ ผมก็เลยเดินเล่นต่อ บังเอิ๊ญญ ผมดันเปิดไลน์โอเพนแชทกลุ่มดีลมหาลัย มีคนเขียนประมาณว่า หาคนเดินเล่นห้างด้วยค่ะ ผมก็ เอะใจ ลองขอคอนแทคไป เขาตอบกลับมา สรุปว่า เป็นคอนแทคของคนนั้นแหละ หูว .... มองกลับไปหน้าชาอยู่นะ คือถ้าคนสวยทำงี้ผมไม่ติดเลย อันนี้โดน คน ไม่สวย เอ่อ คนประเภทไม่เป็นที่ต้องการในการจับคู่ ทำงี้ใส่ หน้าผมชามากกก หัวผมวิ๊งเลย แฟนเก่าสวยกว่านี้เขายังไม่ทำแบบนี้กับเราเลย ไอ่นี่ไม่เห็นสวย ทำไมเขาทำแบบนี้วะ ผมไม่โทษเขาหรอกที่เขาจะทำงี้ ผมมองย้อนดูตัวเอง เราคงเป็นผู้ชายที่เวลต่ำ คนถึงกล้าทำแบบนี้กับเราได้ ตั้งแต่นั้นผมสรรหาทุกอย่างที่จะทำตัวเองทั้งเก่ง ทั้งหล่อขึ้น ตั้งเป้าว่า bodycount ในชีวิตมหาลัยกูจะเอาให้หมดจนเป็นโรคเลย (ประชด) ในด้าน Process จะให้ลงละเอียด มันจะยาวไป เอาว่าผมโตขึ่น และมีค่าในตลาดการจับคู่ใน ระดับนึง ผมซื้อไอเดีย SMV มาพัฒนาตัวเอง จนกระทั่งเดือนธันวาปีที่แล้ว ผมก็ได้ fwb มา 1 คน จาก1 เป็น 2 เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ จากทักษะที่แค่มาจากการเป็นคนคุย แล้วไปจบที่ sex ก็เวลอัพไปถึงร้านเหล้าที่ สะกิดแล้วดีลจบภายใน2นาที คนมาอ่านก็คงฮา แต่สำหรับผมที่เป็น incel มาก่อน ผมรู้สึกว่า มันคุ้ม เพราะหน้าตาที่หล่อขึ้น การเคารพตัวเองที่มากขึ้น มันทำให้คนอื่น คนรอบข้างเคารพเราเช่นกัน ความมั่นใจผมเพิ่มขึ้นตาม bodycount ที่ได้ สิริรวม 6 เดือนได้มา 12 คน มีหักอกเขา มีอดกินบ้างก็ตามประสา พอเดือน 7 ก็ได้แฟนเป็นตัวเป็นตน ซึ่งบอกเลยว่า โคตรงาม น่ารัก ไม่โว้ค ไม่ทวิตเตี้ยน เคารพผมมากกกกกกก ตั้งแต่คบมาไม่มีงอน ไม่มีทะเลาะเลย รางวัลจากการพิสูจน์คุณค่าของผู้ชาย สวยงามเสมอ จากที่กระวนกระวาย อ่อนแออินเซล ตอนนี้ต้องบริหารเสน่ห์ดี ๆ เพราะยิ่งมีแฟนยิ่งฮอตแปกๆ 55555 Side Story ;;; ช่วงที่ bodycount อยู่ช่วง 7-8 คน--- SMV หน้าตาค่อนข้างพุ่ง ผมปัดทินเด้อไปเจอสาวคนแรก55555 ละเผอิญแมตซ์ เขาทักมาอยากรู้จักชวนคุย --- ผมเลยตอบไปว่า จำไม่ได้หรอที่ทิ้งเราไว้ที่ห้าง เขาตอบ ห้ะ ละผมก็ unmatched ไป 55555555 ละวันถัดมาดั๊นนนสวนกันที่มอ ผมก็ยิ้มให้ และมองต่ำ่ใสอันนี้แรงอยู่ จบและะ เรื่องราวสมัยโสด
nobody 2 years ago
งานหรืออะไรที่ต้องใช้เวลาทำให้เสร็จ แค่เห็นก็ขี้เกียจละ แต่ทำทำไปมันก็เสร็จเพราะก็บอกอยู่ว่าเป็นงานที่ใช้เวลา😂😂😂 ชีวิตมันก็ซิมเปิ้ลงี้แหละ #siamstr
nobody 2 years ago
It's not over until I win
