Pruk S.'s avatar
Pruk S.
pruks@siamstr.com
npub1pruk...nj2f
Bitcoiner, Researcher, Beer lover and Coffee addict
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 3 months ago
เพิ่งรู้ว่าเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาโลกคริปโตเค้ามีเรื่องวุ่นวายกัน แล้วเราจะแคร์อะไรทำบิตคอยน์ตกน้ำไปแล้ว #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
คนแบบไหนป้ายยาส้มยากสุด? จากประสบการณ์ของผม คือคนที่มี PoW ในโลกเฟียตมาก ๆ — ยิ่งมี PoW เฟียต เยอะ ยิ่งป้ายยายาก เราจะพบคนเหล่านี้ได้มากในกลุ่ม Gen X ขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงของระบบราชการ หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรที่ยึดโยงกับโครงสร้างเดิม และอยู่ในระบบนี้มานานหลายสิบปี ระบบเฟียตให้รางวัลกับการทุ่มเทของพวกเขา มันทำหน้าที่เหมือนหลุมหลบภัย ที่ช่วยให้รอดพ้นวิกฤตการณ์ต่าง ๆ มาได้เสมอ พวกเขาอยู่รอดภายในระบบนี้จนเกือบทั้งชีวิต จึงเชื่อมั่นว่านี่แหละคือความมั่นคง ปลอดภัย และนอกเหนือจากนี้ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ การมีอยู่ของบิตคอยน์จึงกลายเป็นภัยต่อความมั่นคงนั้น พวกเขากลัวว่าการมาของมันจะทำให้ PoW ที่สั่งสมมาทั้งชีวิตสูญสลาย พวกเขาส่วนใหญ่ไม่เข้าใจระบบที่ตัวเองอาศัยอยู่อย่างแท้จริง รู้เพียงบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ของตน ระบบเฟียตทำให้พวกเขาหมกมุ่นอยู่กับงานในระบบ จนไม่เคยมองเห็นภาพรวม เบื้องหลังการทำงานของระบบทั้งหมดจึงเป็นเพียงภาพเบลอ ๆ สำหรับพวกเขา สิ่งที่พวกเขาไม่รู้เลยคือ ทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงระบบนั้น มาจากการดึงอนาคตมาใช้ ฉกฉวยจากคนรุ่นถัดไป ไม่ว่าจะเป็นรุ่นน้อง รุ่นลูก หรือรุ่นหลานของพวกเขาเอง เมื่อเห็นคนรุ่นใหม่ล้มเหลว ก็กลับโทษว่าคนรุ่นใหม่ไม่พยายามมากพอ มันอาจมีส่วนจริงอยู่บ้าง แต่สิ่งที่พวกเขาไม่เห็นคือ จุดเริ่มต้นที่ไม่เท่ากัน คนรุ่นใหม่เริ่มต้นด้วยทรัพยากรที่ลดลง ถูกภาพลวงตาของเงินเฟ้อทำให้เข้าใจผิดว่าตัวเลขในบัญชีเท่ากันหรือมากกว่า แต่แท้จริงแล้วนั่นคือตัวเลขปลอม ที่ถูกเจือจางจากการพิมพ์เพิ่มของระบบเบื้องบน มันคือการขโมยในรูปแบบหนึ่ง การขโมยที่คนถูกขโมยไม่รู้ตัว คนที่ช่วยคนขโมยก็ไม่รู้ตัว ท้ายที่สุด หากพวกเขายังไม่ตระหนักว่าระบบที่อยู่กำลังล่มสลาย และยังไม่เริ่มโยกย้าย PoW ของตนเข้าสู่ระบบใหม่ที่ดีกว่า พวกเขาก็จะค่อย ๆ เหือดแห้ง ล้มหายตายจากไปพร้อมกับระบบเดิม ในขณะที่คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มรู้ตัวแล้วว่า ระบบเก่าไม่มีอะไรจะมอบให้ พวกเขาไม่มีอะไรต้องเสีย และพร้อมจะสร้าง PoW ของตนในระบบใหม่แทน การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จึงไม่ได้เกิดจากวันที่คนรุ่นเก่าหันมาปรับตัว แต่เกิดจากวันที่คนรุ่นใหม่กลายเป็นระบบใหม่เอง ส่วนคนเก่าที่ไม่ยอมขยับ ก็เพียงค่อย ๆ ลับหายไปตามกาลเวลาเท่านั้นเอง #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
ช่วงหลังมานี้ เริ่มมีคนรู้จักเข้ามาถามถึงเรื่องบิตคอยน์มากขึ้น หลายคนอยากให้ช่วยแนะนำแหล่งความรู้ หลายคนอยากให้ช่วยสอน... คนเหล่านี้เลือกก้าวเข้ามาด้วยตัวเองนับว่ามีบุญจริง ๆ . แต่คนอีกกลุ่มไม่ว่าผมจะพยายามแนะนำ อธิบาย หรือสอน โดยที่เรามีเมตตา กรุณา มุทิตา ให้เต็มที่ เค้าก็ไม่สนใจอยากรับไว้ มันเสียเวลาเค้าที่จะศึกษา แล้วก็มาบ่นว่าตัวเองทำงานเยอะแต่ไม่รวยซักที สุดท้ายแล้วผมก็เข้าใจว่าทำไมเราต้องมีอุเบกขา ปล่อยให้เป็นไปตามกรรม . คนเรานี่ถ้าไม่มีบุญมันก็ไม่มีจริง ๆ #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
ผมไม่ได้ซื้อบิตคอยน์เพียงเพราแค่ะจะขายในอนาคตข้างหน้าในราคาที่สูงกว่า... . คุณค่าของบิตคอยน์นั้นเกินกว่าจะมาใช้แค่เก็งกำไร ซื้อต่ำขายสูง . ดังนั้น.. ผมไม่สนใจราคา.. ราคาเท่าไหร่ก็ซื้อ!!! เหยียบทุกดอยลอยเหนือเมฆ!!! #siamstr image
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
GM #siamstr เช้าวันนี้... ขณะกำลังจิบกาแฟยามเช้า พ่อผมมานั่งคุยด้วยพร้อมโชวติ๊กตอกให้ดู image หืมม!! คลิปพี่แอร์ คำถามแรกที่พ่อถาม "เรามาทำตู้แบบนี้กันมั้ย?" . . . Something's gonna happen bro!! @DJ Tar . ปล. พ่อผมทำตู้เติมเงินมาก่อน แต่ไม่คิดว่าจะสนใจบิตคอยน์!!
