Pruk S.'s avatar
Pruk S.
pruks@siamstr.com
npub1pruk...nj2f
Bitcoiner, Researcher, Beer lover and Coffee addict
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 11 months ago
วันหยุดกับงานที่เรารัก #siamstr image
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 11 months ago
บิตคอยน์ (Bitcoin) คืออะไร? บิตคอยน์คือ "เงินดิจิทัล" แต่ไม่เหมือนเงินดิจิทัลทั่วไปที่เราคุ้นเคย มันคือเงินดิจิทัลแบบ “ไร้ตัวกลาง” ที่ทำให้คุณสามารถส่งบิตคอยน์ไปให้ใครก็ได้บนโลกนี้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เวลาใด จำนวนเท่าไหร่ โดยไม่ต้องผ่านธนาคารหรือสถาบันการเงินใด ๆ เมื่อพูดถึงเงินดิจิทัล หลายคนอาจนึกถึงการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต แอปธนาคาร หรือบริการทางการเงินต่าง ๆ ที่ต้องพึ่งพาธนาคารหรือบริษัทเอกชนเป็นตัวกลางในการดำเนินธุรกรรม ในระบบการเงินแบบดั้งเดิม เราจำเป็นต้องมี ตัวกลาง เช่น ธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่มีบทบาทในการตรวจสอบการทำธุรกรรมและสร้างความมั่นใจว่าทุกอย่างถูกต้องและปลอดภัย แต่การมีตัวกลางก็นำมาซึ่ง การรวมศูนย์อำนาจทางการเงิน ไว้ในมือของไม่กี่คน ในระบบการเงินปัจจุบัน มีธนาคารขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แห่งที่ตรวจสอบและควบคุมธุรกรรมทั้งหมด พวกเขามีอำนาจกำหนดว่าใครสามารถเปิดบัญชีได้ และธุรกรรมแบบไหนที่ได้รับอนุญาต และเราไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเชื่อใจ ธนาคาร อาจไม่ได้แค่เก็บเงินของเราไว้เฉย ๆ พวกเขาอาจนำเงินฝากของเราไป ปล่อยกู้ สร้างหนี้ โดยมีเงินสำรองเพียงเล็กน้อย สมมติถ้าทุกคนแห่กันไปถอนเงินพร้อมกัน... ธนาคารจะสามารถจ่ายคืนให้ทุกคนได้จริงหรือไม่? นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เกิด วิกฤตเศรษฐกิจโลก เช่น วิกฤตซับไพรม์ (Subprime Crisis) ในปี ค.ศ. 2008 ซึ่งเกิดจากธนาคารให้สินเชื่อเกินตัว และการบริหารความเสี่ยงที่ล้มเหลว การมีตัวกลางในระบบการเงิน แม้จะทำให้ทุกอย่างสะดวกสบาย แต่มันมีราคาที่ต้องจ่าย นั่นคือ "ความเชื่อใจ" การที่ทุกคนต่างเชื่อมั่นตัวกลางที่มีเพียงไม่กี่คน ส่งผลให้ตัวกลางมีอำนาจจนเกินกว่าจะเชื่อใจได้ จะดีกว่าไหม? หากเรามี ระบบเงินดิจิทัลที่ไร้ตัวกลาง ไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางที่ต้องการให้เราเชื่อใจ และยังทำงานได้อย่างปลอดภัยและโปร่งใส ความพยายามสร้างระบบเงินที่ไร้ตัวกลางนี่มีมาตั้งแต่ ช่วงปลายทศวรรษที่ 1980 ไม่ว่าจะเป็น DigiCash BitGold B-Money และ HashCash แต่ทุกระบบเหล่านี้ล้วนล้มเหลว เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคหรือขาดความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งาน จนไม่สามารถนำไปใช้จริงในวงกว้างได้ จนกระทั่งปี ค.ศ. 2008 หลังจากวิกฤตซับไพรม์ ได้มีบุคคลนิรนามใช้นามแฝงว่า Satoshi Nakamoto เปิดตัวระบบ Peer-to-Peer Electronic Cash ที่เรียกว่า "บิตคอยน์" กุญแจสำคัญที่ Satoshi Nakamoto ได้เสนอ คือคำตอบสำหรับปัญหาของ การคำนวณแบบไร้ตัวกลางที่รู้จักกันในชื่อ “Byzantine Generals' Problem” ที่ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในปี ค.