nobody 2 years ago
Dark Souls เกมนี้สอนอะไรกับเรา #siamnstr แว้บแรกในความคิดคงนึกถึงการเอาชนะความยากของเกม การพยายามสู้บอส นั่นนี่ ก็ถูก แต่เรื่องที่จะพูดคือ จิตใจ ในการพยายาม ถ้าผิดแย้งได้นะ ผมจำได้คร่าว ๆ คือในเกม Souls เนี่ยครับ โลกมันถูกเซทประมาณว่าเกิดสงคราม มีเผ่าพันธ์ต่าง ๆ โลกอยู่ในความมืดมิด แต่ทีนี้ลาสบอสในเกมได้เอาตัวเองไปเผาไฟ เพื่อให้โลกสว่างต่อไป เรามีหน้าที่ในการฝ่าฟันความยากในเกม เพื่อไฟท์กับบอส พอชนะ เราเลือกได้ว่า เราจะเผาตัวเองต่อเพื่อยืดอายุอารยธรรม หรือ จะดับไฟ จบบ่วงกรรม สุญนิยมแม่งไปเล้ย เข้าประเด็นหลัก ทีนี้ครับ สิ่งมีชีวิตในเกม souls จะมี 3 สภาวะ ปกติ ---> Undead ---> Hollow ถ้าเราเล่นตัวปกติตาย เราจะเกิดใหม่เป็น Undead สภาพจะดูไม่จืดเท่าไหร่ HP น้อยกว่าเดิมด้วย ถ้าอยากกลับไปเป็นคนปกติที่หน้าหล่อและ HP สูง จะต้องใช้ไอเทม และแน่นอนด้วยความที่เกมมันยาก เราก็วนเวียนในสภาพ Undead เสียส่วนใหญ่ คำถามคือ แล้วเราจะเป็น Hollow ตอนไหน ? จากที่ผมจำได้ Hollow คือสภาพพวกมอนที่เข้ามาโจมตีเรา บ้างก็เป็นบอส เป็น NPC ให้คุยก็มี แต่จุดร่วมของ Hollow คือ ไม่มีสติสะตังครับ พวกเขาเคยเป็นคนปกติเหมือนกับเรา เคยลุกจากความล้มเหลวด้วยสภาพ Undead เหมือนกับเรา แต่ด้วยความสำเร็จนั้น มันเอื้อมถึงยากเหลือเกิน ไม่รู้จะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ มองไม่เห็นปลายทางที่เขาจะไปเป็นผู้กล้า 1 เดียวที่ไปโค่นบอสเสียที ความล้มเหลวจากการตายซ้ำซาก จากเจตนารมณ์ที่จะไปจุดไฟให้โลกสดใส แต่ไฟในจิตใจที่จะจุดให้เขาพยายามต่อไป มันดับไปแล้ว เลยกลายเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเดินได้ แต่ไร้ซึ่งหัวใจ ล่องลอยตามแมพ น่าหดหู่เนาะ เราก็เลยมองกลับมาที่ชีวิตจริงเราบ้าง ทุกวันนี้ เวลาเราเจอความล้มเหลว เราเลือกที่จะลุกใหม่ในร่าง Undead ไปพยายามต่อ ค่อยๆเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่อ หรือเราละทิ้งมันไป เป็น Hollow โดยที่เราไม่รู้ตัวหรือเปล่า ความสำเร็จมันไม่ง่าย มนุษย์ทุกคนมีความจนและความล้มเหลวเป็นพื้นฐาน แต่เมื่อสำเร็จ มันจะเป็น Proof of work ของเราเอง และความพิเศษคือ มันจะอยู่กับเราตลอดไป
nobody 2 years ago
คะแนนวิชาบล็อคนี้ออกแล้ว ก็ยังไปไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ มองไม่ออกด้วยซ้ำว่ามันจะมีสักบล็อคไหมที่เราทำสำเร็จตามที่ตั้งใจ บล็อคที่แล้ว แล้วแล้ว แล้วอีก ผมตัดสินใจลุกขึ้นสู้ต่อ เพราะผมเห็นภาพตัวเองในอนาคต นึกขอบคุณตัวผมในอดีตที่เลือกจะสู้ต่อ ตอนนี้ภาพนั้นมันลาง ๆ แล้ว