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
แวะจิบน้ำเย็น ๆ @Narita Izakaya #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
prost #siamstr วันนี้อยู่ที่นี่ @CHITHOLE image
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 4 months ago
GM ยามสาย ๆ #siamstr วันนี้เรามาเปลี่ยนห้อง image ทดลองเป็นร้านกาแฟกันดีกว่า
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 5 months ago
It's not this time... I have to wait a bit.. #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 5 months ago
เคยสังเกตไหมครับว่า “เงิน” ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่มันค่อย ๆ ซ้อนชั้นขึ้นมาตลอดประวัติศาสตร์ image . ลองมองจาก มาตรฐานทองคำ . เริ่มจาก ทองคำดิบ . หลอมเป็น เหรียญทอง / ทองคำแท่ง ที่มีการตีตรารับรอง . ต่อมาเป็น ใบรับรองทองคำ ที่ใช้แทนทองจริง . จนกลายเป็น ธนบัตรและเครดิต ที่ในอดีตเคยหนุนหลังด้วยใบรับรองทองคำ แต่ในเวลาต่อมาก็ไม่ต้องมีทองคำหนุนหลังอีกต่อไป และกลายเป็น เงินเฟียต แบบที่เราใช้กันทุกวันนี้ . . ทุกชั้นเกิดขึ้นเพราะเราต้องการ “ความสะดวก” มากขึ้น แต่ก็ตามมาด้วย “ความต้องเชื่อใจ” ที่มากขึ้นเช่นกัน . บิตคอยน์ก็เดินเส้นทางเดียวกันครับ . มันเริ่มจาก บิตคอยน์ ที่ใช้พลังงานในการขุดปกป้องธุรกรรมที่บันทึกบนบล็อกเชน (On-chain) ทุกคนตรวจสอบเองได้ (เหมือนทองคำดิบ) แต่เมื่อใช้งานจริง ก็มีการสร้างชั้นอื่นตามมา — . Lightning Network เครือข่ายของ payment channel บนบิตคอยน์ ทำให้การโอนเงินเร็วขึ้น ค่าธรรมเนียมต่ำลง โดยไม่ต้องบันทึกทุกธุรกรรมบนบล็อกเชนหลัก . Taproot Assets เปิดทางให้ออกสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบต่าง ๆ บนบิตคอยน์ เช่น stablecoin . Cashu / Fedimint ระบบเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ (eCash) ที่ใช้งานง่ายขึ้น และยังรักษาความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้งาน . และในอนาคตก็จะมีเทคโนโลยีอีกหลายอย่างที่พัฒนาขึ้นเป็นลำดับชั้นถัดไป . แม้ว่าตอนนี้ลำดับชั้นของบิตคอยน์ยัง “ไม่ชัดเจน” เพราะอยู่ระหว่างการพัฒนาและทดลองจริงอย่างต่อเนื่อง . และนี่แหละครับคือสิ่งที่น่าตื่นเต้น… . เราอาจกำลังอยู่ในยุคที่ได้เห็น “การสร้างพีระมิดเงินแบบใหม่” ที่ไม่ผูกขาดโดยธนาคารหรือรัฐบาล แต่เปิดโอกาสให้ทุกคนเลือกเองได้ว่าจะอยู่บนชั้นไหน — และที่สำคัญ มันคือ ระบบการเงินดิจิทัลที่ไร้ข้อจำกัดทางกายภาพ เข้าถึงได้จากทุกที่บนโลก . บทความนี้ผมได้แรงบันดาลใจจาก The Bitcoin Second Layer และหนังสือ Layerd Money โดย Nik Bhatia ใครสนใจแนวคิดนี้ ลองติดตามอ่านกัน แล้วมาพูดคุยถามกันได้ครับ #siamstr