ศ. 1982 มันคือปัญหาหลักของระบบไร้ตัวกลางอย่างบิตคอยน์ ที่ไม่มีผู้นำในการตัดสินใจของทั้งระบบให้ไปในทิศทางเดียวกัน การแก้ปัญหาดังกล่าวคือการใช้อัลกอริทึม proof-of-work ที่ช่วยสร้างกระบวนการจับสลากทุก ๆ 10 นาทีโดยเฉลี่ย เพื่อเลือกผู้นำในการยืนยันธุรกรรม วิธีนี้ทำให้ระบบที่ไร้ตัวกลางสามารถบรรลุความเห็นพ้องกันได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางที่เชื่อถือได้ มันคือการตัดตัวกลางออก แล้วแทนที่ด้วยกฎทางคณิตศาสตร์ที่เป็นสัจจะ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง บิตคอยน์จึงไม่ใช่แค่เทคโนโลยีทางการเงินที่ทันสมัย แต่นี้คือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ครั้งแรกที่มนุษย์จะสามารถเก็บรักษาและส่งต่อคุณค่าผ่านโลกดิจิทัล โดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางที่เรา "เชื่อใจ" อีกต่อไป นี่คือจุดเริ่มต้นของการ ปฏิวัติทางการเงิน ที่จะเขย่าวงการการเงินโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า image #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 11 months ago
ความจริงแม่งช้า แต่มันก็มา #siamstr image
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 11 months ago
พอเห็นคนลงรูปหนังสือแล้วมันหัวร้อน🔥 #ความจริงแม่งช้า #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 0 years ago
หลายคนอาจซื้อบิตคอยน์ด้วยความหวังว่าจะขายมันได้ในราคาที่สูงกว่าในอนาคต . อาจมองว่ามันคือการลงทุนในสินทรัพย์รูปแบบหนึ่ง หรืออาจมองว่ามันเป็นเพียง “store of value” เครื่องมือสำหรับเก็บรักษามูลค่าเท่านั้น . วันนี้ผมอยากให้ทุกคนได้เห็นอีกความสามารถหนึ่ง "บิตคอยน์" ที่มากกว่าแค่การซื้อ-ขาย นั่นคือการเป็น “สื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ” . เพียงแค่คุณเริ่มต้น ด้วยการนำบิตคอยน์ของคุณออกจาก Exchange มาเก็บไว้ในกระเป๋าของคุณเอง จะเป็น Hot Wallet, Cold Wallet หรือ Hardware Wallet ก็ได้ เริ่มต้นด้วยจำนวนเล็กน้อย แค่สำหรับการทดลองก็พอ . จากนั้นลองทำธุรกรรมดูสักครั้ง โอนจาก Address หนึ่งไปยังอีก Address หนึ่ง จะเป็นการโอนเข้ากระเป๋าตัวเองก็ได้ . แล้วคุณจะพบกับความอัศจรรย์! . การทำธุรกรรมนี้ ไม่ต้องขออนุญาตใคร การทำธุรกรรมนี้ โปร่งใส ตรวจสอบได้ แต่ไม่ต้องเปิดเผยให้ทั้งโลกรู้ การทำธุรกรรมนี้ เกิดขึ้นที่ใดก็ได้ ไร้พรมแดน การทำธุรกรรมนี้ สามารถข้ามโลก โดยใช้เวลาเพียงประมาณ 10 นาที การทำธุรกรรมนี้ ไม่มีวันหยุด ไม่ถูกจำกัดเวลา และไม่มีตัวกลางควบคุม . นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนเห็นว่าบิตคอยน์ไม่ได้เป็นเพียงแค่สินทรัพย์เพื่อการลงทุน แต่มันคือ “เงิน” รูปแบบใหม่ที่ใช้งานได้จริง . "เงิน" ที่มอบอำนาจให้แก่ผู้ที่ถือครองมันได้อย่างเต็มที่ . ผมไม่ได้อยากให้คุณเชื่อ แต่แค่อยากให้ลองด้วยตัวของคุณเอง Don’t trust, verify . วันนี้คุณได้ลองทำธุรกรรมบิตคอยน์แล้วหรือยัง? #siamstr image
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 1 year ago
ตอกไปบ่นไปในใจ "ทำไมต้องใช้ seed 24 คำด้วย มันเหนื่อยนะโว้ย" รู้งี้ใช้ 12 คำแต่แรกก็สบายละ image #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 1 year ago
ปีที่แล้วทะเลาะเรื่องนี้กันแทบตาย ปีนี้แฟนเราเปลี่ยนไป image #siamstr
Pruk S.'s avatar
Pruk S. 1 year ago
บิตคอยน์ใช้ทำอะไรได้บ้าง? เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมได้แชร์ ความรู้ เกี่ยวกับ Cashu ที่ได้นำเสนอในงาน Block Mountain นอกจากนี้ ผมยังนำเนื้อหาเดียวกันแชร์ลงในแอพ Wherostr โซเชียลแพลตฟอร์มแบบไร้ศูนย์กลาง ที่เราสามารถ ส่งบิตคอยน์ เพื่อสนับสนุนโพสต์ที่เราชอบ หรือที่เรียกว่า การ zap โพสต์ของผมได้รับ zap มา 4,013 ซาโตชิ (หน่วยย่อยของบิตคอยน์ โดย 100,000,000 ซาโตชิ เท่ากับ 1 บิตคอยน์) วันนี้ ผมได้นำซาโตชิเหล่านั้นมาซื้อกาแฟแก้วหนึ่งที่ร้าน Terracotta ในคณะวิทยาฯ จุฬาฯ นี่คือ การส่งต่อคุณค่า ความรู้ที่ผมมี ถูกส่งต่อผ่านโพสต์ แลกเปลี่ยนเป็นบิตคอยน์ และท้ายที่สุดกลายมาเป็นกาแฟแก้วนี้ มันคือการเชื่อมโยงคุณค่าผ่านโลกดิจิทัลที่ไร้พรมแดน #siamstr