nobody 2 years ago
โคตรเกลียด " อย่าเอาเราไปเทียบกับใคร เราแค่เป็นตัวเองและมีความสุขฉบับตัวเองก็พอ " นี่แม่งคือสุดยอดคำพูดในการยัดคนกลับเข้าไปใน matrix โคตร ๆ อะ มันเป็นการยอมรับความจริงว่ามึงมันห่วยแตกแล้ว lead ไปสู่การหาคำสวยหรูมาปลอบใจชีวิตห่วย ๆ ตัวเองอะ เป็นการหาข้ออ้างให้ความล้มเหลวมันยังอยู่ในชีวิตชัด ๆ ไม่! ไม่เว้ย ถ้าคุณอิจฉาแล้วเริ่มเปรียบเทียบ คุณต้อง"ซื่อสัตย์"กับตัวเองว่าลึกๆเราแม่งก็อยากได้แบบเขาคนนั้นบ้าง จากนั้นก็ drive ให้มันเป็นจริง ให้ Proof of work มันแสดงออกมาสักวัน #siamonstr
nobody 2 years ago
nobody 2 years ago
พอผมตัดสินใจเข้า hard mode จริงจังกับชีวิตขึ้นมา อะไรที่เคยจริงจังเราก็ไม่ได้จริงจังกับมันแล้ว อย่างเช่น เล่นเกม , การเถียงเพื่อเอาชนะกับคนอื่น ทีนี้ปัญหามันอยู่ตรงที่ผมชอบ judge คนอื่นน่ะสิครับ เพราะผมรู้ตัวดีว่าชีวิตผมตอนนี้แม่งยัง wealth ไม่ดีพอทั้งเงินและความรู้ พอเห็นคนที่มี status ใกล้เคียงกัน แต่แม่งเอาเวลาไปลงกับเรื่องไร้สาระ เอาไปลงกับโดปามีนสำเร็จรูป บอกตรง ๆ ผมโคตรขัดใจอะ แบบเห้ยชีวิตมันยังไปต่อและทำให้ดีได้กว่านี้เยอะ ทำไมต้องมานั่งเสียเวลากับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์วะ บรรพบุรุษผมแม่งไม่ได้รอดชีวิตจากการล่าสัตว์และผ่านการเป็นแรงงานมาหลาย gen เพื่อให้ลูกหลานในศตวรรษที่ 22 บั่นทอน wealth แน่ ๆ มาถึงตรงนี้ทำให้ผมมองย้อนไปตอนเด็กแล้วเข้าใจพ่อขึ้นมาทันที ว่าทำไมพ่อไม่ให้เล่นเกมแบบเด็ดขาด ( ต้องแอบเล่น555556 ) แต่บางเรื่องที่ไม่ได้จริงจังเท่าแต่ก่อน แต่ก็ยังเก็บไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวก็มี เช่น ความรู้การเมือง , econ , libertarian , bitcoin ... เพราะเป็นประโยชน์ต่อชีวิต จากที่บอกข้างต้นว่าพอชีวิตเปลี่ยนไปจนชอบ judge พวกที่เอ้อระเหยในชีวิต กลับมีพวกที่ผมเกลียดเข้าไส้มากกว่าประเภทที่กล่าวมาอีก คือ "ฝ่ายตรงข้าม" เช่นพวกเคนส์ , นักศึกษาฝ่ายซ้ายที่ก่อตั้งชมรมในมหาลัย ผมจะไม่บอกว่าพวกนี้มีวิวัฒนาการทางความคิดไปในทิศทางไหน (พวกเราน่าจะรู้กันอยู่ ) ล่าสุดคือเขียนบทความว่า รถเป็นฟาสซิส เออ เอาเหอะ ถ้านั่นเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดที่เขาจะ express มาให้สังคมเห็น มันก็คงจะมีค่าแค่นั้นจริง ๆ
nobody 2 years ago
งานทำบุญคณะครับ ตอนนั้นนึกถึงหนังสือ The deepest well เกี่ยวกับความเครียด ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก วิธีที่โคตรง่ายในการลดความเครียด (เป็นการลด distraction --> เพิ่มโฟกัสโดยปริยาย) มันก็คือกระตุ้นระบบประสาทคู่ตรงข้าม! คือพาราซิมพาเทติก ! ผมก็นั่งฟังพระสวดไป กำหนดลมหายใจไป ความเครียดต่างๆสั่งสมมาก็ค่อย ๆ เบาลง เบาลง หัวใจมันก็ไม่เต้นแรงเพื่อรองรับความเครียด ค่อยๆ กลับมาปกติ รับรู้แค่ลมหายใจเข้า ออก เข้า... ออก.. ถ้า( ภาษาพระเขาจะบอกว่า เป็นจิตรู้ จิตคิด )กลายว่าวันนี้โฟกัสดีไปทั้งวันตลอดการเรียน lec บ่าย เขาถึงว่าการกำหนดลมหายใจ / การ meditation มันกำจัดความเครียดและสร้าง peace กับตัวเอง View quoted note →
nobody 2 years ago
วันนี้โฟกัสดีแฮะ
nobody 2 years ago
เวลาอ่านอะไรเกี่ยวกับสุขภาพ มันจะมีแยกว่าการกระทำบางอย่าง เช่น การกินน้ำ เนื้อ โซเดียม บลาๆๆ สำหรับคนทั่วไปมีลิมิตเท่านี้ สำหรับคนออกกำลังกายจะมีลิมิตเท่านี้ (ซึ่งสูงกว่าในหลายๆด้าน) เห็นทุกทีก็งงทุกที ละทำไมคนทั่วไปไม่ออกกำลังกายวะ มึงเกิดมาเป็นคนมึงไม่ออกกำลังกายได้ด้วยอ่อ
nobody 2 years ago
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเรียนรู้ที่จะฝึก คือการเรียนรู้ที่จะพัก HELL YEhhhh image
nobody 2 years ago
fasting ไม่ได้ยาก แน่นอนมันจะมีจุดหิว นั่นคือจุดพีคของฮอร์โมนความหิวทำงาน ( เพราะเราเคยชอนกับพฤติกรรม breakfast มาตั้งแต่เกิด ) พอ "ช่างแม่ง" แล้ว "โฟกัส" กับงาน ดื่มน้ำ 1 อึก รู้ตัวอีกที ก็ได้เวลากินข้าวตามที่ตั้งเป้าไว้.... 😌😌
nobody 2 years ago
เวลาผมเขียนไดอารี่ ผมจะเขียนไว้สี่แกนครับ แกนฝั่งขวาคือความสุข ฝั่งซ้ายคือความทุกข์ ก็เขียนไป แต่ด้านขวาผมจะแบ่งแต่ละเรื่องเลยว่ารู้สึกยังไงตามสีไฮไลท์ ในขณะที่ด้านซ้าย ก็มีเขียนลงไป แต่ผมไม่ไฮไลท์ เพราะอะไร ? เรื่องนี่สอนผมว่าเราแม่งเอาเวลา ความคิด หัวของเราเนี่ย ไปเลือกมองสิ่งสำคัญ (ไฮไลท์) สิ่งดีๆที่เกิดขึ่นได้แทนที่จะมองเรื่องทุกข์ๆ ให้วันดีๆนั้นเสียไปเปล่าๆ 🤟🏼🫶🏻🫶🏻💕💕
nobody 2 years ago
อีก 1 Activity ที่ผมเพิ่งค้นพบว่าเป็นการให้เวลากับตัวเองที่ดีที่สุด เป็นกิจกรรมที่เรียบง่ายแต่คนเราไม่ค่อยทำกันคือ การเขียนไดอารี่ ทำแล้วรู้สึกนิ่งขึ้น เราได้ recall เรื่องที่เราผ่านมา การซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองที่ได้พบเจอสิ่งต่างๆในแต่ละวัน